กลิ่นอับชื้นของอิฐเผาเก่าคร่ำคร่าผสมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ คือลมหายใจเดียวที่หล่อเลี้ยงห้องใต้ดินอับทึบแห่งนี้
รวิศซ่อนกายอยู่หลังเสาศิลาแกร่ง เงาร่างของเขาแนบสนิทไปกับความมืดมิดดั่งเป็นเนื้อเดียวกัน สองตาคมกริบกวาดมองผ่านช่องแคบของซอกผนังไปยังลานกว้างเบื้องล่าง ที่ซึ่งแสงเทียนวับแวมสาดส่องกระทบโครงกระดูกและลังไม้ระเกะระกะ แหล่งกบดานลับใต้ถุนตำหนักชานเมืองของอัครเดช—สถานที่ที่ถูกซ่อนเร้นจากสายตาlawของผู้คน และเป็นสุสานฝังกลบความจริงที่ผู้มีอำนาจเพียรทำลาย
นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทสัมผัสกล่องไม้จันทน์หอมขนาดกะทัดรัดที่เหน็บไว้ข้างเอว ภายในนั้นบรรจุแผ่นป้ายพยานปากสำคัญและสมุดบัญชีลับที่เชื่อมโยงเส้นทางเงินทุจริตและการลอบปลิดชีพสกุลของเขาเมื่อหลายปีก่อน ขาดเพียงสิ่งเดียว… หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะมัดตัวอัครเดชให้ดิ้นไม่หลุด ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ผู้ชายคนนั้นซ่อนไว้อย่างมิดชิดที่สุด
“เจ้าแน่ใจหรือว่ามันอยู่ที่นี่?” เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงถอนหายใจดังขึ้นข้างกาย ร่างระหงของสายลับหญิงก้าวเข้ามาประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นหอมจางของดอกเหมยตัดกับความเย็นเยียบของสถานที่
“ข้าแน่ใจยิ่งกว่าลมหายใจของตนเอง” รวิศตอบโดยไม่หันไปมอง สันจมูกโด่งเป็นสันคมนิ่งสนิท ดวงตาสีรัตติกาลหรี่ลงเมื่อเห็นทหารยามสองนายกเดินตรวจตราผ่านมา “อัครเดชเป็นคนระมัดระวัง แต่ความเย่อหยิ่งคือจุดอ่อนของเขา เขาชอบเก็บของสำคัญไว้ใกล้ตัว… ใกล้จนคาดไม่ถึง”
ก้าวเท้าที่เงียบกริบดั่งแมวป่าพาพวกเขาลัดเลาะไปตามแนวเงา สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักอึ้งของอากาศรอบตัว ความเงียบงันที่ชวนให้ขนหัวลุกไม่ได้ทำให้หัวใจของรวิศสั่นคลอนแม้แต่น้อย ความแค้นที่สุมอกมานานนับปีคือเตาหลอมที่ทำให้จิตใจของเขากลายเป็นเหล็กกล้าไร้ความรู้สึกต่อความหวาดกลัว
เบื้องหน้าคือห้องนิรภัยส่วนตัว ประตูเหล็กกล้าหนาหนักถูกปิดตายด้วยแม่กุญแจกลไกซับซ้อน รวิศทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง มือเรียวหยิบเครื่องมือชิ้นเล็กออกมาบรรจงขยับกลไกภายใน เสียงสปริงดีดตัวดังคลิเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่การพิพากษา
*คลิก…*
บานประตูเหล็กเคลื่อนตัวเปิดออกอย่างเชื่องช้า กลิ่นกระดาษเก่าและน้ำหมึกราคาแพงลอยปะทะเข้าจมูก รวิศก้าวล้ำเข้าไปภายใน แสงจากตะเกียงพกพาเผยให้เห็นโต๊ะทำงานไม้พะยูงตัวใหญ่ เอกสารกองพะเนิน และหีบเหล็กใบยักษ์ที่วางอยู่กลางห้อง
นี่แหละ… สิ่งที่เขาตามหา
รวิศไม่รอช้า พุ่งตรงไปยังหีบเหล็กทันที แต่วินาทีที่ปลายนิ้วกำลังจะแตะฝาหีบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก เสียงเกราะกระทบกันและเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจทำให้บรรยากาศพลิกผันเป็นวิกฤตในเสี้ยววินาที
“มีผู้บุกรุก! ปิดล้อมทางออกทุกด้าน!”
เสียงโห่ร้องดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟจากคบเพลิงสว่างวาบสาดส่องเข้ามาทางประตูที่เปิดอ้า รวิศชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบระคนเย้ยหยัน อัครเดชไม่ได้โง่เขลา… เขากลับรู้ตัวเร็วกว่าที่คาดไว้ หรือนี่คือกับดักที่ถูกขุดล่อให้ตกลงมาตั้งแต่แรก?
“รวิศ! ทางนี้ถูกตัดขาดแล้ว!” สายลับหญิงร้องเตือน น้ำเสียงเจือความตระหนกยามมองเห็นทหารนับร้อยกรูเข้ามาปิดตายทุกเส้นทางหลบหนี
รวิศสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติที่นิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึก มือขวาคว้าแฟ้มเอกสารชิ้นสุดท้ายขึ้นมาแนบอกอย่างหวงแหน ในขณะที่มือซ้ายกระชับกริชเล่มงาม สายตากวาดมองรอบห้องอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางรอด ทว่าไร้ซึ่งหนทาง
ทันใดนั้น ผนังห้องด้านหลังชั้นหนังสือก็เลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวออกมาจากความมืด
รอยยิ้มอบอุ่นที่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกราะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของอัครเดช ดวงตาคู่คมทอดมองรวิศราวกับเหยื่อในกรงทองที่หมดทางหนีทีไล่
“ยินดีต้อนรับสู่บ้านของข้า… สหายเก่า” อัครเดชเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยียบเย็นเสียจนกระดูกสันหลังวาบหวิว ในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่เป็นจอกชาอุ่นๆ ที่ส่งควันกรุ่น พร้อมรอยยิ้มที่ท้าทายอำมหิต “เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า… การกลับมาของเจ้าจะรอดพ้นสายตาข้าไปได้?”
รวิศจ้องมองศัตรูตัวฉกาจด้วยแววตานิ่งสนิท ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายไฟแห่งเพลิงแค้นที่ลุกโชนอยู่ภายใต้ก้นบึ้งของดวงตาดำขลับคู่นั้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์บทนี้ไปพร้อมกับรวิศนะคะ
หมากรุกกระดานสุดท้ายกับกาลเวลาที่หวนคืน•ตอนที่ 30
ความมืดที่รอคอย
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับกาลเวลาที่หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!