“ถ้ามันไม่อยากมีชีวิตอยู่ ก็ให้มันตายไปในกองขยะนั่นแหละ! เสียข้าวสุกให้คนขี้เกียจสันหลังยาวแบบนี้เปลืองเปล่าๆ!”
เสียงแหลมสูงบาดหูของแม่สามีดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของลู่เหวินอวี่ ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบลงกลางศีรษะจนแตกละเอียด กลิ่นเหม็นอับชื้นของดินชื้นแฉะและกลิ่นสาบของฟางเก่าๆ อบอวลอยู่ในจมูกจนเธอต้องสำลักออกมาอย่างรุนแรง
*แค๊ก! แค๊ก!*
เหวินอวี่พยายามลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าพร่ามัวครู่หนึ่งก่อนจะชัดเจนขึ้น เธอไม่ได้อยู่ในครัวไฟระดับห้าดาวที่เพิ่งออกแบบเสร็จเมื่อคืน แต่กำลังนอนแผ่อยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบในห้องเก็บฟางที่มืดมิด มือของเธอที่เคยจับมีดเชฟระดับโลกบัดนี้กลับหยาบกร้านและซีดเซียว ร่างกายซีกซ้ายปวดร้าวราวกับถูกทุบด้วยกระบอง
‘เกิดอะไรขึ้น... นี่ฉันยังไม่ตายเหรอ?’ ความทรงจำสุดท้ายของเธอก่อนจะวูบไปคืออุบัติเหตุทางรถยนต์ที่แสนโชคร้าย
“ยังไม่ตายงั้นเหรอ?” เสียงเยาะเย้ยดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเงาร่างของหญิงวัยกลางคนที่ยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม “ตื่นมาก็ดี จะได้รู้ว่าคนในบ้านนี้เขาเกลียดแกแค่ไหน ลุกขึ้นไปถางหญ้าหลังฟาร์มซะ ถ้าวันนี้ทำไม่เสร็จก็ไม่ต้องกินข้าว!”
หญิงคนนั้นทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกไป ทิ้งให้เหวินอวี่นอนนิ่งด้วยหัวใจที่เต้นรัว ข้อมูลชุดหนึ่งหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธอราวกับน้ำป่า… เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ ‘ลู่เหวินอวี่’ นางร้ายจอมขี้เกียจที่แต่งงานกับ ‘จางหยาง’ นายทหารหนุ่มผู้เย็นชาและเคร่งขรึม เพียงเพราะความริษยาและต้องการเกาะกินครอบครัวสามี
*ตลกสิ้นดี...* เหวินอวี่แค่นยิ้มที่มุมปาก ในเมื่อสวรรค์เล่นตลกให้เธอต้องมาอยู่ในร่างนี้ ก็อย่าหวังเลยว่าเธอจะยอมเป็นนางร้ายที่โง่เขลาให้คนอื่นโขกสับจนตายอีกรอบ
ทันใดนั้น หน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธออย่างฉับพลัน
[ยินดีต้อนรับสู่ระบบ: มิติห้างสรรพสินค้าอเนกประสงค์]
[สถานะพลังงาน: ต่ำ]
[ภารกิจแรก: ทำอาหารที่ใช้วัตถุดิบในระดับพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูพลังกายและสติปัญญา]
[รางวัล: เครื่องปรุงรสล้ำยุคและชุดอุปกรณ์ทำอาหารระดับเชฟ]
เหวินอวี่มองโฮโลแกรมด้วยสายตาเป็นประกาย เธอเคยเป็นถึงเชฟอันดับหนึ่ง เรื่องหาวัตถุดิบมาทำอาหารในสถานการณ์ที่ย่ำแย่คือความถนัดของเธอ เธอเหลือบเห็นหมูสามชั้นก้อนเล็กๆ ที่แม่สามีโยนทิ้งไว้ในตะกร้าข้างๆ พร้อมกับเครื่องเทศแห้งกรังๆ ที่เหลือติดก้นครัว
“มิติห้างสรรพสินค้าเหรอ? ก็นับว่ายังมีดวงอยู่บ้าง”
เธอใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดพยุงตัวลุกขึ้น กลิ่นหอมจางๆ เริ่มลอยออกมาจากห้วงมิติเมื่อเธอเปิดช่องเก็บของ ระบบส่งเครื่องปรุงชั้นเลิศมาให้เธอ เหวินอวี่ลงมือจัดการตั้งเตาดินเผาข้างฟาร์มทันที เธอใช้ความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพจัดการเคี่ยวน้ำตาลจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง กลิ่นหอมหวานของคาราเมลเริ่มปะทะกับกลิ่นเครื่องเทศพะโล้ที่เข้มข้นจนคนทั้งหมู่บ้านต้องหันมามอง
