เสียงก๊องแก๊งของทัพพีไม้กระทบกับก้นกระทะเหล็กหล่อดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ตัดผ่านความเงียบงันยามวิกาลของตรอกแคบๆ หลังตึกแถวเก่าแก่ ควันสีขาวนวลลอยกรุ่นพร้อมกับกลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและน้ำปลาดีที่เคล้าเคลียกันจนได้ที่ รินรดาตวัดข้อมืออย่างคล่องแคล่ว เส้นหมี่ขาวเหนียวนุ่มที่ลวกไว้พอดิบพอดีถูกโยกลงไปคลุกเคล้าในกระทะ ไฟจากเตาแก๊สลุกโชนขึ้นวูบหนึ่งสะท้อนใบหน้าเรียมนิ่งที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อบางๆ แต่แววตากลับเปล่งประกายเด็ดเดี่ยว
"ฝีมือระดับนี้ ถ้าไปเปิดร้านในห้างดัง คงมีคนต่อคิวจนล้นทะลักแน่ครับคุณริน"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากมุมมืดของร้าน ศิลานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกตัวเล็กที่ดูราวกับจะรับน้ำหนักตัวของเขาแทบไม่ไหว แต่ท่าทางและรัศมีรอบตัวชายหนุ่มกลับทำให้เก้าอี้ตัวนั้นดูคล้ายบัลลังก์ทองคำในพริบตา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเรียบหรูทอดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความชื่นชม ความพึงพอใจ และความหิวกระหายที่ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องอาหาร
รินรดาไม่แม้แต่จะชายตามอง เธอตักเส้นหมี่ผัดซอสโบราณสีเข้มข้นใส่ลงในจานเซรามิกเคลือบลายครามอย่างประณีต โรยด้วยกากหมูเจียวกรุบกรอบที่เพิ่งขึ้นจากเตาร้อนๆ ตามด้วยพริกป่นคั่วเองและมะนาวซีกสดๆ ก่อนจะวางลงตรงหน้าชายหนุ่มเสียงดัง *ก๊อก*
"ของฟรีไม่มีในโลกหรอกค่ะ... เอ๊ย... ไม่มีในโลกหรอกครับ คุณศิลา" รินรดากลืนคำพูดติดปากเกือบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นชิน เธอปาดเหงื่อที่ขมับด้วยหลังมือแล้วจ้องหน้าเขาตรงๆ "คุณมานั่งกินข้าวร้านข้างทางที่ใกล้จะเจ๊งนี่เป็นคืนที่สามติดต่อกันแล้วนะฃรับ มีธุระอะไรกับสะใภ้ตกอับคนนี้กันแน่ หรือว่าญาติฝ่ายสามีเก่าของฉันจ้างคุณมาป่วนร้าน?"
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและนุ่มนวลราวกับเสียงดนตรีแจズในผับชั้นนำ เขายกตะเกียบขึ้นคีบเส้นหมี่เข้าปาก เคี้ยวช้าๆ อย่างพิจารณา ก่อนจะหลับตาลงรับรสชาติที่ระเบิดขึ้นในโพรงปาก ความเค็มกลมกล่อม ความหวานจากหัวหอมใหญ่ และความหอมของกระเทียมพริกไทยที่ผสานกันอย่างลงตัว มันไม่ใช่แค่รสชาติของอาหาร แต่เป็นรสชาติของการดิ้นรนและศักดิ์ศรี
"ญาติผู้พี่ที่หน้าเลือดพวกนั้น ไม่มีปัญญาจ้างคนระดับผมหรอกครับ" ศิลาวางตะเกียบลงช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง "อีกอย่าง... ผมไม่ใช่คนชอบกินของเหลือเดนจากใคร และยิ่งไม่ใช่คนที่ชอบทานอาหารรสชาติไร้จิตวิญญาณตามภัตตาคารหรู"
รินรดาหรี่ตามองอย่างระแวดระวัง เธอกอดอกแล้วพิงสะโพกกับเคาน์เตอร์ครัว "ถ้าอย่างนั้นคุณต้องการอะไรกันแน่ ลูกค้ากระเป๋าหนัก?"
ศิลาไม่ตอบในทันที เขายื่นนามบัตรสีดำสนิทที่ทำจากโลหะปั๊มทองคำนูนต่ำลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ นามบัตรนั้นไร้ลวดลายพะรุงพะรัง มีเพียงชื่อบริษัทระดับประเทศและเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวที่หาไม่ได้จากที่ไหน
"ผมเบื่ออาหารฝรั่ง เบื่ออาหารเชฟมิชลิน และที่สำคัญ... ผมเบื่อความวุ่นวายในแวดวงธุรกิจ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไร้ซึ่งทีเล่นทีจริง "ผมต้องการเชฟส่วนตัว ที่สามารถทำอาหารให้อุ่นท้องได้ทุกเวลาที่ผมต้องการ ไม่ว่าจะเป็นมื้อดึกหลังประชุมเครียด หรือมื้อเช้าก่อนตะวันขึ้น"
"คุณเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าคะ... เอ๊ย... หรือเปล่าครับ?" รินรดาย้อนถาม เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความฉุนเฉียว "ฉันเป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่งข้างทาง มีภาระต้องสะสาง มีหนี้สินที่พวกเปรตหน้าเลือดพวกนั้นทิ้งไว้ให้เคลียร์ ไม่มีเวลาไปเป็นแม่ The Chef ส่วนตัวให้ใครหรอกครับ!"
