"วางมันลงซะ ริน!"
ผมตวาดเสียงกร้าว แรงกระชากของผมทำให้รินรดาสะดุ้งจนเครื่องรางสีถ่านในมือเธอร่วงหล่นลงพื้น เสียงมันกระทบกับแผ่นไม้ดัง 'กึก' ราวกับเสียงกระดูกแตกหัก บรรยากาศภายในห้องเก็บหลักฐานของสถานีตำรวจที่ควรจะเงียบสงบ กลับอัดแน่นไปด้วยไอความเย็นเยือกที่แล่นพล่านขึ้นมาจากพื้นปูน
รินรดาหอบหายใจถี่ สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่เครื่องรางชิ้นนั้นด้วยแววตาที่สั่นระริก เธอพยายามรวบรวมสติ แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มกรอบหน้า "ศรัณย์... นายเห็นไหม? มันไม่ได้แค่เปลี่ยนสี แต่มันกำลังสั่น... เหมือนมีอะไรบางอย่างพยายามจะกระดิกอยู่ข้างในนั้น"
ผมก้าวเข้าไปขวางหน้าเธอไว้ สัญชาตญาณดิบในฐานะทายาทหมอผีที่พยายามกดทับมาตลอดชีวิตกำลังเตือนภัยระดับสูงสุด ผมหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาห่อหุ้มวัตถุอัปมงคลนั้นอย่างระมัดระวัง ผิวสัมผัสของมันร้อนผ่าวและสั่นสะท้านราวกับหัวใจของสัตว์ที่กำลังขาดใจตาย
"อย่ามองมันนาน" ผมสั่งเสียงเรียบแต่หนักแน่น ก่อนจะยัดมันลงในกล่องเหล็กที่เตรียมไว้ "เรื่องของพ่อผมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และรอยเลือดของคุณที่ติดอยู่กับมัน... มันไม่ใช่แค่การบาดเจ็บธรรมดา แต่มันคือการทำสัญญา"
รินรดาขยับแว่นสายตา พยายามดึงความเยือกเย็นของตำรวจมือปราบกลับมา "สัญญางั้นเหรอ? นายจะบอกว่าฉันถูกสาปหรือไงศรัณย์? อย่ามาใช้ตรรกะไสยศาสตร์กับฉันในห้องสืบสวนนะ"
"คุณเป็นคนเห็นเองกับตาว่าพ่อผมหายไปไหน" ผมสวนกลับ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "หลักฐานวิทยาศาสตร์ที่หอสมุดแห่งชาติระบุว่าคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามสิบปีก่อนถูกปิดตาย แต่แฟ้มข้อมูลที่คุณแอบนำออกมาจากห้องเก็บเอกสารลับ... คุณเปิดดูมันหรือยังว่าชื่อของฆาตกรที่ถูกลบออกไป คือใคร?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง รินรดานิ่งงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำครึที่วางอยู่บนโต๊ะ เธอวางมันลงตรงหน้าผม กระดาษเหลืองกรอบเปราะบางจนแทบจะสลายกลายเป็นผงเมื่อสัมผัส รินรดาเปิดไปที่หน้าท้ายๆ ของสำนวนคดี
"ฉันพยายามสืบต้นตอของตระกูลที่อยู่เบื้องหลังพิธีกรรมในคดีนี้" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบกระซิบ "และฉันพบว่ามีเพียงตระกูลเดียวที่หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อาชญากรรมของไทย... ตระกูลที่นายพยายามหนีมาตลอดชีวิต"
นิ้วของผมแตะลงบนบรรทัดที่ระบุชื่อผู้ต้องสงสัย ตัวอักษรลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทปรากฏชัดเจนจนหัวใจผมกระตุกวูบ
*‘นายศิลา อัครเดชานันท์’*
ชื่อนามสกุลของผม... ไม่สิ มันคือนามสกุลของปู่และพ่อผมในสมัยที่ยังเป็นหมอผีอาคมแก่กล้า แต่นั่นยังไม่สะเทือนใจเท่ากับสิ่งที่อยู่บรรทัดต่อมา—ข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมืออีกชุดหนึ่งซึ่งดูคุ้นตาอย่างประหลาด
