กลิ่นคาวสนิมเหล็กและละอองฝุ่นโบราณลอยอวลอยู่ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลเก่าแก่ มันไม่ใช่กลิ่นที่คนปกติจะรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทางกายภาพ หากแต่เป็นกลิ่นอายแห่งกาลเวลาที่ถูกกักขัง ซึ่งรวินสัมผัสได้ชัดเจนผ่านชีพจรที่เต้นระรัวอยู่ใต้ผิวหนัง
"อย่าขยับตัวตามอำเภอใจครับ รวิน"
เสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดังขึ้นจากมุมมืด คุณหนูรินรดายืนกอดอกพิงผนังอิฐมอญโบราณ แสงจากตะเกียงโบราณในมือเธอย้อมใบหน้าด้านข้างให้เป็นเงาสีทองแดง ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง เส้นผมสีดำสนิทรวบไว้เป็นมيبมวยหลวมๆ ระต้นคอระหง ท่าทีของเธอนิ่งสงบราวกับรูปสลักหินอ่อน ตัดกับเหงื่อกาฬที่ผุดซึมตามไรผมของชายหนุ่มอย่างเห็นได้ชัด
รวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วมือที่ถือแผ่นยันต์กระดาษสาชุ่มหมึกอาคมสั่นเทาเล็กน้อย เขาไม่ได้กลัวภูตผีปีศาจตรงหน้า เพราะผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วในระยะหลัง แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนยืนอยู่บนปากเหวในตอนนี้ คือหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าครามที่กำลังกะพริบถี่ๆ อยู่กลางอากาศตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบหลัก: ตรวจพบคลื่นพลังงานวิญญาณตกค้างความหนาแน่นสูงระดับ 4]
[เงื่อนไขครบถ้วน: กำลังทำการปลดล็อกฟังก์ชันเสริม — **สัมผัสที่เจ็ด: เรโซแนนซ์อดีตภพ (Retro-Causality Vision)**]
[คำเตือน: ผู้ใช้ต้องแบกรับภาระทางจิตวิญญาณ หากจิตไม่แข็งพอ อาจสูญเสียการรับรู้ตัวตนในปัจจุบันชั่วขณะ]
"คุณรินรดา..." รวินเปล่งเสียงแหบพร่า พยายามบังคับสายตาไม่ให้หลุดโฟกัสจากจุดศูนย์กลางของห้อง "ผมคิดว่า... ระบบมันไม่ได้แค่จะให้เราดูร่องรอยเฉยๆ แน่ครับ มันกำลังจะดึงผมตกลงไปในหลุมดำของประวัติศาสตร์เมื่อร้อยปีก่อน"
รินรดาขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาโชยปะทะนาנס ปลุกสติของรวินให้กลับคืนมาบ้าง
"กลัวหรือครับ พนักงานออฟฟิศผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร" เธอย้อนถามด้วยน้ำเสียงติดจะเย้าแหย่นิดๆ แต่แววตากลับจริงจังอย่างยิ่ง "จำกฎเหล็กของการเป็นผู้ช่วยผมไม่ได้หรือไง ไสยเวทไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความไม่รู้ ถ้าคุณถอยตอนนี้ เบาะแสการตายของบรรพบุรุษตระกูลนี้จะสูญหายไปตลอดกาล และวิญญาณที่อาฆาตพวกเราก็จะกลายเป็นผู้ล่าแทน"
รวินสูดหายใจเข้าลึก ฃ สติปัญญาและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ผ่านการเคี่ยวกรำมานานเริ่มทำงาน เขาไม่ใช่พนักงานออฟฟิศธรรมดาอีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่ก้าวเข้ามาพัวพันกับโลกหลังความตาย รวินเรียนรู้ที่จะควบคุมความกลัวแล้วเปลี่ยนมันให้เป็นความรอบคอบ
"ผมไม่ได้กลัวครับ แค่... เสียดายค่าล่วงเวลาถ้าต้องตายฟรีต่างหาก" รวินฝืนยิ้มมุมปาก ก่อนจะสูดลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วพยักหน้าให้เธอ "เอาเลยครับ เปิดทางให้ผม ถ้าผมสติหลุด ฝากคุณช่วยดึงกลับมาด้วยก็แล้วกัน"
สิ้นคำพูดนั้น รวินก็หลับตาลงปล่อยให้สติสัมปชัญญะพุ่งตรงไปยังหน้าต่างระบบสีฟ้าที่สว่างวาบขึ้นจนแสบตา
*วู้มมมมม!*
เสียงคลื่นกระแทกราวกับเสียงระฆังใต้น้ำดังสะท้อนในโสตประสาท ร่างกายของรวินแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเวทมนตร์ ในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพตรงหน้าไม่ได้มืดดับลง หากแต่สีสันและรายละเอียดของห้องใต้ดินเริ่มบิดเบี้ยวและประกอบสร้างใหม่ด้วยความเร็วสูง
กลิ่นอับชื้นถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานของดอกไม้และกลิ่นคาวเลือดสดๆ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความมืดมิดกลายเป็นแสงไฟสีส้มสลัวจากเทียนไขนับร้อยเล่ม
รวินลืมตาขึ้นอีกครั้ง—แต่เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่ร่างจริงของเขา นี่คือ "มุมมอง" ของอดีตที่ระบบกำลังฉายซ้ำราวกับภาพยนตร์ม้วนโบราณ
