ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน•ตอนที่ 34

จุดวิกฤตสูงสุดของสงครามธุรกิจ (Climax)

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นอับชื้นของโกดังร้างริมท่าเรือเก่าผสมผสานกับฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ ยามเมื่อแสงไฟนีออนกะพริบสลัวสาดส่องลงบนร่างของหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของมหาเศรษฐี มินตราถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่า ๆ เชือกเส้นหนาบาดผิวเนื้อจนขึ้นรอยแดงเถือก แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบและรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ซึ่งนั่นยิ่งทำให้คนที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ถึงกับสติหลุด "นังบ้านนอก! แกยังมีหน้ามายิ้มอีกงั้นเหรอ?" เสียงกรีดแหลมสูงของกุลธิดาดังลั่น ผู้เป็นแม่ยายผู้ให้กำเนิดแต่ไม่เคยมีเยื่อใย ยามนี้ใบหน้าที่เคยประทินโฉมด้วยเครื่องสำอางราคาแพงกลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดวิตก มือที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตสั่นเทาขณะชี้หน้าลูกสาวในไส้ "คุณแม่คะ..." มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ชัดถ้อยชัดคำ "ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายแบบนี้ มันไม่น่าสมเพชไปหน่อยหรือคะ?" "หุบปากนะ!" ธนวินท์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตบโต๊ะไม้เสียงดังสนั่น ทายาทตระกูลใหญ่ผู้เคยเย่อหยิ่งและคุมเกมเหนือทุกคน บัดนี้ใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ สายตาของเขาสะท้อนความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด "โทรศัพท์มือถือของสามีแกติดต่อไม่ได้แล้ว! หรือว่า... หรือว่ามันจะทิ้งแกไปเพราะกลัวอำนาจของตระกูลฉันกันแน่!" มินตราหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนธนวินท์ต้องขนลุกซู่โดยไร้สาเหตุ "คุณวินท์คะ..." มินตราเงยหน้าขึ้นสบตาคู่แข่งทางธุรกิจผู้โง่เขลา "คุณคิดจริง ๆ หรือคะว่า ผู้ชายที่กว้านซื้อหุ้นบริษัทของคุณจนหมดในเวลาเพียงสามชั่วโมง จะเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดา... คุณรู้จักสามีของฉันน้อยเกินไปค่ะ" เพี๊ยะ! แรงตบฟาดย้อนกลับจนใบหน้าหวานหันไปตามแรงกระแทก กุลธิดาหอบหายใจสะท้าน มือสั่นระริกด้วยความเคียดแค้น "นังอกตัญญู! แกมันก็แค่ผู้หญิงหน้าเงินที่เกาะมันกิน ทำไมแกถึงไม่เลือกวินท์ตั้งแต่แรก! ถ้าแกแต่งงานกับตระกูลธนวินท์ เราคงไม่ต้องมาถึงจุดนี้!" มินตราหันกลับมา มุมปากมีคราบเลือดซึมเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่สวยกลับทอประกายคมกริบราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง "หน้าเงินเหรอคะ? หึ... คนที่วิ่งไล่ตามเงินโดยไม่สนวิธีการอย่างพวกคุณต่างหาก ที่กำลังจะกลายเป็นขอทานข้างถนนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า" บรรยากาศในโกดังร้างเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน ราวกับอุณหภูมิรอบตัวดิ่งวูบลงจนน่าใจหาย ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยจะดังแทรกเข้ามาจากความมืดมิดเบื้องนอก... เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง หนักแน่น และเต็มไปด้วยอำนาจที่กดทับจนทุกคนแทบหยุดหายใจ "ภ... ภคิน!" ธนวินท์อุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษปรากฏขึ้นที่ประตูโกดัง ภคินก้าวเข้ามาทีละก้าว แววตาของเขาในยามนี้ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ราวกับยมทูตที่เดินออกมาจากขุมนรก ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนกุลธิดาถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น สายตาคมกริบกวาดมองภรรยาอันเป็นที่รักที่มีร่องรอยบาดแผลเพียงเล็กน้อย หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มกระตุกวาบ ความโกรธแค้นที่ถูกกักเก็บไว้ระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี "แก... แกกล้าดียังไงมาแตะต้องภรรยาของฉัน" เสียงของภคินไม่ได้ดัง แต่กลับก้องกังวานบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ ธนวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามก้าวถอยหลังแต่ขาเจ้ากรรมกลับสั่นเทาจนก้าวไม่ออก "แก... แกมันก็แค่ไอ้กระจอก! อย่าเข้ามานะเว้ย! ไม่งั้นฉันปาดคอนางนี่แน่!" ธนวินท์ควักมีดพับออกมาจ่อที่ลำคอของมินตราอย่างลนลาน ภคินหยุดเดิน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อในกรงเล็บ "ปาดสิคะ..." ภคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ถ้ากล้าพอก็ลองทำดู..." เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียว ทันใดนั้น แสงไฟจ้าจำนวนมากก็สาดส่องเข้ามาจากด้านนอกจนแสบตา เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องฟ้าของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวหลายลำบินมาตรึงกำลังอยู่เหนือหลังคาโกดังร้าง แรงลมมหาศาลพัดกระโชกจนหลังคาสังกะสีสั่นสะเทือน กลุ่มบอดี้การ์ดในชุดสูทดำนับสิบชีวิตกรูเข้ามาปิดล้อมทุกทางเข้าออกอย่างไร้ช่องว่าง ธนวินท์และกุลธิดากลายเป็นปลาในอ่างที่ไม่มีทางหนีรอด ภคินเดินตรงเข้าไปหาร่างของภรรยาโดยไม่สนใจมีดที่จ่ออยู่เลยแม้แต่น้อย สายตาของเขามองตรงไปที่มินตราด้วยความรักและความห่วงใยที่ล้น "รอนานไหมคะที่รัก" เสียงของเขาอ่อนลงทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ "ไม่นานค่ะ... แต่นานพอที่จะทำให้พวกเขารู้ซึ้งถึงความฉิบหาย" มินตราตอบพร้อมรอยยิ้มละมุน ภคินเอื้อมมือไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากโลหิตไทเทเนียมแท้—บัตรที่ทั่วโลกมีเพียงสามใบและมีวงเงินไม่จำกัด—ขึ้นมาถือไว้ในมือ นิ้วเรียวกดสลักบางอย่างบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อกับระบบการเงินระดับโลกโดยตรง "ธนวินท์..." ภคินหันไปมองคู่แข่งทางธุรกิจที่กำลังยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ "เมื่อกี้ นายบอกว่าบริษัทของนายยังมีสิทธิ์ต่อรองใช่ไหมคะ?" "แก... แกจะทำอะไร!" "ฉันแค่จะซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของตระกูลพวกนาย... ในราคา 'ศูนย์บาท'" ภคินกดหน้าจอโทรศัพท์ยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย ทันทีนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของธนวินท์ก็ดังขึ้นพร้อมกันรัว ๆ จนแทบระเบิด หน้าจอแสดงผลว่าบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลถูกอายัดและโอนถ่ายสิทธิ์เข้าสู่ระบบส่วนตัวของภคินจนหมดสิ้นภายในพริบตาเดียว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเลขาหน้าเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%