"อย่าแตะต้องอะไรทั้งนั้น ถ้าไม่อยากให้ผลทางนิติเวชกลายเป็นขยะในสายตาอัยการ"
เสียงห้าวของร้อยตำรวจเอกหญิงรินรดาแผดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องพักหรูบนชั้นยี่สิบของคอนโดมิเนียมใจกลางกรุง กลิ่นคาวเลือดจางๆ ปะทะกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงจนกลายเป็นความฉุนกึกที่ชวนให้คลื่นเหียน ศรัณย์ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แววตาของเขาไม่ได้จับจ้องไปที่ร่างไร้วิญญาณของเหยื่อที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพรมเปอร์เซียราคาแพง แต่เขากำลังมอง 'บางอย่าง' ที่ขยับไหวอยู่เหนือร่างนั้น
"คุณศรัณย์ ผมคุยกับคุณอยู่นะครับ" รินรดาขมวดคิ้ว มือที่สวมถุงมือยางชี้ไปที่กองเลือด "ห้องล็อกตายจากด้านใน หน้าต่างไม่มีร่องรอยการงัดแงะ กล้องวงจรปิดไม่เห็นใครเข้าออกตั้งแต่มื้อค่ำ คุณจะบอกว่ามันคือเรื่องบังเอิญหรือไง"
ศรัณย์ไม่ตอบ เขาขยับกายช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องราวกับกำลังแกะรอยประวัติศาสตร์ที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ร่างโปร่งแสงของชายชราในชุดนอนผ้าไหมยืนหันหลังให้พวกเขา มันกำลังพยายามคว้าอากาศว่างเปล่า นิ้วมือที่ไร้เนื้อหนังขูดขีดไปบนผนังจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเล็บครูดกับกระดานดำ แต่น่าแปลกที่รินรดาไม่ได้ยินเสียงนั้น เธอเห็นเพียงผนังห้องที่ว่างเปล่า
"เขาไม่ได้ถูกฆ่าจากคนข้างนอกหรอกครับ" ศรัณย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าเย็นเยียบไปถึงกระดูก
รินรดาชะงัก เธอเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวชายหนุ่ม "คุณพูดอะไรของคุณ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มันฟ้องอยู่ว่าเหยื่อขาดอากาศหายใจจากการถูกบีบคอ ถ้าไม่มีใครในห้องนี้ แล้วใครเป็นคนทำ? ผีหรือไง?"
ศรัณย์หันมาสบตาหญิงสาว แววตาของเขามีความอ่อนล้าซ่อนอยู่ลึกๆ "บางครั้ง... สิ่งที่มองไม่เห็นก็น่ากลัวกว่ารอยนิ้วมือที่ทิ้งไว้บนคอเสื้อนะครับคุณริน"
เขาก้าวเท้าผ่านร่างของรินรดาไปหยุดอยู่ที่ข้างศพ ก้มลงต่ำจนเกือบจะชิดกับใบหน้าของผู้ตาย วิญญาณชายชราหันมามองเขา ดวงตาที่ไร้แววของคนตายจ้องเขม็งราวกับกำลังร้องขอความยุติธรรม ศรัณย์รู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นพล่านผ่านกระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่เป็นการส่งอาคมสังหารผ่านเงา
"รอยเลือดนั่น..." ศรัณย์ชี้ไปที่หยดเลือดบนพรม ซึ่งหากมองด้วยตาเปล่ามันคือหยดเลือดกระจายตัวปกติ แต่ในสายตาของคนที่มองเห็น 'อีกโลก' เขาเห็นเส้นสายสีดำจางๆ ลากเชื่อมโยงจากหยดเลือดไปสู่มุมมืดของห้อง รอยเลือดนั้นขยับได้ มันกำลังค่อยๆ ไหลย้อนกลับเข้าหาตัวฆาตกรที่ซ่อนตัวอยู่ในอากาศ
"เลือดหยดสุดท้ายหยดลงตอนตีสามสิบห้านาที" ศรัณย์กล่าวต่อพลางหยิบเหรียญเงินเก่าคร่ำคร่าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ "และฆาตกร... ยังไม่ไปไหนไกลครับ"
"คุณศรัณย์ หยุดพฤติกรรมเพ้อเจ้อเดี๋ยวนี้" รินรดาสั่งเสียงแข็ง แต่ใบหน้าของเธอเริ่มซีดเผือดเมื่อสังเกตเห็นว่าอุณหภูมิในห้องลดต่ำลงอย่างกะทันหัน จนลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอจางๆ "ฉันทำงานด้วยหลักฐาน ไม่ใช่คำทำนายของหมอผีตกอับ"