หมูสามชั้นถูกเคี่ยวจนนุ่มละลายในปาก เหวินอวี่ปรุงรสอย่างใจเย็น เธอไม่ได้ทำแค่เพียงประทังชีวิต แต่เธอกำลังทำ ‘ศิลปะ’ กลิ่นพะโล้สูตรลับเฉพาะที่หอมอบอวลไปทั่วบริเวณฟาร์มร้าง มันเป็นกลิ่นที่ทรงพลังพอจะปลุกใครก็ตามที่ได้กลิ่นให้หิวจนท้องร้อง
ในขณะที่หมูพะโล้กำลังเดือดปุดๆ อยู่บนเตา ประตูรั้วไม้เก่าๆ ก็ถูกผลักเข้ามาด้วยจังหวะที่หนักแน่นและทรงพลัง จางหยาง สามีผู้เงียบขรึมของเธอเดินตรงเข้ามาในสภาพชุดเครื่องแบบทหารที่เปื้อนฝุ่นผง ดวงตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งมาที่ร่างของภรรยาที่กำลังก้มหน้าก้มตาปรุงอาหารอย่างตั้งอกตั้งใจ
เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อกลิ่นหอมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเตะเข้าที่จมูก มันไม่ใช่กลิ่นอาหารขยะที่คนในบ้านนี้มักจะทำให้เขากิน แต่มันคือกลิ่นของเนื้อหมูที่ตุ๋นจนได้ที่ ปรุงแต่งด้วยเครื่องเทศที่เขานึกชื่อไม่ออก
“แกกำลังทำอะไร?” เสียงเข้มต่ำถามขึ้น
เหวินอวี่เงยหน้าขึ้น สายตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือความละโมบเหมือนที่เคยเป็นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่มันกลับเต็มไปด้วยความมั่นใจที่นิ่งสงบ เธอวางทัพพีลงช้าๆ แล้วยิ้มที่มุมปาก ยิ้มที่ทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาของจางหยางกระตุกวูบ
“มื้อเย็นค่ะ... ถ้าคุณหิว ก็มานั่งรอที่โต๊ะสิคะ”
ขณะที่เธอกำลังจะยื่นถ้วยหมูพะโล้ให้เขานั้นเอง เสียงตะโกนด่าทอของแม่สามีก็ดังแว่วมาจากบ้านใหญ่ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนหลายคนที่กำลังมุ่งหน้ามาทางฟาร์มร้างด้วยท่าทีคุกคาม ราวกับเตรียมตัวจะมาพังทุกอย่างให้ย่อยยับ เหวินอวี่มองไปที่จางหยางที่กำลังชักสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหันมามองหมูพะโล้ในมือแล้วตัดสินใจบางอย่าง
เธอเดินเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ แล้วกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน “อย่าเพิ่งกินตอนนี้ค่ะ... เพราะถ้าคุณอยากได้ฟาร์มนี้เป็นของตัวเองโดยที่ไม่ต้องฟังคำสั่งใครอีกต่อไป คุณต้องเป็นคนเลือกว่าจะอยู่ข้างใคร ในมื้ออาหารมื้อนี้”
สิ้นคำพูดของเธอ ประตูรั้วก็ถูกกระชากเปิดออกโดยบรรดาเครือญาติที่จ้องจะฮุบสมบัติ พร้อมกับแม่สามีที่ถือไม้เรียวเข้ามาด้วยใบหน้าดุร้าย
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "ชาเขียวแก้วร้าย" ในการเริ่มต้นก้าวแรกของนางร้ายหัวใจแกร่งนะคะ
มื้อพิเศษของสะใภ้ตัวแสบ: พลิกฟาร์มร้างให้เป็นอาณาจักรล้ำยุค•ตอนที่ 1
ฟื้นจากความตายด้วยกลิ่นพะโล้
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มื้อพิเศษของสะใภ้ตัวแสบ: พลิกฟาร์มร้างให้เป็นอาณาจักรล้ำยุค นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
