"อย่าพยายามปิดปากเขาด้วยกฎหมายเลยรินรดา สิ่งที่เขาขวางทางอยู่... มันไม่ได้กลัวคุกกลัวตารางหรอก"
ศรัณย์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสอบสวนชั่วคราว กลิ่นอับชื้นของอาคารไม้เก่าแก่ที่ถูกดัดแปลงเป็นที่พักพยานแทรกซึมผ่านรอยแตกของผนัง เขาจ้องมองชายวัยกลางคนที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายผู้นี้คือกุญแจสำคัญคนเดียวที่จะเปิดโปงพิธีกรรมสังเวยวิญญาณในเหมืองร้างได้ แต่ทว่าในชั่วพริบตาเดียวที่ศรัณย์หันไปหยิบแก้วน้ำให้พยาน ความเย็นเยียบที่ผิดปกติก็จู่โจมเข้ามาในมวลอากาศ
"คุณศรัณย์... ทำไมไฟมันกระพริบแบบนั้นล่ะ" ร.ต.อ.หญิง รินรดา ขมวดคิ้วแน่น มือขวาเลื่อนลงไปแตะซองปืนที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ เธอสัมผัสได้ถึงแรงดันอากาศที่เปลี่ยนไป ราวกับห้องทั้งห้องกำลังถูกกดทับด้วยมวลน้ำหนักมหาศาล
ศรัณย์ไม่ตอบ เขาหยุดนิ่ง สายตาของเขาสะท้อนภาพบางอย่างที่รินรดามองไม่เห็น เส้นผมที่ลู่ลงมาปรกหน้าผากพยานคนนั้นกำลังค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนในระยะเวลาไม่ถึงสามวินาที ดวงตาของชายผู้นั้นเบิกโพลง รูม่านตาขยายจนเหลือเพียงจุดดำเล็กๆ เขาอ้าปากค้าง แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา มีเพียงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งขึ้นมาแทนที่กลิ่นอับของห้อง
"ริน ถอยออกไป!" ศรัณย์ตวาดลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้ากระชากร่างของตำรวจสาวให้พ้นจากเก้าอี้ที่พยานนั่งอยู่
ทว่าสายเกินไป
ร่างของพยานคนสำคัญเริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นขยำเนื้อหนังให้เข้าหากัน เสียงกระดูกซี่โครงหักดังกรอบแกรบต่อเนื่องเหมือนกิ่งไม้แห้งถูกบดขยี้ เลือดสีแดงฉานไม่ได้พุ่งออกมาเป็นสาย แต่มันกลับค่อยๆ ไหลซึมออกจากรูขุมขนทั่วร่างของเขา จนกระทั่งคนทั้งร่างกลายเป็นก้อนเนื้อที่ไร้โครงสร้างภายในวินาทีเดียว
รินรดาทรุดลงกับพื้น ลมหายใจของเธอขาดห้วง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสยดสยองกับภาพตรงหน้า มือที่สั่นเทาของเธอพยายามหยิบปืนขึ้นมา แต่สมองกลับสั่งการไม่ได้ "นี่มัน... นี่มันอาวุธอะไรกันศรัณย์! ใครทำ!"
ศรัณย์ยืนนิ่ง ท่ามกลางหยาดเลือดที่ยังคงหยดลงพื้นกระดานไม้ เขาไม่ได้มองศพด้วยความหวาดกลัว แต่เขากำลังมองสิ่งที่ลอยอยู่เหนือร่างไร้วิญญาณนั้น สิ่งที่ดูเหมือนไอหมอกสีนิลที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างของกรงเล็บแหลมคม มันกำลังจ้องมองกลับมาที่เขา ราวกับจะเยาะเย้ยว่าความพยายามของเขานั้นช่างไร้ค่า
"ไม่ใช่คนครับ" ศรัณย์เค้นเสียงลอดไรฟัน มือของเขาควักยันต์แผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ แต่กลับพบว่ายันต์นั้นมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านคาปลายนิ้ว "มันคือคำสาป 'นาคบ่วงบาศกลืนวิญญาณ' มันตามกลิ่นพยานเราเจอก่อนที่เราจะพาเขาไปถึงศาลเสียอีก"
รินรดาพยุงตัวขึ้นยืน พยายามดึงสติกลับมาด้วยหลักการที่เธอเชื่อมั่น "ไม่... ฉันไม่เชื่อเรื่องคำสาป ต้องมีคนอยู่ในนี้ มีใครสักคนใช้เครื่องมืออะไรบางอย่างที่สร้างสนามแม่เหล็กหรือคลื่นความถี่สูง! ศรัณย์ คุณต้องหาทางพิสูจน์ให้ฉันเห็น!"
"ดูที่พื้นนั่นสิครับ" ศรัณย์ชี้ไปที่คราบเลือดที่หยดลงบนพื้นไม้ มันไม่ได้เป็นรูปหยดน้ำธรรมดา แต่มันกำลังเรียงตัวกันเป็นอักขระโบราณที่เขารู้จักดีในฐานะทายาทหมอผีที่พยายามหลีกหนีอดีต "มันไม่ได้ฆ่าเพื่อปิดปาก แต่มันฆ่าเพื่อ 'ประกาศสงคราม' กับตระกูลของผม"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง เสียงเคาะประตูไม้เบาๆ ดังสามครั้งเป็นจังหวะที่ฟังดูผิดเพี้ยน ราวกับเสียงกะโหลกกระทบกัน ไม่ใช่เสียงฝ่ามือมนุษย์
รินรดาหันขวับไปทางประตู ปืนในมือเล็งตรงไปที่จุดนั้น "ใคร! ออกมา!"
ไม่มีเสียงตอบรับ แต่ลูกบิดประตูค่อยๆ หมุนช้าๆ จนเปิดออกเผยให้เห็นความมืดมิดที่อยู่นอกห้อง แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ภายในห้องดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่หนาวเหน็บ ศรัณย์สัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แตะลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยอย่างประหลาด เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคนแปลกหน้า แต่มันคือเสียงของ 'พ่อ' ผู้ล่วงลับไปนานแล้ว
"ศรัณย์... ลูกกลับมาสู่วังวนนี้อีกจนได้นะ"
ศรัณย์ชะงักงัน เขาค่อยๆ หันกลับไปมองความว่างเปล่าข้างหลัง ในขณะที่ประตูห้องขังที่ถูกปิดตายจากด้านนอกกลับถูกเปิดออกด้วยแรงมหาศาล และร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้ศรัณย์ต้องลืมความแค้นและการสืบสวนทุกอย่างไปชั่วขณะ... เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น คือผู้ที่ควรจะตายไปพร้อมกับซากรถในคืนวันเกิดเหตุเมื่อสิบปีที่แล้ว
ขอให้ทุกท่านเตรียมใจไว้ให้มั่น เพราะปริศนาในบทต่อไปจะกระชากความจริงที่ท่านไม่อาจคาดถึงออกมาครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 19
การสูญเสียพยานปากเอก
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!