สัมผัสอุ่นจัดของปลายนิ้วที่แตะลงบนกึ่งกลางหน้าผาก เพื่อวัดไข้โดยไม่ต้องเอ่ยขออนุญาตสักคำ คือสิ่งแรกที่ดึงพายให้หลุดจากห้วงนิทราอันเลือนราง กลิ่นหอมสะอาดของกาแฟคั่วผสมกับกลิ่นสบู่อ่อนๆ ประจำตัวของหัวหน้าทีมดีไซน์ลอยวนอยู่ใกล้เสียจนน่าประหลาดใจ ทั้งที่ปกติแล้ว ระยะห่างระหว่างพวกเขามักถูกขีดเส้นไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดและวาจาเชือดเฉือนเสมอ
"ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นมาทานยาค่ะ อย่าทำเป็นเก่งนักเลยพาย ไข้ขึ้นเกือบสามสององศา ยังมีหน้ามานอนทำตัวเป็นภาระคนอื่นอยู่ได้"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความห่วงใยไว้มิดชิดจนเกือบกลายเป็นเสียงบ่นดังขึ้นทันทีที่แพขนตางอนแพรวพราวขยับไหว พายกระพริบตาไล่ความพร่ามัว ปรับโฟกัสภาพตรงหน้าให้ชัดเจนขึ้น ก่อนจะพบว่าอคินไม่ได้ยืนอยู่ปลายเตียงอย่างที่ควรจะเป็น แต่เขากำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างฟูกในชุดทำงานเต็มยศ เนคไทสีเทาเข้มถูกคลายปมออกเล็กน้อยเผยให้เห็นลำคอแกร่ง ทว่ามือข้างหนึ่งกลับถือแก้วน้ำอุ่นและแผงยาพาราเซตามอลไว้ด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง
พายแค่นหัวเราะในลำคอ แม้เสียงจะแหบแห้งจนฟังไม่ได้ศัพท์แต่ความปากเก่งไม่มีวันลดน้อยลง "โอ้โห... คุณอคินผู้รักความสมบูรณ์แบบ ยอมเสียเวลาอันมีค่ามานั่งเฝ้าลูกน้องป่วยใกล้ชิดขนาดนี้ ตั้งกล้องไลฟ์สดเรี่ยไรเงินค่าทิปดีไหมคะ เผื่อจะได้ทุนค่าแรงที่คุณต้องเสียเวลามาดูแลฉันวันนี้คืนบ้าง"
"ปากดีแบบนี้ แสดงว่าไข้คงลดลงแล้วสินะคะ" อคินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบฉายแววค้อนขวิดระคนเอ็นดูจนคนมองต้องเสสายตามองไปทางอื่น "ถ้ายังมีแรงมาประชดประชัน แสดงว่ายาที่วางอยู่บนโต๊ะเมื่อคืนคงไม่ได้ช่วยอะไรเลยนอกจากทำให้พลังปากของคุณเพิ่มขึ้น"
พายพยายามยันตัวขึ้นพิงหัวเตียง แต่ความวิงเวียนที่แล่นริ้วขึ้นมาทำให้ร่างบางเซเล็กน้อย อคินขยับตัวรวดเร็วกว่าความคิด มือหนาคว้าหมอนใบโตมาหนุนหลังให้พายอย่างเบามือ สัมผัสจากฝ่ามือที่แตะโดนหัวไหล่ลาดทำให้พายชะงักไปชั่วขณะ เป็นจังหวะเดียวกับที่อคินยื่นแก้วน้ำและเม็ดยามาตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับจับจ้องทุกอากัปกิริยาของเขาไม่วางตา
"กินเข้าไปซะค่ะ ฉันไม่ได้ใจดีพอจะมานั่งป้อนยาเด็กดื้อรอบสองหรอกนะ"
"ฉันโตเป็นควาย... เอ๊ย เป็นผู้ใหญ่แล้วค่ะ ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะต้องมาคอยบังคับ" พายรับแก้วน้ำมาถือไว้เอง แต่สายตายังคงจิกกัดคนตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ "ว่าแต่... เมื่อคืนคุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง ลืมไปแล้วหรือไงคะว่าเราเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่คู่ชีวิตที่จะมีกุญแจสำรองห้องกันได้ตามใจชอบ"
อคินหรี่ตามองพายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของคนเหนือกว่าที่กุมความลับบางอย่างไว้ "ประตูห้องคุณไม่ได้ล็อกต่างหากค่ะ พาย... คุณเป็นคนสะมาพาร์ทโปรเจกต์กับธันวาจนดึกดื่นแล้วทิ้งร่างไว้บนโซฟาห้องนั่งเล่นเองแท้ๆ ฉันผ่านมาเห็นเข้าเพราะเป็นห่วงงาน กลัวว่ากราฟิกดีไซเนอร์คนเก่งจะตายคาโต๊ะทำงานก่อนส่งงานให้ลูกค้าต่างหาก ถึงได้ยอมเสียสละเวลามาอุมาคุณมานอนบนเตียงดีๆ แบบนี้"
คำว่า 'อุ้ม' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำทีเล่นทีจริงจนพายหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความทรงจำรางเลือนเมื่อคืนคืนย้อนกลับมาเป็นฉากๆ ภาพที่เขารู้สึกเหมือนลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศ และอ้อมแขนกว้างที่ทั้งอบอุ่นและมั่นคงจนน่าตกใจ... ให้ตายเถอะ นี่เขาเผลอแสดงด้านอ่อนแอให้อคินเห็นไปหมดเลยอย่างนั้นเหรอ
