“คุณกำลังโกหกฉัน อาคเนย์... และที่แย่กว่านั้นคือ คุณกำลังพยายามโกหกตัวคุณเองด้วย”
รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องรับรองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและไอดินจางๆ เธอไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา หากแต่จ้องเขม็งไปยังภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ที่ประดับอยู่บนผนังห้องทำงานของจิตแพทย์หนุ่ม
อาคเนย์ขยับแว่นสายตาที่ไม่มีเลนส์ขุ่นมัว เขาวางปากกาหมึกซึมลงบนสมุดบันทึกหนังสีดำสนิท เสียงโลหะกระทบไม้ดังก้องกังวานราวกับเสียงค้อนตอกตะปูลงบนโลงศพ “ความจำเสื่อมมักทำให้คนเรามองเห็นสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่จริงนะริน สิ่งที่เธอเห็นในหัว... มันอาจเป็นแค่เศษเสี้ยวของจินตนาการที่ถูกปรุงแต่งขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนรอยโหว่ในสมองของเธอเอง”
รินเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอรู้สึกถึงแรงบีบคั้นในอก ราวกับมีฝ่ามือที่มองไม่เห็นกำลังพยายามควานหาเศษซากความทรงจำที่หายไปในหลืบมืดของสมอง เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับกระจกอีกครั้ง ตั้งใจจะจัดปอยผมที่ปรกหน้าเพื่อเรียกสติ แต่แล้วหัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น
ในขณะที่นิ้วมือของรินสัมผัสลงบนเส้นผมเบาๆ ภาพสะท้อนของเธอในกระจกกลับทำสิ่งที่ต่างออกไป เงาร่างนั้นไม่ได้ยกมือขึ้นมาจัดทรงผม แต่มันกลับกุมขมับของตัวเองไว้แน่น ดวงตาในกระจกคู่ที่ควรจะเป็นเพียงภาพสะท้อนกลับกรอกไปมาอย่างกระสับกระส่าย แววตาคู่นั้นมีความหวาดกลัว... ความหวาดกลัวแบบที่รินไม่ได้รู้สึกในวินาทีนี้
“ริน? เธอเป็นอะไรไป” เสียงของอาคเนย์ดูไกลออกไป
รินไม่ตอบ เธอจ้องเขม็งไปที่กระจกด้วยลมหายใจที่ขาดห้วง เงาในกระจกค่อยๆ ลดมือลงอย่างเชื่องช้า แต่มันไม่ได้ทำพร้อมกับเธอ มันเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่หน่วงกว่า ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยกาลเวลาที่เดินไม่เท่ากัน และก่อนที่รินจะทันได้กรีดร้อง เงาในกระจกก็ขยับริมฝีปากที่ไร้เสียงออกมาเป็นคำพูดสั้นๆ คำหนึ่งที่อ่านจากรูปปากได้ชัดเจน
*‘หนี... ไป...’*
รินผงะถอยหลังจนเก้าอี้ไม้โอ๊กล้มลงไปกับพื้นเสียงดังสนั่น เธอหอบหายใจรุนแรงจนเห็นเป็นไอสีขาวในอากาศที่เย็นจัดขึ้นกะทันหัน อาคเนย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ก้าวเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางใจเย็นผิดปกติ รอยยิ้มที่มุมปากของเขามันดูเลื่อนลอยและเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว
“ดูเหมือนยาตัวใหม่จะเริ่มออกฤทธิ์แล้วนะ” อาคเนย์พึมพำขณะเดินอ้อมมาข้างหลังเธอ มือหนาวางลงบนไหล่ของรินเบาๆ “อย่าไปใส่ใจกับสิ่งที่เห็นในกระจกเลย มันก็แค่ภาพลวงตา... หรือบางที อาจจะเป็นตัวตนอีกด้านที่เธอพยายามจะทิ้งมันไป”
รินพยายามสะบัดไหล่หนี แต่สัมผัสจากมือของเขานั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เธอหันไปมองอาคเนย์อย่างหวาดระแวง ในวินาทีนั้นเอง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาของอาคเนย์ที่ทอดผ่านลงบนพื้นห้อง
เงาของอาคเนย์ไม่ได้ยืนนิ่งเหมือนเจ้าตัว แต่มันกำลังยกมือขึ้นเหนือศีรษะของเธอ ทำท่าทางเหมือนกำลังจดบันทึกอะไรบางอย่างลงบนอากาศด้วยกรงเล็บที่ยาวผิดปกติ และที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าคือ ในเงาของอาคเนย์นั้น... มันมีเงาของใครอีกคนหนึ่งซ้อนทับอยู่ เป็นเงาของผู้หญิงที่คุ้นตา เงาที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับรินทุกประการ!
รินเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดเข้าสู่ไขสันหลังเมื่อเธอก้มลงมองที่พื้นอีกครั้ง คราวนี้เงาของเธอกลับหายไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าตัวตนของเธอถูกดูดกลืนเข้าไปในกระจกบานนั้นเรียบร้อยแล้ว อาคเนย์โน้มตัวลงมาใกล้ข้างใบหูของเธอ เสียงกระซิบของเขาทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความปรารถนาอันมืดดำ
“ความจำของเธอไม่ได้หายไปไหนหรอกริน มันแค่ถูกขังไว้ในที่ที่เธอเข้าไม่ถึง... และตอนนี้ เธอกำลังจะได้รู้ว่าทำไมฉันถึงต้องเป็นคนดูแลกระจกบานนั้นให้เธอ”
อาคเนย์คว้าข้อมือของเธอไว้แน่นก่อนจะลากไปที่หน้ากระจกอีกครั้ง คราวนี้ภาพในกระจกไม่ได้สะท้อนห้องทำงานของเขา แต่มันสะท้อนภาพของรินที่กำลังถูกล่ามโซ่ตรวนอยู่ในห้องสีขาวโพลนที่ไร้ทางออก และที่นั่น... เธอเห็นตัวเองอีกคนกำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ตรงมุมห้อง ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนถึงใบหู รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความโศกเศร้า แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่ได้รับอิสรภาพ
“สวัสดีตัวฉันอีกครึ่งหนึ่ง” เสียงของรินที่อยู่อีกด้านของกระจกดังสะท้อนออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจเธอเอง “ถึงเวลาเปลี่ยนที่กันเสียทีนะ”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่รอยแยกแห่งความจริงไปกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 1
ภาพสะท้อนที่ขยับช้ากว่า
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!