ก้อนกระดาษทิชชьюเปียกชุ่มสามแผ่นถูกขยำจนยับยู่ยี่คาอุ้งมือเล็ก ทว่ามันก็ไม่ได้ช่วยซับความฉิบหายที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าให้ดีขึ้นได้เลยแม้แต่น้อย
"แก... ฉันว่ามันไม่น่าจะเช็ดออกง่ายๆ นะพาย ดูดิ วงสีชมพูหวานแหววของนมเย็นปั่นเกรดพรีเมียมคาอยู่ตรงกลางอกเสื้อนิสิตสีขาวสะอาดเอี่ยม ขนาดโลโก้เกียร์วิศวะยังหมองไปเลยอ่ะ"
เสียงกระซิบกระซาบที่ติดจะสั่นพร่าของมินนี่ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ—หมายถึงเพื่อนสนิทสายปั่นผู้ร่วมชะตากรรม—ดังลอดเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับนิ้วเรียวที่สะกิดยิกๆ ที่ต้นแขนของฉันราวกับจะเตือนสติว่า *'แกเตรียมตัวไปเกิดใหม่ได้เลยเพื่อนรัก'*
ฉัน—พาย เด็กปีหนึ่งคณะบริหารธุรกิจผู้มีความสามารถพิเศษในการทำลายล้างวัตถุทุกชนิดในรัศมีหนึ่งเมตร กำลังยืนแข็งทื่อเป็นหินแกรนิตอยู่กลางโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ พื้นที่อันตรายที่รุ่นพี่ปีสามขึ้นชื่อเรื่องความโหด ดิบ และปากจัดยิ่งกว่าสุนัขแม่ลูกอ่อน
เบื้องหน้าของฉันคือร่างสูงโปร่งของ ‘พี่ธัน’ เดือนคณะวิศวะปีสาม ผู้ชายที่ฮอตปรอทแตกจนสาวๆ ทั้งมหาวิทยาลัยอยากยอมถวายตัวเป็นทาสแมว แต่ตอนนี้ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับหลุดออกมาจากซีรีส์เกาหลีกลับบึ้งตึงสนิท ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นก้มมองคราบสีชมพูฉ่ำหวานที่แผ่ขยายวงกว้างตรงหน้าอกเสื้อนิสิตราคาแพง ก่อนจะค่อยๆ เงยขึ้นมาสบตากับฉันที่กำลังยืนอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาทองขาดน้ำ
ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งแผ่ขยายออกไปราวกับเวลาถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว เสียงพูดคุยจอแจรอบตัวรอบโต๊ะอาหารดูเหมือนจะเบาลงไปถนัดตาเมื่อทุกคนเริ่มสังเกตเห็นรัศมีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวพ่อประจำคณะ
"เอ่อ... คือว่า..." ฉันกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เอ่ยเสียงตะกุกตะกักราวกับคนเป็นใบ้ "พาย... พายไม่ได้ตั้งใจนะคะพี่ คือว่า... พอดีมีคนเดินชนไหล่พายสะดุด แล้วแก้วมันก็..."
"ข้อแก้ตัวฟังไม่ขึ้น"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยแทรกขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องรอให้ฉันแก้ตัวให้จบประโยค น้ำเสียงนั้นไม่ได้ตะคอก ไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่กลับเย็นเยียบจนสันหลังวาบราวกับถูกน้ำแข็งก้อนใหญ่แปะลงบนท้ายทอย
พี่ธันปัดมือฉันที่ถือทิชชьюเปียกออกอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนฉันที่สูงแค่ไหล่เขาต้องแหงนคอมองจนคอแทบเคล็ด ส่วนสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรกับไหล่กว้างที่อยู่ในเสื้อนิสิตยับยู่ยี่เพราะฝีมือฉัน ยิ่งทำให้แรงกดดันพุ่งทะยานจนฉันแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ
ให้ตายเถอะ! นี่เพิ่งจะเป็นสัปดาห์แรกของการเปิดเทอมมหาวิทยาลัยเองนะ ทำไมชีวิตของพายถึงได้มีโควตาความซวยอัดแน่นเสียยิ่งกว่าโควตาวิชาเลือกเสรีปีหนึ่งเสียอีกเล่า!