เขายืนอยู่ ณ ใจกลางห้องเดิม แต่สภาพมันสมบูรณ์ราวกับเพิ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ ผนังอิฐสะอาดเอี่ยม และตรงกลางห้องมีแท่นพิธีกรรมขนาดใหญ่ ร่างของหญิงสาวในชุดไทยโบราณสีขาวบริสุทธิ์กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพรมทอ ลมหายใจของเธορวดร้าวและอ่อนแรง ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ รอบตัวเธอมีกลุ่มคนในชุดโบราณยืนล้อมรอบ สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความโลภ
"คุณหนู... อย่าขัดขืนอีกเลยครับ ท่านเจ้าคุณตัดสินใจแล้ว" เสียงทุ้มต่ำของชายชราคนหนึ่งดังขึ้น มือเหี่ยวย่นถือมีดอาคมเล่มยาวที่สะท้อนแสงไฟวาววับ
รวินพยายามจะก้าวเข้าไปห้าม แม้จะรู้ว่านี่เป็นเพียงอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ขาทั้งสองข้างกลับทะลุผ่านร่างเหล่านั้นไปราวกับอากาศ ความรู้สึกไร้พลังบีบคั้นหัวใจจนแน่นหน้าอก นี่คือความโหดร้ายของไสยเวทสายดำ—การบูชายัญเพื่อแลกกับอำนาจและความเป็นอมตะ
หญิงสาวบนแท่นพิธีกรรมเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้น... มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน รวินสะท้อนใจวาบ เค้าโครงใบหน้านั้นถอดแบบมาจากรูปถ่ายเก่าแก่ของคุณหนูรินรดาไม่มีผิดเพี้ยน!
"พวกท่าน... จะไม่มีวันได้ในสิ่งที่ต้องการ" เสียงหวานปนสะอื้นเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอากาศว่างเปล่า—ราวกับว่าเธอกำลังมองทะลุกาลเวลามาสบตากับรวินที่ยืนอยู่ ณ ปัจจุบัน
รวินขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เมื่อริมฝีปากของหญิงสาวขยับเป็นคำพูดไร้เสียง: *'ช่วยฉันด้วย...'*
*เปรี้ยง!*
ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดแตกกระจายเสมือนกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนหนักๆ แรงกระแทกทางจิตวิญญาณซัดเข้าร่างของรวินอย่างจังจนเขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว หากไม่มีอ้อมแขนเรียวเล็กของคุณหนูรินรดาที่เอื้อมมารับแผ่นหลังของเขาไว้ทัน ร่างของชายหนุ่มคงล้มฟาดพื้นไปแล้ว
"รวิน! ตั้งสติ!" เสียงหวานดุแต่แฝงด้วยความกังวลดังอยู่ข้างหู
รวินหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อท่วมกาย ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ ปะติดปะต่อกันในหัวสมองอันฉลาดเฉียบคมของเขา
"เธอ..." รวินพูดเสียงสั่น "หญิงสาวในพิธีนั้น... เธอคือบรรพบุรุษสายตรงของคุณ และเธอยังไม่ได้ไปสู่สุคติ"
รินรดาปล่อยมือออกจากหลังของชายหนุ่ม สีหน้าของเธอในตอนนี้ไม่ได้เย็นชาเหมือนเคยอีกต่อไป มีประกายความเจ็บปวดและความเคียดแค้นฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่สวยนั้นอย่างห้ามไม่อยู่
"ถูกต้องครับ" รินรดากล่าวเสียงเย็นเยียบ ขณะที่เธอดึงกริชโบราณออกจากเอว "และสิ่งที่พวกมันทำในวันนั้น คือการสร้าง 'พันธนาการโลหิต' ที่ผูกวิญญาณของเราไว้กับคำสาป"
ทันใดนั้น แสงไฟจากตะเกียงรอบห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดสนิทเข้าปกคลุมทันที เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบ ดังขึ้นจากความว่างเปล่ารอบตัว—ไม่ใช่เสียงของคนเป็น แต่เป็นเสียงลากโซ่ตรวนและเสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการตื่นขึ้นของบอสลับระดับ SSS — **วิญญาณบรรพบุรุษผู้ถูกทรยศ (The Betrayed Ancestor)**]
[สถานการณ์วิกฤต: เขตอาคมถูกปิดกั้น ไม่สามารถหลบหนีได้]
ในความมืดที่ไร้ทางออกนั้น เสียงกระซิบเย็นเยียบกระข้างหูของรวินและรินรดา พร้อมกับเงาร่างสีดำมหึมาที่ก้าวออกมาจากความมืดมิด พร้อมกับดวงตาสสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังพวกเขาทั้งสองคนด้วยความกระหายเลือด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับความลี้ลับนี้นะครับ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 15
สัมผัสที่เจ็ดของรวิน
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!