เสียงกระแทกของถ้วยกระเบื้องเคลือบสีครามลงบนโต๊ะไม้สักหนาหนัก ดังสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ
"พวกแกทำงานกันประสาอะไรวะ! ผ่านมาตั้งหลายวัน ร้านมันยังเปิดขายดิบขายดีจนคิวยาวเหยียดเหมือนแจกฟรีอยู่ได้!"
เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของ 'ประจักษ์' ดังขึ้น เขาขยับแว่นกรอบทองราคาแพงบนสันจมูกด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความอิจฉาริษยาและผลประโยชน์มหาศาลที่หลุดลอยไปจากกำมือ ทำให้ชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ของรินรดาแทบคลั่ง ลูกน้องร่างใหญ่สองคนยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่เบื้องล่าง บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่ราคาแพงและความตึงเครียดที่เฉือดเฉือน
"นายครับ... พวกเราลองส่งคนไปป่วนคิวหน้าร้านแล้ว แต่สามีของนังรินรดามันส่งบอดี้การ์ดร่างยักษ์มายืนคุมเชิงอยู่ตลอด แถมตำรวจสน.ท้องที่ก็แวะเวียนไปตรวจตราความเรียบร้อยเหมือนบ้านนั้นเป็นไข่ในหิน ขืนทำอะไรบุ่มบ่าม มีหวังพวกเราได้เข้าไปนอนซังเตแน่ครับ" ลูกน้องคนสนิทเอ่ยเสียงสั่น
ประจักษ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง "หึ... ใช้กำลังไม่ได้ ก็ต้องใช้สมองสิ สมัยนี้อาวุธที่ฆ่าคนได้โดยไม่ต้องใช้มีด คือ 'คำพูด' ต่างหาก"
เขาหยิบซองสีน้ำตาลหนาปึกโยนลงไปบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดังทึบ "เอาเงินนี่ไปจัดการ หาคนปล่อยข่าวลือในโลกออนไลน์และตามตลาดใกล้เคียง บอกว่าวัตถุดิบที่ยัยรินรดาใช้ทำกับข้าวร้านข้างทางนั่น เป็นของใกล้หมดอายุ ซื้อเนื้อสัตว์ค้างสต็อกราคาถูกจากตลาดมืดมาทำ แถมสุขอนามัยในครัวก็สกปรกโสมม มีหนูวิ่งพล่าน ทำอาหารให้คนกินจนท้องเสียเข้าโรงพยาบาลมาแล้วหลายราย"
ลูกน้องทั้งสองมองหน้ากันด้วยความลังเล "จะดีเหรอครับนาย ถ้าความแตก..."
"แตกอะไรวะ! บนโลกนี้ไม่มีใครสนใจความจริงหรอก พวกเขาเชื่อแต่สิ่งที่พวกเขา 'อยากจะเชื่อ' ถ้ามีคนพูดเรื่องนี้ซ้ำๆ หกเจ็ดคน เดี๋ยวคนก็แห่กันแชร์จนมันกลายเป็นเรื่องจริงไปเอง จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยภายในพรุ่งนี้เช้า ถ้างานนี้พลาด... พวกแกก็เตรียมไสมือออกไปจากบริษัทฉันซะ!" ประจักษ์ตวาดลั่น ดวงตาดุดันจ้องเขม็งจนลูกน้องต้องรีบโค้งคำนับแล้วถอยหลังออกจากห้องไปอย่างลุกลี้ลุกลน
ในขณะเดียวกัน ที่ร้านอาหารข้างทางยามเย็น บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความสุขและกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศที่คั่วจนได้ที่
รินรดากำลังยืนผัดหมี่ฮกเกี้ยนสูตรโบราณในกระทะเหล็กใบใหญ่ เปลวไฟสีส้มแดงวูบวาบสะท้อนใบีนวลเนียนที่มีหยาดเหงื่อบางๆ เกาะพราว มือเรียวคงจังหวะการควงตะหลิวอย่างคล่องแคล่ว เสียงเส้นหมี่กระทบกับซอสต้มยำเข้มข้นดังฉ่าชวนน้ำลายสอ กลิ่นหอมของใบโหระพา ข่า ตะไคร้ และกุ้งแม่น้ำตัวโตสดๆ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วตรอกซอย เรียกเสียงท้องร้องของลูกค้าที่นั่งรอคอยอย่างใจจดใจจ่อได้เป็นอย่างดี
"หอมมากเลยครับคุณภรรยา กลิ่นนี้ทะลุมาถึงหัวใจผมตั้งแต่ปากซอยแล้ว"