"ถ้าอย่างนั้น อธิบายทีครับว่าทำไมอุณหภูมิในห้องถึงลดลงสิบองศาภายในเวลาไม่ถึงนาที" ศรัณย์ยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "หรือถ้าคุณยังไม่เชื่อ... ลองมองไปที่กระจกบานใหญ่หลังตัวคุณสิครับ"
รินรดาลังเล แต่สัญชาตญาณตำรวจทำให้เธอหันไปมองเงาสะท้อนในกระจกเงาบานยักษ์ที่ประดับผนัง ทันใดนั้น ร่างของชายหนุ่มอีกคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในเงาสะท้อน เขาไม่ได้ยืนอยู่ในห้องนี้จริงๆ แต่ในกระจกนั้น เขากำลังยืนอยู่หลังรินรดา มือที่ดำสนิทราวกับก้นหม้อดินกำลังยื่นมาโอบรอบลำคอของเธออย่างช้าๆ
รินรดารู้สึกถึงไอเย็นจัดที่แตะลงบนผิวหนังหลังคอ เธอเบิกตากว้าง พยายามจะคว้าปืนที่เอว แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้ราวกับถูกตรึงด้วยเชือกที่มองไม่เห็น
"อย่าขยับครับ" ศรัณย์พุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งสะบัดเหรียญเงินในมือออกไปในอากาศอย่างแม่นยำ เหรียญนั้นกระทบกับบางอย่างกลางอากาศจนเกิดเสียงเปรี้ยงปร้างเหมือนสายฟ้าผ่า กระจกบานใหญ่สั่นสะเทือนจนร้าวเป็นทางยาว
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง ร่างวิญญาณในกระจกเลือนหายไปพร้อมกับไอเย็นที่จางลง ศรัณย์หอบหายใจถี่ เขาทรุดตัวลงนั่งข้างร่างเหยื่อ สัมผัสได้ถึงกลิ่นธูปที่อบอวลขึ้นมาในอากาศโดยไม่มีต้นกำเนิด
"นั่นคืออะไร..." รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ ความมั่นใจในหลักฐานเชิงประจักษ์พังทลายลงในพริบตา
"ไม่ใช่ฆาตกรที่เป็นมนุษย์ แต่เป็น 'เครื่องมือ' ของใครบางคนที่ต้องการให้คุณตายตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในห้องนี้" ศรัณย์หยิบเศษพรมที่เปื้อนเลือดขึ้นมาดู ก่อนจะพบว่าภายใต้ผืนพรมนั้นมีอักขระโบราณถูกจารึกไว้ด้วยน้ำมันพราย "เรามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมากกว่าที่คิด และดูเหมือนว่า... คดีนี้จะดึงเอาคนตายที่ควรจะไปเกิดใหม่กลับมาทวงแค้นให้เจ้าของมัน"
ศรัณย์เงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องที่ค่อยๆ ปรากฏรอยเลือดเป็นรูปร่างของคำสาปแช่งที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่จริงจังกว่าครั้งไหน
"เตรียมตัวให้ดีนะครับคุณริน เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้ ไม่ได้ต้องการแค่ปิดปากเหยื่อ แต่เขาต้องการลากพวกเราทุกคนลงไปในนรกพร้อมกัน"
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องจากฝั่งด้านนอกก็ดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
แต่ทว่ารินรดารู้ดีว่าเธอเป็นคนสั่งให้ลูกน้องทุกคนออกไปรอที่โถงทางเดินชั้นล่าง และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ขึ้นมา
ศรัณย์หันไปทางประตูพร้อมกับเหรียญเงินในมือที่เริ่มร้อนจี๋จนเกิดควันจางๆ
ประตูห้องค่อยๆ เปิดออกเองอย่างช้าๆ แม้จะล็อกตายสนิท เผยให้เห็นบุคคลที่ยืนรออยู่หน้าห้อง—คนคนนั้นคือชายวัยกลางคนที่เพิ่งจะถูกยืนยันว่าเสียชีวิตไปเมื่อสามวันก่อน!
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านรู้สึกถึงความลึกลับและตื่นเต้นนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานของผม "เข็มทิศมองวิญญาณ" ครับ
นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 1
รอยเลือดที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!