"ผมรู้ประวัติของคุณดี รินรดา" ศิลาขัดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดจนเธอต้องชะงัก "รู้แม้กระทั่งว่าสูตรอาหารโบราณในสมุดปกหนังสีน้ำตาลที่คุณซ่อนไว้ใต้ลิ้นชัก คือมรดกชิ้นเดียวที่ยายของคุณทิ้งไว้ให้ และรู้ด้วยว่า... ตอนนี้บัญชีธนาคารของคุณกำลังจะติดลบในอีกสามวันข้างหน้า หากคุณยังดึงดันขายข้าวแกงจานละสี่สิบบาทแบบนี้ต่อไป"
รินรดาหน้าชาวาบ ความลับที่เธอพยายามปกปิดถูกงัดขึ้นมาพูดหน้าตาเฉย เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ ถึงได้เข้ามาสอดรู้สอดเห็นชีวิตคนอื่นขนาดนี้?
"คุณคิดว่ามีเงินแล้วจะซื้อทุกอย่างได้หรือไง?" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความถือดี "คิดว่าใช้เงินฟาดหัวแล้วฉันจะต้องก้มหัวให้เหมือนคนอื่นๆ อย่างงั้นสินะ!"
ศิลายังคงนั่งนิ่ง เขามองท่าทีพยศของหญิงสาวราวกับกำลังมองแมวป่าตัวน้อยที่พยายามกางกรงเล็บขู่ ทั้งเอ็นดูและอยากปราบให้เชื่อง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากรูปร่างสูงใหญ่และบุคลิกน่าเกรงขามทำให้รินรดาเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ศิราก้าวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่ผสมกับกลิ่นอายควันไฟจากตัวเธอ เขาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
"ผมไม่ได้จะซื้อคุณ... แต่ผมกำลังจะ **'ซื้อเวลา'** และ **'ยกระดับ'** ชีวิตของคุณต่างหากล่าวล่ะครับ"
ศิลาผละตัวออกหยิบธนบัตรสีม่วงหลายใบวางทับลงบนโต๊ะ มากเกินกว่าค่าอาหารมื้อนี้เป็นสิบเท่า
"ข้อเสนอของผมคือ คุณมาทำอาหารให้ผมทานวันละสองมื้อ ที่เพนต์เฮาส์ของผม ส่วนค่าตอบแทน... คุณสามารถตั้งราคาเองได้ตามใจชอบ และที่สำคัญที่สุด..." ศิรายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "ผมจะช่วยจัดการ 'ปัญหา' กวนใจเรื่องหนี้สินและพวกญาติจอมปลอมให้คุณหายไปจากชีวิตภายในยวดเดียว โดยที่คุณไม่ต้องลงมือเองแม้แต่ปลายนิ้วก้อย"
รินรดานิ่งงัด เธอมองธนบัตรสับซ้อนบนโต๊ะสลับกับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ สมองอันรวดเร็วของเธอกำลังคำนวณข้อดีข้อเสียอย่างบ้าคลั่ง ข้อเสนอนี้มันช่างหอมหวานและเย้ายวนเสียจนคนหลังชนฝาอย่างเธอแทบปฏิเสธไม่ลง
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้ทันอ้าปากเอ่ยคำตอบ เสียงรถยนต์หรูราคาแพงหลายคันก็เบรกเอี๊ยดเสียงดังสนั่นที่ปากตรอก พร้อมกับร่างของป้าสะใภ้จอมโลภและเหล่าญาติๆ ที่เดินนำหน้าเข้ามาพร้อมชายฉกรรจ์ร่างยักษ์อีกสามคนในชุดสูทสีดำ ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความเหิมเกริมและรอยยิ้มเยาะ
"อ้าว นั่งกินข้าวอยู่เหรอนังริน! นึกว่าจะหนีหนี้ไปมุดรูอยู่ที่ไหนซะอีก!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้ดังลั่นตรอก พร้อมกับใช้มือปัดจานหมี่ผัดบนโต๊ะของศิลาจนกระเด็นตกลงมาแตกกระจาย
ศิลาขมวดคิ้วมุ่น แววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกพุ่งตรงไปที่กลุ่มคนมาใหม่ทันที บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนอุณหภูมิติดลบในชั่วพริบตา
รินรดากัดฟันกรอด เธอกำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้า แต่ทว่า... ศิลาversionสายเปย์กลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แล้วดึงให้ไปยืนหลบอยู่ด้านหลังของเขาอย่างปกป้อง
ชายหนุ่มถอดแว่นสายตาออกอย่างไร้ความรีบร้อน หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเลนส์อย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับกลุ่มญาติจอมหิวเงินด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่ทำให้คนมองต้องเสียวสันหลังวาบ
"ดูท่าทาง... อาหารมื้อนี้ของผม จะมี 'เครื่องเคียง' ชั้นต่ำเข้ามาเพิ่มความจัดจ้านเสียแล้วสิครับ" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังจนผู้มาใหม่ถึงกับผะเผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
รินรดาแอบมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านบังลมฝนให้เธอ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก... และก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว ศิลาก็กดโทรศัพท์มือถือสั่งการเพียงประโยคเดียวที่พลิกสถานการณ์ทั้งหมดในเสี้ยววินาที
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเมนูรสเข้มข้นมาจนถึงตอนที่ 5 นะครับ - กาแฟโบราณแก้วโต
กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 5
เงินหนาไม่เท่าเสน่ห์ปลายจวัก
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!