เสียงทุ้มอบอุ่นคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งที่สวมสูทสั่งตัดราคาแพงแต่กลับยอมถอดเสื้อนอกออกเพื่อเข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ศิลา สามีสายเปย์ผู้ทรงอิทธิพล วางคางเกยลงบนไหล่บางของภรรยา สายตาคมกวาดมองอาหารในกระทะด้วยความหลงใหล ไม่ใช่แค่เพราะมันน่ากิน แต่เป็นเพราะมันมาจากมือของคนที่เขารักที่สุด
รินรดาอมยิ้ม เอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยแต่ไม่ได้ผลักไส "ออกไปเลยค่ะคุณศิลา ลูกค้ามองกันหมดแล้ว หน้าตาออกจะน่าเกรงขาม แต่วันๆ ทำไมถึงเกาะภรรยาแจแบบนี้คะ"
"ใครมองก็ช่างสิครับ ผมแสดงความรักต่อภรรยาตัวเองอย่างเปิดเผย ผิดกฎหมายข้อไหนกัน" ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังทำให้พนักงานสาวในร้านแอบอมยิ้มเขินอายแทน ชายหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อมาซับเหงื่อที่หน้าผากให้รินรดาอย่างเบามือและทะนุถนอม "เหนื่อยไหมครับวันนี้? ผมบอกแล้วว่าให้จ้างคนมาช่วยเพิ่ม หรือไม่ก็ยدเลิกกิจการร้านข้างทางนี่แล้วไปเปิดภัตตาคารหรูหราให้คุณนั่งเป็นมาสเตอร์เชฟเฉยๆ ดีกว่า"
รินรดาหันมามองค้อนสามีคิ้วเข้มเบาๆ "คุณก็พูดแบบนี้ตลอด ร้านข้างทางนี่แหละเสน่ห์ของมัน อาหารอร่อยไม่ได้วัดกันที่ราคาวัตถุหรือความหรูหราของเก้าอี้ แต่รอยยิ้มของคนที่กินแล้วมีความสุขต่างหากคือกำไรที่แท้จริง... ว่าแต่คุณเถอะ วันนี้ดูท่าทางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ มีเรื่องอะไรสนุกๆ ที่บริษัทเหรอคะ?"
ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "ก็แค่... มีปลาตัวใหญ่กำลังจะติดเบ็ด และพวกแมลงหวี่แมลงวันบางตัว ก็กำลังขยับปีกบินเข้าหากองไฟด้วยความโง่เขลาเบาปัญญา"
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นอย่างฉลาดทันคน เธอหันไปปิดเตาแก๊ส ตักเส้นหมี่ผัดต้มยำกุ้งแม่น้ำสีสันน่ารับประทานใส่จานกระเบื้องเคลือบ ลาดด้วยน้ำซอสเข้มข้นที่ส่งควันกรุ่น "ดูท่าทางคุณจะเตรียมการอะไรลับหลังฉันอีกแล้วสินะคะ"
"ผมแค่ปกป้องสิ่งที่ภรรยาผมรักก็เท่านั้นเองครับ" ศิลายิ้มรับอย่างไม่สะทกสะทะ "ใครกล้าเล่นสกปรกกับคุณ คนๆ นั้นจะต้องจ่ายต้นทุนด้วยราคาที่แพงจนไม่มีวันลืม"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความมั่นใจของคู่สามีภรรยา ที่มุมมืดอีกฟากหนึ่งของถนน ชายฉกรรจ์สองคนกำลังแอบถ่ายรูปหน้าร้านของรินรดาด้วยโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะกดส่งข้อความพร้อมข้อความใส่ร้ายป้ายสีลงในกลุ่มสาธารณะของชุมชนออนไลน์อย่างรวดเร็ว
ข่าวลืออัปยศเกี่ยวกับสุขอนามัยและวัตถุดิบเน่าเสีย เริ่มต้นแพร่กระจายราวกับไฟลามทุ่งในโลกอินเทอร์เน็ตยามวิกาล
เช้าวันถัดมา รินรดากرเตรียมวัตถุดิบสดใหม่เช่นเคย กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวตุ๋นข้ามคืนส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วบริเวณ แต่บรรยากาศหน้าร้านในยามเช้านี้กลับผิดปกติอย่างสิ้นเชิง ไม่มีแม้แต่เงาของลูกค้ายืนรอคิวเหมือนทุกวัน แถมกลุ่มคนมุงกลุ่มเล็กๆ กำลังยืนชี้ไม้ชี้มือกระซิบกระซาบด้วยสายตารังเกียจ
