หน้าจอแล็ปท็อปสว่างวาบสะท้อนกับแว่นกรองแสงของคีย์ นิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์รัวเร็วราวกับจะระบายความหงุดหงิดทั้งหมดลงไปในสไลด์พรีเซนต์งาน เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่สิบนับตั้งแต่ที่วงคู่แข่งปาดหน้าเค้กแย่งคิวขึ้นนำไปก่อนอย่างหน้าด้านๆ
ความผิดพลาดระดับวิกฤตนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือเกมการเมืองสกปรกในบริษัทที่คีย์เกลียดชังเข้าไส้ ทว่าสิ่งที่ทำให้เพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์อย่างเขาแทบคลั่งไม่ใช่การถูกตัดหน้า หากแต่เป็นสถานการณ์บีบคั้นที่ทำให้งานชิ้นเอกซึ่งใช้เวลาปลุกปั้นมาเป็นเดือนกำลังจะพังทลายลงในพริบตา
"ถ้ายังทำหน้าเครียดเป็นตูดแบบนั้น ไฟล์เสียงที่คุณแก้รอบล่าสุดอาจจะระเบิดคามือผมก่อนจะได้ขึ้นพรีเซนต์นะครับคุณโปรดิวเซอร์"
เสียงทุ้มต่ำติดกวนประสาทดังขึ้นจากมุมมืดของสตูดิโอ ไทม์หยัดกายลุกขึ้นจากโซฟาตัวยาว มือข้างหนึ่งถือกระป๋องกาแฟดำที่พร่องไปครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาคมกริบภายใต้แสงไฟสลัวของห้องมิกซ์เสียงทอดมองร่างโปร่งที่กำลังหัวเสียอย่างนึกสนุก
คีย์ตวัดสายตาดุดันกลับไปทันที
"ถ้าคุณมีเวลาว่างมาแซะผม เดินไปเช็กความสมบูรณ์ของแทร็กดนตรีสดที่เพิ่งอัดเมื่อกี้ไม่ดีกว่าเหรอครับ หรือสมองอัจฉริยะของคุณมันรับภาระประมวลผลไม่ไหวแล้ว?"
ไทม์ไม่โกรธ รอยยิ้มมุมปากยิ่งจุดประกายความกวนให้เด่นชัดขึ้นไปอีก ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูกคีย์จนเผลอชะงักมือที่กำลังพิมพ์ ไทม์โน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำพนักพิงเก้าอี้ของคีย์ไว้ บังคับให้โปรดิวเซอร์หนุ่มต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยปริยาย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนน่าอันตราย
"ปากเก่งแบบนี้ค่อยน่าทำงานด้วยหน่อย... ดูสิครับ หน้าจอคุณเละไม่เป็นท่าแล้ว"
ไทม์เอื้อมมือข้ามไหล่บาง นิ้วเรียวยาวกดคีย์ลัดบนแป้นพิมพ์ไม่กี่ครั้งด้วยความคล่องแคล่วว่องไว ชั่วพริบตาเดียว ไฟล์เสียงที่กระจัดกระจายและสไลด์พรีเซนต์ที่เรียบเรียงผิดลำดับก็ถูกจัดระเบียบใหม่อย่างสมบูรณ์แบบบนหน้าจอ คีย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่ใช่แค่เพราะความเร็ว แต่เป็นเพราะโครงสร้างที่ไทม์จัดให้มันตรงกับ "สิ่งที่เขาอยากได้ในใจ" แบบเป๊ะๆ โดยที่เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากสั่งสักคำ
"คุณ... ทำได้ยังไง?" คีย์เผลอหลุดปากถาม น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
"วิศวกรเสียงเขาไม่ได้มีดีแค่หูทองคำหรอกนะครับคุณคีย์ ประสาทสัมผัสในการอ่านใจคนบ้างานอย่างคุณ ผมก็พอมีอยู่บ้าง" ไทม์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือความเจ้าเล่ห์เล่นเอาหัวใจของคนฟอกโปรดิวเซอร์หนุ่มกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
คีย์รีบเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็น ใบหูขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดท่ามกลางแสงสลัว เขารีบดันอกแกร่งให้ออกห่างแล้วกระแทเสียงใส่เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก
"อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามกับผมนะ ไทม์! งานยังไม่เสร็จ อย่าเพิ่งมั่นใจว่าเราจะรอด"
"ครับๆ ไม่รุ่มร่ามก็ได้" ไทม์ผละออกอย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มพึงพอใจฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ที่ผมยอมช่วยแก้งานดึกดื่นป่านนี้ ไม่ใช่เพราะสงสารบริษัทหรอก..."
