กาแฟแก้วที่สามของวันไม่ได้ช่วยให้สมองของอคินปลอดโปร่งขึ้นเลยสักนิด ตรงกันข้าม กลิ่นคั่วเข้มข้นที่ติดอยู่ปลายลิ้นกลับยิ่งทำให้รสชาติในปากขมปร่า พอกพูนความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัทโฆษณาชื่อดังแห่งนี้
ในฐานะหัวหน้าทีมดีไซน์คนใหม่ อคินคาดหวังความราบรื่น—หรืออย่างน้อยก็ความเคารพ—จากลูกทีมในวันแรกของการทำงาน แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นการต้อนรับด้วยความว่างเปล่าของเก้าอี้ตัวริมหน้าต่าง และกองงานกราฟิกที่กองสุมอยู่บนโต๊ะราวกับภูเขาเลากา โดยไร้เงาของเจ้าของพื้นที่
“คุณพายยังไม่มาเหรอครับ”
อคินหันไปถามน้องฝึกงานที่ยืนกุมมือตัวลีบอยู่ข้างโต๊ะ น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง ทว่าแฝงรังสีความกดดันไว้อย่างแนบเนียนจนเด็กหนุ่มสะดุ้งโหยง
“ม...มาแล้วครับพี่อคิน แต่... เอ่อ คือ...” น้องฝึกงานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วชี้สั่นๆ ไปทางห้องน้ำรวม “พี่พายบอกว่ากาแฟร้านโปรดคิวยาว เลยแวะไปต่อคิว... ตั้งแต่แปดโมงครึ่งแล้วครับ”
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย นี่มันเก้าโมงสิบห้านาทีแล้ว นี่ยังไม่ใช่เวลามาทำงานเร่งด่วนวันแรกของโปรเจกต์ร้อยล้านหรือไงกัน ประสาทสัมผัสของเขาเตือนภัยว่าโปรเจกต์นี้คงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่ผู้บริหารวาดฝันไว้แน่ๆ
ประตูห้องทำงานกระจกฝ้าเปิดผางเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมฟุ้งของวานิลลาและคาราเมล ร่างโปร่งบางในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈สีฟ้าอ่อนก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ มือเรียวข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟเย็นยี่ห้อดัง อีกข้างคีบหูฟังไร้สายไว้ที่ปลายนิ้ว ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองบรรยากาศในห้องก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมคนใหม่ที่ยืนกอดอกรออยู่
“อ้าว นึกว่าใคร ยืนทำหน้าเครียดเป็นยักษ์วัดแจ้งอยู่หน้าโต๊ะผม มีอะไรหรือเปล่าครับหัวหน้า... อคิน ใช่ไหมนะ”
เสียงใสๆ นั้นเอื้อnเอ่ยด้วยโทนกวนประสาทแบบไม่คิดจะเกรงกลัวอำนาจมืด พายเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย รอยยิ้มมุมปากมีความเย้ายวนกวนโมโหอยู่ในทีจนอคินรู้สึกคันมือยิบๆ อยากจะหยิบไม้บรรทัดมาฟาดสักทีสองที
“นี่คุณรู้ตัวไหมว่านี่มันกี่โมงแล้ว” อคินก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายช้าๆ แรงกดดันจากส่วนสูงและมาดนิ่งขรึมทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา “เก้าโมงสิบห้า นาทีที่บริษัทนี้เขาเลิกงานเช้ากันรึไง หรือนาฬิกาที่คอนโดคุณมันเดินช้ากว่าคนอื่นเขาเป็นชั่วโมง”
พายไม่ถอยหนีแถมยังก้าวเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นหอมหวานจากตัวอีกฝ่ายตีเข้าจมูกอคินจนคนนิ่งขรึมต้องเผลอชะงัก ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่คืบ แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายความซุกซน ไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด
“อุ๊ย ขอโทษทีครับพอดีรถติด... ติดใจกาแฟร้านนั้นน่ะ” พายลากเสียงยาวอย่างจงใจ กวาดสายตามองสำรวจร่างสูงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาประเมิน “แล้วก็... นาฬิกาผมเดินปกติครับ แต่มันคงไม่ขยันขันสู้เท่าหัวหน้าใหม่ที่มานั่งรอจับผิดลูกน้องตั้งแต่ไก่โห่หรอกนะ... ว่าแต่ ว่าว่างมากเหรอครับ ถึงได้มาจ้องโต๊ะผมตั้งแต่เช้าตรู่?”