"ขอบคุณค่ะ... แต่คราวหลังไม่ต้องเสือก... ไม่ใช่สะ... ไม่ต้องใส่ใจฉันขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ฉันเกรงใจหัวหน้าทีมผู้แสนดี" พายกลืนคำหยาบกลับลงคอแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ส่งตรงมา
"ดีค่ะที่รู้ตัวว่าควรเกรงใจ" อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานริมห้อง หยิบแฟ้มเอกสารโปรเจกต์ที่กางค้างไว้ขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ "วันนี้คุณหยุดพักผ่อนไปซะ ไม่ต้องเสนอหน้าเข้าออฟฟิศเด็ดขาด งานส่วนที่เหลือฉันจัด
การให้แล้ว..."
พายเบิกตากว้าง รีบดึงผ้าห่มออกแล้วทำท่าจะก้าวลงจากเตียง "ไม่ได้นะคะ! โปรเจกต์นี้ธันวาจ้องจะฮุบอยู่ ฉันจะปล่อยให้คุณแบกรับไว้คนเดียวได้ยังไง อีกอย่าง ทีมเราต้องพรีเซนต์วันพุธนี้นะคะคุณอคิน!"
"พาย!" อคินหันขวับมาเสียงเข้ม ก้าวสามขุมกลับมาตรึงร่างบางให้นั่งลงบนเตียงตามเดิมด้วยแรงกดที่หัวไหล่ "ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง! สภาพคุณตอนนี้แค่วิ่งไล่จับแมวยังไม่รอดเลย จะเอาแรงที่ไหนไปเถียงกับธันวา หم?"
ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นกาแฟกระทบเข้ากับพวงแก้มขาวเนียนของพาย หัวใจของคนป่วยเต้นรำระส่ำระสายไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่เป็นเพราะระยะประชิดที่อันตรายเกินไป อคินเองก็ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าพวกเขาอยู่ใกล้กันเกินควร ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมไหววูบก่อนจะค่อยๆ เลื่อนสายตาลงมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นของพาย
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันตา เหลือเพียงเสียงลมหายใจและจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของคนทั้งคู่ อคินเป็นฝ่ายชะงักค้าง มือที่กดไหล่พายอยู่คลายน้ำหนักลงโดยไม่รู้ตัว ทว่าสายตากลับลึกล้ำเสียจนพายไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมพักผ่อน..." เสียงทุ้มแหบพร่าลงอย่างน่าประหลาด "ฉันอาจจะใช้วิธีอื่น... ที่ทำให้คุณลุกไปไหนไม่ได้เลยจริงๆ นะคะพาย"
ติ๊ด! เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นทำลายความเงียบงันและมนต์สะกดระหว่างคนทั้งคู่ลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา อคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่พายสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ
อคินถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย ก่อนจะผละตัวออกแล้วเดินไปที่ประตูห้องเพื่อดูผ่านตาแมว ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่เขาเปิดประตูออก สีหน้าเรียบนิ่งเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบขึ้นมาทันที เมื่อร่างสูงโปร่งของแขกที่ไม่ได้รับเชิญในยามเช้าตรู่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้อุปกรณ์เชิญ
"อ้าว... หัวหน้าทีมอคิน มาทำอะไรอยู่ในห้องพายแต่เช้าขนาดนี้ล่ะครับเนี่ย? หรือว่า... ข่าวลือเรื่องความสนิทสนมเกินเลยของคู่กัดแผนกดีไซน์ จะไม่ใช่แค่เรื่องโกหกซะแล้วสิ"
ธันวาแย้มยิ้มกวนประสาท ยืนกอดอกมองหน้าอคินสลับกับพายที่นั่งหน้าซีดอยู่บนเตียงนอนด้วยแววตาพราวระยับที่ซ่อนความดุดันไว้เต็มเปี่ยม
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินปนความระทึกในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา•ตอนที่ 18
เช้านี้ที่ไม่เหมือนเดิม
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!