เสียงเอกสารปึกใหญ่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักทองราคาแพงระยับดังสนั่น ลบ
ล้างความเงียบงันในห้องทำงานหรูหราของประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่จนหมดสิ้น
กลิ่นอายของความตื่นตระหนกแผ่ซ่านปะปนกับกลิ่นกาแฟราคาแพงที่ยังคงอุ่นอยู่บนโต๊ะ
กุลธิดายืนตัวสั่นเทา ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด
ดวงตาเบิกกว้างมองชายในเครื่องแบบสีกรมท่าหลายนายที่เดินก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างไม่เกรงใจ
"พวกคุณเป็นใคร! บุกเข้ามาในบริษัทของฉันได้อย่างไร รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!"
เสียงแหลมสูงพยายามกรีดร้องเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ
เอกสารในมือของเจ้าหน้าที่ระดับสูงหาใช่หมายค้นธรรมดาไม่ แต่มันคือคำสั่งตรงจากหน่วยงานตรวจสอบพิเศษเบื้องสูง
คำสั่งที่ไม่มีใครสามารถต่อรองหรือใช้เส้นสายใดๆ เข้ามาแทรกแซงได้
"ท่านประธานกุลธิดา... ทางเรามีหมายศาลเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังห้าปี
รวมถึงการถือครองทรัพย์สินที่ต้องสงสัยว่าพัวพันกับการฟอกเงินและการทุจริตโครงการหลวงค่ะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดของหัวหน้าชุดตรวจสอบดังขึ้น พร้อมกับที่เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ
เริ่มกระจายกำลังยึดคอมพิวเตอร์และแฟ้มบัญชีลับทั้งหมดทันที
กุลธิดาเข่าทรุดลงบนพรมราคาแพง สมองของเธอนึกย้อนไปถึงคำเตือนของธนวินท์เมื่อไม่กี่วันก่อน
แต่ทุกอย่างมันสายเกินไปเสียแล้ว พายุการตรวจสอบทางการเงินลูกนี้ไม่ได้มาเพื่อตักเตือน
แต่มันมาเพื่อถอนรากถอนโคนตระกูลใหญ่ของเธอให้พินาศย่อยยับในชั่วข้ามคืน
อำนาจ บารมี และเงินตราที่เคยใช้กดหัวผู้อื่น บัดนี้กลับกลายเป็นโซตรuรวนที่รัดคอเธอจนหายใจไม่ออก
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลังงามอีกมุมหนึ่งของเมือง
ภคินนั่งไขว่ห้างจิบชาสมุนไพรอย่างใจEเย็น สายตาคมกริบมองภาพจากกล้องวงจรปิดที่ฉายภาพความวุ่นวายในบริษัทของแม่ยาย
มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ดูงดงามแต่กลับเย็นชาจนน่าขนลุก
เขามิได้ลงมือด้วยกำลังหรือความรุนแรง แต่เขาใช้ "อำนาจที่แท้จริง" บดขยี้ความโลภของคนพวกนั้นด้วยกฎหมายและระบบการเงินที่เขาเป็นผู้กุมชะตา
มินตราภรรยาสุดที่รักเดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อคลุมไหมพรมเนื้อนุ่ม เธอนั่งลงเคียงข้างสามี
สายตาทอดมองไปยังหน้าจอภาพด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความโลภและความดูถูกเหยียดหยามที่แม่ของเธอเคยกระทำต่อภคินในอดีต
ได้รับการชำระสะงลด้วยความเงียบเชียบและเด็ดขาดแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
"คุณทำเกินไปไหมคะคิน..." มินตราเอ่ยถามเบาๆ มือเรียววางลงบนท่อนแขนแกร่ง
แม้เธอจะเจ็บปวดกับสิ่งที่ครอบครัวตนเองทำ แต่เธอก็รู้ดีว่าความเมตตาที่มีให้คนโลภอย่างกุลธิดาและธนวินท์ รังแต่จะทำร้ายพวกเขาเองในท้ายที่สุด
ภคินหันมามองภรรยา แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลุ่มลึก
มือหนายกขึ้นกุมมือเรียวของเธอไว้แนบแก้ม น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยตอบด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม
"สำหรับผม... คนเดียวที่ผมต้องปกป้องและดูแลให้ดีที่สุดคือคุณมินค่ะ
ใครก็ตามที่เคยทำให้คุณต้องหลั่งน้ำตาและลำบาก มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยทุกสิ่งที่มันมี"
คำพูดของภคินยังไม่ทันจด
เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของมินตราก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบสงบ
หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้า... "ธนวินท์"
มือบางลังเลที่จะกดรับ แต่ภคินกลับเป็นฝ่ายยื่นมือไปแตะหน้าจอเพื่อเปิดสปーカーโฟนแทน
"พี่มิน! ช่วยผมด้วย! บริษัทของเราถูกอายัดบัญชีทั้งหมดแล้ว!
พวกมัน... พวกมันกำลังจะยึดทุกอย่าง! พี่ช่วยบอกคุณคิน... บอกสามีไร้ค่าของพี่ให้ช่วยพวกเราที!"
เสียงปลายสายหอบกระเส่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบเสียสติ
ทว่าก่อนที่มินตราจะได้เอ่ยคำใด เสียงเคาะประตูกระจกห้องนั่งเล่นวีไอพีก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ร่างสูงโปรดของชายในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือ
เขายิ้มแย้งให้ภคินอย่างนอบน้อม ก่อนจะวางแฟ้มนั้นลงตรงหน้ามหาเศรษฐีหนุ่ม พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของสองสามีภรรยาแทบสะดุด
"เรียนท่านประธาน... การเข้ายึดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลธนวินท์เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วครับ
และนี่คือ... เอกสารโอนกรรมสิทธิ์หุ้นทั้งหมด 100% ของบริษัทธนวินท์กรุ๊ป ที่เพิ่งถูกโอนเข้าบัญชีของคุณมินตราเรียบร้อยแล้วครับ"
ต้นไม้ริมระเบียง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้นะคะ
ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 32
พายุการตรวจสอบทางการเงิน
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!