*‘สังเวยเพื่อแลกการคงอยู่ของตระกูล ศรัทธาต้องแลกด้วยเลือด’*
"พ่อผมไม่ได้ฆ่าคนเพื่อความสะใจ" ผมพึมพำ มือสั่นเทาขณะไล่ดูรายชื่อเหยื่อในคดีนั้น ทั้งหมดคือคนในตระกูลที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลในยุคนั้น "พวกเขาทั้งหมดเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมที่พ่อพยายามจะทำลายทิ้ง... นี่คือการล้างบาง ไม่ใช่ฆาตกรรม"
"ศรัณย์ นายกำลังจะบอกว่าพ่อของนายเป็นฮีโร่ในคดีที่ถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรงั้นเหรอ?" รินรดาถามพลางขมวดคิ้ว "แต่หลักฐานตรงนี้ระบุชัดเจนว่าพ่อของนายเป็นคนลงมือเอง"
"หลักฐานที่ถูกจัดฉากโดยคนที่ต้องการทำลายตระกูลเรา!" ผมทุบโต๊ะจนเอกสารกระจุยกระจาย "คุณดูนี่ รอยประทับตราบนเอกสารนี้ มันไม่ใช่ตราประทับของสถานีตำรวจ แต่มันคือตราประทับของ 'สำนักพราหมณ์เถื่อน' ที่พ่อเคยเตือนว่ามันคือกาฝากของวงการไสยเวท"
ทันใดนั้น ไฟในห้องเก็บหลักฐานก็วูบดับลง ความมืดสนิทเข้าปกคลุมฉับพลัน เสียงลากเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นธูปไหม้ที่โชยมากับลมเย็นเยือกที่พัดผ่านเข้ามา ทั้งที่หน้าต่างทุกบานถูกปิดตาย
รินรดาคว้าปืนพกออกมาจากซองข้างเอวด้วยความชำนาญ "ใครอยู่ตรงนั้น! แสดงตัวออกมา!"
เสียงตอบกลับไม่ได้มาจากคน แต่เป็นเสียงกระซิบที่แหลมเล็กและเย็นเยียบจนขนลุกชัน มันดังออกมาจากทุกทิศทางราวกับกระซิบข้างหูของผมโดยตรง
*“สายเลือดที่ข้นคลั่ก... กำลังกลับมาทวงคืน... ของที่ต้องจ่าย...”*
ผมคว้ามือรินรดาไว้แน่น พลางมองเห็นเงาร่างของชายชราคนหนึ่งยืนอยู่ตรงมุมห้อง ร่างนั้นโปร่งแสงและบิดเบี้ยว ดวงตาของมันโพลนกว้างไม่มีตาดำ ราวกับถูกควักออกไปจากเบ้า รินรดาเบิกตากว้างเมื่อแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องลมส่องกระทบให้เห็นใบหน้าของวิญญาณตนนั้นชัดๆ
เธอแทบทรุดลงกับพื้นเมื่อจำใบหน้าของชายชราคนนั้นได้แม่นยำจากภาพถ่ายในแฟ้มคดีที่เพิ่งเปิดดูเมื่อสักครู่
"ศรัณย์... คนนี้... คนนี้คือเหยื่อรายแรกในคดีเมื่อสามสิบปีก่อน!"
ผมกลั้นหายใจขณะที่วิญญาณนั้นค่อยๆ ก้าวเท้าลอยเข้ามาใกล้ แล้วยื่นมือที่เหลือเพียงกระดูกมายังกล่องเหล็กที่ผมถืออยู่ เสียงคำรามต่ำลึกจากลำคอของวิญญาณตนนั้นดังขึ้นจนกระจกหน้าต่างสั่นสะเทือน "เอา... คืน... มา..."
ทันใดนั้น ประตูห้องเก็บหลักฐานก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายในชุดสูทสีดำสนิทที่ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขายืนอยู่หน้าประตูด้วยรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นยิ่งกว่าวิญญาณตนนั้นเสียอีก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ทำเอาผมแทบหยุดหายใจ
"ยินดีที่ได้พบคุณนะ ศรัณย์... ในฐานะทายาทคนสุดท้ายของตระกูลที่ต้องตายเพื่อปิดคดีนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมไปพร้อมกับความมืดมิดในครั้งนี้ครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 17
เงื่อนงำจากตระกูลเก่าแก่
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!