เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 3

บ้านไม้ริมระเบียง

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"จดหมายฉบับนี้... ไม่ได้ถูกส่งมาด้วยบุรุษไปรษณีย์หรอกนะรวิ แต่มันถูกส่งมาด้วย 'ความจำเป็น' ของใครบางคนที่เขารู้ดีว่าเธอจะมาปรากฏตัวที่นี่" ยายแสงวางซองจดหมายสีเหลืองซีดลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ กลิ่นอายของกาลเวลาแฝงอยู่ในเนื้อกระดาษที่ดูเปราะบาง รวิจ้องมองมันนิ่ง มือของเขาสั่นเล็กน้อยโดยที่เขาไม่รู้ตัว ความสมบูรณ์แบบที่เขาเคยแบกไว้บนบ่าในเมืองหลวงดูเหมือนจะไร้ความหมายไปถนัดตาเมื่อเผชิญกับดวงตาที่อ่านทะลุปรุโปร่งของหญิงชราตรงหน้า "ยายรู้อะไรบ้างครับ... ไม่สิ ยายรู้อะไรมากกว่าที่บอกผม" รวิถาม เสียงของเขาแหบพร่า เขาพยายามบังคับให้ตัวเองดูนิ่งขรึมเหมือนตอนเป็นผู้บริหาร แต่ความรู้สึกโหว่งเหวงในอกมันกำลังตอกย้ำว่าเขาไม่ใช่รวิคนเดิมที่ใครๆ เคยเกรงขามอีกต่อไป "ความรู้ไม่ใช่สิ่งที่มอบให้กันได้เหมือนของขวัญหรอกพ่อหนุ่ม" ยายแสงหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางหยิบพัดใบลานขึ้นมาพัดช้าๆ "แต่การ 'ตระหนัก' ต่างหากที่ต้องลงมือทำเอง บ้านไม้หลังท้ายซอยนั่น... กุญแจอยู่ที่ตะขอไม้ใต้ชั้นวางปลาร้าหยิบไปเสียเถอะ อีกไม่กี่นาทีฝนจะไล่หลังมาแล้ว ถ้าไม่อยากเปียกปอนทั้งกายและใจ ก็รีบไปเสีย" รวิไม่ตอบโต้ เขาเพียงหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมาด้วยนิ้วที่สัมผัสถึงความร้อนผ่าวราวกับจดหมายกำลังเตือนสติ เขาเดินออกมาจากร้านขายของชำเล็กๆ ของยายแสง ทิ้งความเงียบงันไว้เบื้องหลัง เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นดินลูกรังที่เริ่มชื้นแฉะ ลมที่พัดผ่านยอดไม้ดูเหมือนจะไม่ได้พัดผ่านไปเฉยๆ แต่มันกำลังกระซิบเรียกชื่อของเขา... หรือใครบางคนที่เขาพยายามลืมไปนานแล้ว บ้านไม้หลังนั้นตั้งอยู่โดดเดี่ยวสุดปลายทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหินที่เกือบจะจมหายไปกับหญ้ารกชัฏ มันเป็นบ้านไม้เรือนไทยประยุกต์ที่มีร่องรอยของสีไม้ลอกร่อนตามกาลเวลา ระเบียงไม้ที่ดูผุพังท้าทายแรงลมดูเหมือนจะพร้อมพังทลายได้ทุกเมื่อ รวิยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบ้าน ความรู้สึกกดทับที่เคยสลัดทิ้งไม่ได้ในเมืองหลวงกลับจางหายไปแทนที่ด้วยความอ้างว้างอันมหาศาล เขาค่อยๆ ไขกุญแจที่ได้รับมา เสียงเหล็กกระทบกันในแม่กุญแจเก่าๆ ดังสนั่นในความเงียบ แอ๊ด... เสียงไม้ลั่นสะท้อนในความโพล้เพล้ของเย็นวันนั้น ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นอายของไม้เก่า ฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งในอากาศ และกลิ่นของหนังสือเก่าที่ถูกทิ้งไว้เนิ่นนานก็ถาโถมเข้าใส่ รวิก้าวเข้าไปในความมืดสลัวที่เขารู้สึกได้ว่า 'นี่คือที่ของเขา' จริงๆ เขาเดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนถึงริมระเบียงที่ยายแสงเคยบอก ที่นั่นมีเก้าอี้หวายตัวหนึ่งตั้งอยู่ ราวกับมีคนเพิ่งลุกไปเมื่อครู่นี้ บนโต๊ะตัวเล็กข้างเก้าอี้มีแจกันที่ดอกไม้เหี่ยวแห้งจนกลายเป็นสีน้ำตาล แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นคือภาพถ่ายใบหนึ่งที่คว่ำหน้าอยู่ รวิหยิบมันขึ้นมา มือสั่นระริก ภาพในนั้นคือตัวเขาในวัยเด็กกำลังนั่งอยู่บนระเบียงไม้แห่งนี้ ข้างๆ เขาคือผู้ชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าเลือนราง แต่เขากลับจำดวงตาคู่นั้นได้ดี ดวงตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังที่เขาทนแบกไม่ไหวจนต้องหนีจากมา *‘รวิ... อย่าให้เส้นทางของลูกกลายเป็นความว่างเปล่าเพียงเพราะความกลัว’* ข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาที่ด้านหลังภาพทำเอาเขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวาย เสียงลมหายใจของเขาสอดประสานไปกับเสียงใบไม้เสียดสีภายนอก นี่ไม่ใช่สถานที่พักใจอย่างที่เขาคิด แต่มันคือคุกแห่งความทรงจำที่เขาสร้างขึ้นเอง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าบ้าน ไม่ใช่เสียงเดินที่เบาบางเหมือนคนในหมู่บ้าน แต่มันคือจังหวะก้าวที่มั่นคง เต็มไปด้วยอำนาจที่เขาจำได้ขึ้นใจ รวิเงยหน้าขึ้นมองผ่านช่องว่างของผนังไม้ที่ผุพัง ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศชนบทเลยแม้แต่น้อยยืนตระหง่านอยู่หน้าบ้าน มือข้างหนึ่งของเขาถือร่มคันหรู อีกข้างกดโทรศัพท์มือถือราวกับกำลังออกคำสั่ง "ในที่สุดก็เจอตัวจนได้นะ รวิ" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นขณะเงยหน้าขึ้นมองระเบียง "นายคิดจริงๆ เหรอว่าการหนีมาซุกตัวอยู่ในรูหนอนแบบนี้ จะทำให้คนอย่างนายหนีพ้นจากสิ่งที่นายก่อไว้?" หัวใจของรวิเต้นรัวเหมือนกลองรบ เขาไม่ได้หนีมาเพื่อเริ่มต้นใหม่ แต่เขาหนีมาเพื่อถูกตามล่า... โดยสิ่งที่เขาไม่อาจหลบพ้นได้ตลอดกาล ด้วยความหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมเดินทางไปกับรวิและค้นหาความหมายของชีวิตพร้อมกับ "ต้นไม้ริมระเบียง" นะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%