ไทม์เว้นจังหวะ สายตาคมกริบจดจ้องใบหน้าหวานที่กำลังเม้มปากแน่นอย่างพิจารณา
"...แต่เพราะผมไม่อยากเห็นคนเก่งแถวนี้ต้องมาร้องไห้ขี้มูกโป่งคาโต๊ะทำงานต่างหากล่ะครับ"
"ใครร้องไห้! พูดจาเพ้อเจ้อ!" คีย์หันขวับมาสวนกลับทันควัน นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความฮึดฮัด ทว่าพวงแก้มกลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานข้ามวันข้ามคืนมลายหายไปสิ้นเมื่อต้องมารับมือกับวิศวกรเสียงปากร้ายคนนี้
บรรยากาศในห้องควบคุมเสียงตึงเครียดแต่กลับเจือด้วยกระแสความอบอุ่นประหลาด คีย์จำต้องยอมรับกับตัวเองเงียบๆ ว่า ภายใต้ท่าทางกวนประสาทและคำพูดจิกกัดไม่เว้นแต่ละวัน ไทม์คือคนที่ตามทันความคิดบ้าคลั่งเรื่องงานของเขาทุกฝีก้าว และเป็นเพียงคนเดียวที่เข้ามาพังทลายกำแพงความเครียดที่เขาสร้างขึ้นมาได้เสมอ
หน้าจอแสดงเวลาถอยหลัง 15 นาทีก่อนถึงเวลาพรีเซนต์จริง ทั้งสองคนกลับมาตั้งหน้าตั้งตาตรวจทานความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ไทม์นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ นิ้วมือรัวมิกซ์เสียงดนตรีประกอบเข้ากับจังหวะสไลด์ที่คีย์ควบคุมอย่างรู้ใจ การประสานงานอย่างไร้รอยต่อในช่วงเวลาวิกฤตทำให้เคมีบางอย่างระหว่างพวกเขาก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ รวดเร็ว และรุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน
เวลาผ่านไปจนเหลือเพียงห้านาทีสุดท้าย ทุกอย่างสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ คีย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ กำลังจะหันไปเอ่ยปากขอบคุณคนข้างกายตามมารยาท
ทว่าจังหวะนั้นเอง...
*ปัง!*
ประตูห้องสตูดิโอถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของใครบางคน ร่างของเพื่อนร่วมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์พุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก หอบหายใจจนตัวโยน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"คีย์! ไทม์! แย่แล้ว... บอสดันเปลี่ยนกฎกะทันหัน หน้าห้องประชุมใหญ่ตอนนี้... คนที่ยืนรอตรวจงานพวกนายอยู่ไม่ใช่คณะกรรมการเดิม!"
คีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย "แล้วใคร?"
ผู้ช่วยหน้าตาตื่นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ทำให้เลือดในกายของคีย์เย็นเฉียบลงในพริบตา
"...คนที่มานั่งรอฟังพวกนายพรีเซนต์ตอนนี้ คือ 'คุณภานุ' ประธานใหญ่ผู้ลงทุนโปรเจกต์นี้... และเขาเพิ่งสั่งห้ามไม่ให้ใครแก้ไขสไลด์หน้าสุดท้ายเด็ดขาด!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
เซฟโซนของคนคลั่งงานคือปากร้ายอย่างคุณ•ตอนที่ 6
สายตาที่จับจ้อง
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานคือปากร้ายอย่างคุณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!