"ขอโทษค่ะ! พายขอโทษจริงๆ นะคะ เดี๋ยวพายรับผิดชอบซักรีดให้เองค่ะ หรือถ้ามันซักไม่ออก พายซื้อตัวใหม่ให้ทันทีเลยค่ะพี่!" ฉันรีบละล่ำละลักเสนอทางออกด้วยความร้อนรน พร้อมกับควaานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสะพายอย่างลนลานจนเกือบทำมันร่วงลงไปจูบพื้นอีกรอบ
พี่ธันไม่ตอบ เขาเพียงแต่ปรายตามองคราบสีชมพูหวานแหววบนอกเสื้อตัวเองครั้งหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเหลืออด รัศมีความหงุดหงิดแผ่ซ่านจนเพื่อนร่วมโต๊ะของเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับกลั้น2หัวเราะไม่ออก ต้องรีบเบนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนลูกหลง
"เสื้อตัวนี้สั่งตัดพิเศษจากอิตาลี... ซักมือเท่านั้น และที่สำคัญ..." พี่ธันก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉันทีละก้าว จนฉันต้องถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะไม้เสียงดังปึก "มันเป็นตัวโปรดของฉัน"
สายตาดุๆ คู่นั้นมองสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความระอาปนหมั่นไส้ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะเหยียดยิ้มบางเบາที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่รอยยิ้มที่เป็นมิตร
"ซุ่มซ่ามแบบนี้ ปีหนึ่งบริหารฯ เขาคัดเลือกว่าที่นักศึกษาเข้าคณะด้วยเกณฑ์อะไรวะ หรือใช้การโยนหัวก้อยตัดสินความสามารถในการเดินตรงๆ?"
ฮึ่ย! ปากคอเราะร้ายเป็นบ้าเลยผู้ชายคนนี้! ถึงหน้าตาจะหล่อเหลาชวนใจละลายแค่ไหน แต่ถ้าพ่นคำพูดแบบนี้ออกมาบ่อยๆ รับรองว่าขึ้นคานทองนิเวศน์แน่นอนค่ะ! แม้ในใจจะแอบเถียงกลับไปชุดใหญ่ไฟกระพริบ แต่ภายนอกฉันทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ส่งสายตาออดอ้อนระคนสำนึกผิดไปให้อย่างสุดชีวิต
"พายซุ่มซ่ามเองค่ะ ยอมรับผิดทุกประการเลย พี่ธันจะลงโทษยังไงดีคะ ถึงจะหายโกรธ..."
"ลงโทษเหรอ?" ทวนคำเสร็จ พี่ธันก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลดต่ำลงมาใกล้จนฉันแทบหยุดหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "เธอมันตัวปัญหาชัดๆ ยัยเด็กบริหารตัวแสบ"
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนฉันไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังฝูงชนที่กำลังยืนล้อมวงมุงดูเหตุการณ์
"เกิดอะไรขึ้นเหรอพาย? ใครทำอะไรน้องหรือเปล่าครับ?"
พี่คีย์... รุ่นพี่ปีสองคณะบริหารฯ คนที่ตามจีบฉันมาตั้งแต่ตอนค่ายปฐมนิเทศก์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับพี่ธันอย่างรวดเร็ว ร่างสูงโปร่งในชุดนิสิตรีดเรียบกริบส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ฉัน พร้อมกับเอื้อมมือมาโอบไหล่ฉันไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเล็กน้อย
บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารเปลี่ยนไปในพริบตา จากเดิมที่คุกรุ่นไปด้วยความโกรธของเดือนวิศวะ ตอนนี้มันกลับกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าประจุลบ เมื่อดวงตาคมกริบของพี่ธันหันไปจ้องมองมือของพี่คีย์ที่วางอยู่บนไหล่ของฉันด้วยสายตานิ่งสนิท... แต่น่ากลัวชะมัด
พี่ธันแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาที่มองมาที่พี่คีย์มีความเย้ยหยันฉายชัดอยู่ชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะปรายตามองฉันอีกครั้งด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของฉันกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"อ้อ... แฟนคลับตัวยงนี่เอง" พี่ธันเอ่ยเสียงเรียบ แต่สายตากลับไม่ละไปจากใบหน้าของฉันเลยแม้แต่น้อย "งั้นก็ตามสบายเถอะ... ส่วนเรื่องเสื้อของฉัน ไว้ฉันจะติดต่อไปทวง 'ค่าเสียหาย' คืนจากเธอด้วยตัวเอง... ยัยเด็กซุ่มซ่าม"
พูดจบเขาก็สะบัดหน้าเดินหนีหายฝ่าฝูงชนออกไปทันที โดยไม่รอให้ใครได้เอ่ยคำลา ทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ หัวใจเต้นรำถี่รัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ถูก...
เดี๋ยวนะคะ... เมื่อกี้เขาบอกว่าจะ 'ติดต่อไปทวงคืน' อย่างงั้นเหรอ?! แล้วเขาเอาเบอร์โทรศัพท์หรือไลน์ฉันมาจากไหนกันเล่า!
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเปิดอ่านบทแรกด้วยกันนะคะ หวังว่าจะเอ็นดูความซุ่มซ่ามของน้องพายและความซึนของพี่ธันกันเยอะๆ น้า รักนะคะ ♡ - ชาพีชหวานน้อย
วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ•ตอนที่ 1
วันซวยของเด็กใหม่
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!