“เซ็นสิคะคุณลินิน หรือจะรอให้พวกบ่าวไพร่มาช่วยลากตัวคุณออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลอี้ให้เสียเกียรติวงศ์ตระกูลไปมากกว่านี้”
เสียงของฮูหยินใหญ่ผู้สูงศักดิ์ดังบาดแก้วหู กลิ่นอายความเย็นชาและรังเกียจเดียดฉันท์แผ่ซ่านออกมาจากร่างที่สวมอาภรณ์ปักดิ้นทองระยิบระยับ บนโต๊ะไม้เนื้อดีตรงหน้าลินินเวลานี้ มีเอกสารใบหย่าและคำสั่งเนรเทศอย่างไร้เยื่อใย วางทับอยู่บนกองทรัพย์สินติดตัวอันน้อยนิดที่พวกเขายินยอมให้เธอนำออกไปได้—เศษเสี้ยวของชีวิตที่ถูกตีราคาว่าไร้ค่า
ลินินกะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ความเจ็บแปลบที่ท้ายทอยยังคงหลงเหลืออยู่จากการผลักไสเมื่อครู่ แต่ความทรงจำที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากทำให้เธอเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดในเวลาไม่ถึงลมหายใจ เธอไม่ใช่ "ลินิน" คุณหนูผู้เอาแต่ใจและโง่เขลาในนิยายน้ำเน่าเรื่องนั้นอีกต่อไปแล้ว แต่เธอคือวิญญาณจากยุคปัจจุบันที่ต้องเข้ามาสวมร่างของตัวร้ายผู้ตกอับ กำลังจะถูกเตะโด่งออกจากเมืองหลวง ไปตายเอาดาบหน้า ณ หุบเขาไกลปืนเที่ยงที่ขึ้นชื่อว่าแห้งแล้งและทุรกันดารที่สุด
นิ้วเรียวสวยที่เคยสวมแหวนหยกราคาแพง บัดนี้กลับมีเพียงความว่างเปล่า เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ได้กรีดร้องอาละวาดเหมือนอย่างที่ฮูหยินใหญ่และอนุภรรยาคนอื่นๆ คาดหวังไว้ ตรงกันข้าม มุมปากของลินินกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
“ไม่ต้องใช้บ่าวไพร่หรอกค่ะท่านแม่… อ้อ ลืมไป ดิฉันไม่มีแม่สามีใจร้ายเช่นท่านหรอกนะคะ” ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าราบเรียบจนน่ากลัว เธอยืดตัวขึ้นตรงอย่างสง่างาม แม้เนื้อตัวจะเปื้อนฝุ่นผงจากการถูกผลลากถูลงมาจากเรือนพัก
“ปากกล้าดีนี่! หวังว่าไปอยู่ที่หมู่บ้านชายแดนโน่น เจ้าจะยังมีปากไว้เถียงหมาป่าบนเขาหรอกนะ!” ฮูหยินใหญ่แค่นเสียงหัวเราะอย่างสะใจ โบกมือไล่ราวกับไล่สุนัขจรจัด “ไสหัวไปให้พ้นตระกูลอี้ได้แล้ว!”
ลินินไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษใบหย่าแผ่นนั้นให้รกสายตา มือเรียวคว้าเพียงถุงผ้าใบเล็กที่บรรจุเบี้ยหวัตติดตัวก้นถุงไม่กี่อีแปะ กับเมล็ดพันธุ์พืชสมุนไพรพื้นบ้านที่นางแอบเก็บไว้ในกำมือ เธอก้าวเดินออกจากประตูคฤหาสน์ตระกูลอี้ด้วยฝาดเท้าที่มั่นคง เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินกรวดดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงประกาศอิสรภาพจากกรงทองที่จองจำวิญญาณ
เบื้องหน้าคือเกวียนบรรทุกสินค้าเก่าคร่ำคร่าคันหนึ่ง ลาแก่ๆ ตัวผอมโซยืนรออยู่พร้อมกับคนขับรถม้าหน้าตาบูดบึ้งที่ได้รับคำสั่งให้มา "ส่งศพ" นางไปยังชายแดน ลินินปีนขึ้นไปนั่งบนเบาะไม้แข็งกระด้างอย่างไร้ความลังเล สายลมเย็นยะเยือกของยามสายพัดปะทะใบหน้า แต่แววตาของหญิงสาวกลับลุกโชนไปด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่น ทรัพย์สมบัติ เงินทอง อำนาจในเมืองหลวงน่ะหรือ? ของปลอมพวกรั้น นางไม่ต้องการมันหรอก ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้มาเกิดใหม่พร้อมกับมิติฟาร์มเกษตรในจิตสำนึก สิ่งที่นางจะสร้างขึ้นหลังจากนี้ คืออาณาจักรแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่ต่อให้เอาทองคำมาแลก นางก็ไม่ยอม!