รินรดาขมวดคิ้วเดินถือทัพพีออกมามองหน้าประตูร้านด้วยความแปลกใจ ขณะเดียวกัน หน้าจอโทรศัพท์มือถือของศิลาที่นั่งจิบกาแฟอยู่ด้านในก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนรายงานสถานการณ์จากเครือข่ายใต้ดินที่ส่งตรงมาถึงมือ
ศิลาก้มลงมองหน้าจอ อ่านข้อความสั้นๆ นั้นแล้ววางแก้วกาแฟลงช้าๆ นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มเหยียดหยามขึ้นอย่างน่ากลัว
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าออกไปยืนเคียงข้างภรรยาที่หน้าประตูก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร และในจังหวะนั้นเอง... หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดหน้าร้าน ชี้หน้าตะโกนเสียงดังลั่นเพื่อให้คนรอบข้างได้ยินกันถ้วนหน้า!
"นี่ใช่ไหมร้านอาหารตามสั่งที่แอบเอาของเน่ามาให้คนกิน! ลูกชายฉันกินกุ้งผัดร้านนี้เมื่อคืนจนท้องเสียหามส่งโรงพยาบาลแทบไม่ทัน พวกคุณทำร้ายผู้บริโภค จิตใจทำด้วยอะไร!"
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจกับข้อกล่าวหาร้ายแรง แต่ไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากโต้เถียง ศิลาผู้เป็นสามีก็ก้าวออกไปบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองหญิงแปลกหน้าและฝูงชนที่เริ่มฮือฮากันอย่างเยือกเย็น มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือชั้น
"คุณผู้หญิงครับ... พูดจาใส่ร้ายป้ายสีแบบนี้ มีหลักฐานใบเสร็จโรงพยาบาลหรือผลตรวจแพทย์มายืนยันไหมครับ?" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังกดดันจนหญิงคนนั้นชะงักไปวูบหนึ่ง "เพราะถ้าไม่มี... เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาททางคอมพิวเตอร์และทำให้เสียชื่อเสียงได้เลย ค่าเสียหายเริ่มต้นเจ็ดหลัก ผมจ่ายไม่อั้นเพื่อให้สืบจนเจอตัว 'ไอ้ ้คนบงการ' ที่อยู่เบื้องหลังแน่ครับ"
หญิงวัยกลางคนหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวเมื่อสบเข้ากับแววตาดุจพญาครุฑของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล
[CLIFFHANGER HOOK]:
ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะพลิกกลับกลายเป็นฝ่ายผู้กล่าวหาที่ต้องจนมุมด้วยหลักฐานทางกฎหมาย เสียงปรบมือดังแปะๆ ก็ดังขึ้นจากท้ายซอย พร้อมกับร่างของ 'ประจักษ์' ที่เดินยิ้มเยาะเย้ยเข้ามาท่ามกลางฝูงชน พร้อมกับเอกสารคำสั่งศาลฉบับหนึ่งในมือ!
"ไม่ต้องไปสืบหาตัวบงการที่ไหนไกลหรอก... เพราะฉันนี่แหละที่เป็นคนสั่งปิดร้านของนังหลานอกตัญญูนี้เอง!" ประจักษ์ประกาศกร้าวด้วยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะ ขณะที่ศิลาหรี่ตาลงคมกริบ รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนทุกคนรอบข้างต้องก้าวถอยหลังด้วยความหวาดผวา
...
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความอบอุ่นและคมดาบในบทนี้ด้วยกันนะครับ
กาแฟโบราณแก้วโต
กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 24
ญาติจอมวายร้ายวางแผนใหม่
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!