“ปากเก่งนักนะ” อคินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความอดทนที่สั่งสมมานานสิบปีในการเป็นดีไซเนอร์มืออาชีพกำลังจะพังทลายลงเพราะไอ้เด็กแก้มใสตรงหน้านี่แหละ “ถ้าฝีมือของคุณมันคมคายเท่าคำพูด ผมคงไม่ต้องมานั่งกังวลว่าโปรเจกต์นี้จะล่มไม่เป็นท่าหรอกนะ ไปนั่งที่แล้วเปิดไฟล์งานขึ้นมาดูซะ... ผมให้เวลาคุณห้านาที”
“ห้านาทีเหรอครับ?” พายหัวเราะในลำคอเบาๆ ท่าทางยักไหล่อย่างไม่ยี่หระช่างน่าหมั่นไส้เสียจนอคินอยากจะคว้าคอเสื้อมาเขย่าให้หลุดความมั่นหน้าออกไปให้หมด “เสียใจด้วยนะหัวหน้า พอดีผมเป็นพวกทำงานภายใต้แรงกดดัน... ยิ่งกดดัน ยิ่งช้าครับ”
พายเดินผ่านไหล่หนาไปอย่างจงใจ แรงกระแทกเบาๆ ทำให้อคินต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นจนถึงขีดสุด ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนอย่างเกียจคร้าน วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความเร็วกำลังดี ไม่ได้รีบร้อนอย่างที่โดนสั่งแม้แต่น้อย
อคินหันกลับมามองแผ่นหลังบางนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดโทษ เขาไม่ใช่คนใจดี และไม่เคยใจอ่อนกับใครหน้าไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะกับกราฟิกตัวแสบที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาตั้งแต่ชั่วโมงแรกของการทำงาน
“ถ้างานชิ้นแรกออกมาไม่ดีอย่างที่คุย คุณเตรียมตัวเก็บของกลับบ้านได้เลย พาย” อคินเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ตวัดสายตาคมกริบมองตรงไปที่คนนั่งลอยหน้าลอยตาอยู่หน้าจอ
พายชะงักมือที่กำลังเลื่อนเมาส์เล็กน้อย เจ้าตัวหมุนเก้าอี้กลับมาสบตากับอคินตรงๆ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ดวงตาสองชั้นหลุบมองริมฝีปากของอคินแวบหนึ่งก่อนจะเงยขึ้นสบตา ท่าทีเย้ายวนและท้าทายนั้นทำให้อคนินหัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
“กลัวจังเลยครับ...” พายลากเสียงยียวน กัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างจงใจยั่วเย้า “แต่ถ้าผมทำออกมาดี... หัวหน้ามีรางวัลอะไรให้ผมเป็นพิเศษไหมล่ะครับ?”
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันตาเห็น เสียงแอร์ตัวใหญ่ส่งเสียงฮัมเบาๆ ตัดกับเสียงหัวใจของอคินที่เต้นแรงผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด เขากำมือแน่นเพื่อควบคุมตัวเองไม่ให้เผลอทำอะไรบ้าๆ ลงไป สายตาทั้งคู่ประสานกันนิ่งราวกับกำลังวัดรอยเท้าและลองเชิงกันในยกแรกที่ดุเดือดเลือดพล่าน
ทว่า ก่อนที่อคินจะได้อ้าปากตอกกลับประโยคแซ่บๆ ใส่หน้าคนกวนประสาท เสียงเคาะประตูกระจกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขอโทษทีนะ พอดีผมไม่ได้นัดไว้ล่วงหน้า แต่คิดว่าหัวหน้าทีมคนใหม่คงอยากรู้เรื่องสำคัญนี้นะครับ... อคิน”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูเอ่ยขึ้นพร้อมกับการผลักประตูกระจกเปิดกว้าง ร่างสูงโปร่งในสูทแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่อคินเห็นแล้วอยากจะซัดให้คว่ำคาสูท
ธันวา... เพื่อนร่วมรุ่นสมัยมหาวิทยาลัยที่ผันตัวมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ และตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงนี้ พร้อมกับเอกสารลับในมือที่ทำให้อคินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกกับพุดดิ้งคาราเมลนะคะ หวังว่าจะชอบเคมีแซ่บๆ ของคู่นี้ค่ะ
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา•ตอนที่ 1
โปรเจกต์ใหม่กับศัตรูหัวใจ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ผมโทรหา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!