การเดินทางข้ามผ่านภูเขาสูงชันและเส้นทางที่ทุรกันดารกินเวลาหลายวัน จนกระทั่งเกวียนเก่าๆ เล่มนั้นมาจอดสนิทหน้ากระท่อมหลังเล็กทรุดโทรมที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวปลายหมู่บ้านรกร้าง หุบเขาเบื้องหลังคือผืนป่าทึบที่ชาวบ้านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามีอาถรรพ์และอันตรายรอบด้าน
"ถึงแล้ว ทางใครทางมัน ข้าไม่รอรับกลับหรอกนะคุณหนูตกอับ!" คนขับรถม้าสะบัดบังเหียนหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ลินินยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ ที่เริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นอายของดินชื้นและพืชป่าลอยแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นความอับเฉา แต่มันคือกลิ่นของ "โอกาส"
ลินินไม่รอช้า นางผลักประตูรั้วไม้ผุๆ เข้าไป สำรวจภายในกระท่อมที่แม้จะฝุ่นหนาเตอะ แต่โครงสร้างยังพอซ่อมแซมได้ ทันใดนั้น เสียงระบบในหัวก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอแสงสีฟ้าจางๆ ที่มีเพียงนางเท่านั้นที่มองเห็น
[ยินดีต้อนรับสู่ระบบเกษตรอัจฉริยะ ระดับ 1: ปลดล็อกเมล็ดพันธุ์ข้าวดาราพรรณ และพื้นที่ดินศักดิ์สิทธิ์ 1 ไร่]
มุมปากของลินินกระตุกยิ้มขึ้นอีกครั้ง นางโยนถุงผ้าลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะก้าวเดินออกไปสำรวจแปลงดินด้านหลังกระท่อมที่เต็มไปด้วยวัชพืช ทว่าในขณะที่นางกำลังก้มลงใช้นิ้วสัมผัสผืนดินหยาบกระด้างเพื่อทดสอบความชื้นนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า
"เขตนี้ห้ามคนนอกเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้า… โดยเฉพาะสตรีแต่งตัวประหลาดเช่นเจ้า"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างระแวดระวัง ลินินเงยหน้าขึ้นสวัสดียามวิกาล พบกับบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าคลุมดินเปอะเปื้อน ใบหน้าคมเข้มถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้างและไรหนวดเคราจางๆ ทว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับคมกริบดุจเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
ศิลา—วิศวกรหนุ่มผู้ได้รับมอบหมายให้มาสำรวจพื้นที่สร้างโรงงานลับในหุบเขาแห่งนี้ และเป็นผู้ชายอันตรายที่สุดที่ชาวบ้านต่างหวาดกลัว แต่ในสายตาของลินินเวลานี้ บุรุษตรงหน้าไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด… เขากลับดูคล้าย "แรงงานชั้นดี" ที่หล่นมาจากฟากฟ้าเสียมากกว่า
ทั้งคู่สบตากันนิ่งท่ามกลางสายฝนที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่กลิ่นหอมกรุ่นแปลกประหลาดของ "ข้าวโพดป่าคั่วเกลือ" ที่ถูกเผาอยู่บนกองไฟปริมาณไม่ทราบที่มา จะลอยโชยมาตามสายลม เย้ายวนจนท้องของลินินส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเบาๆ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกผันชีวิตไปกับลินินนะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา•ตอนที่ 1
ฟื้นในดินโคลน
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!