กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 14

รอยร้าวในครอบครัว

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าเงินห้าแสนนั่นไม่ใช่เงินกองกลางของตระกูล ทำไมแกถึงรีบวิ่งแจ้นไปโรงพักเพื่อประกันตัวมันวะไอ้เกรียง!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นลั่นห้องรับแขกบ้านหลังใหญ่ น้ำเสียงของป้าสะใภ้แผดสูงจนแทบจะทะลุเพดาน ใบหน้าที่เคยเคลือบด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาแข็งกร้าวถลึงมองหน้าสามีของน้องสาวตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย ความตึงเครียดในห้องแผ่ซ่านเสียจนอากาศดูจะเบาบางลงไปถนัดตา รินรดายืนนิ่งอยู่มุมห้อง สายตาคมกริบกวาดมองความแตกแยกที่กำลังปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วดั่งไฟลามทุ่ง ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบยังคงกุม "แผ่นกระดาษภาพถ่ายเก่าแก่" ที่ร่วงจากกระเป๋าอาเขยไว้แน่น ภาพใบหน้าของบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อนยังคงติดตรึงอยู่ในหัว สมองของเธอหมุนวนอย่างรวดเร็วเพื่อประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมด "แล้วมันเรื่องของฉันไหมล่ะ! ผัวฉันโดนตำรวจจับเข้าคุกคดีฉ้อโกงที่ดิน ถ้าฉันไม่เอาเงินก้อนนั้นไปวิ่งเต้น แล้วจะปล่อยให้มันติดคุกหัวโตจนคายความลับเรื่องพินัยกรรมปลอมออกมาหรือไง!" อาสะใภ้สวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโมโหและหวาดกลัว ปะปนด้วยความเห็นแก่ตัวที่ฉาบอยู่ทุกอณูรูขุมขน บรรยากาศในครอบครัวที่เคยร่วมมือกันสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลศิลา บัดนี้พังทลายลงในพริบตา ความโลภและความหวาดกลัวคุกคามจิตใจของแต่ละคนจนไม่อาจรักษาหน้ากากจอมปลอมเอาไว้ได้อีกต่อไป ญาติพี่น้องที่เคยนั่งล้อมวงกินข้าวต้มริมทางด้วยรอยยิ้มจอมปลอม ต่างฝ่ายต่างชี้หน้าด่าทอ สาดโคลนใส่กันอย่างไร้ยางอาย เสียงโวยวายดังระงมจนคนงานนอกบ้านต้องหันมามองด้วยความตกใจ ศิลายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังภรรยา ร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีแผ่รังสีความเย็นชาออกมาอย่างเงียบเชิด ดวงตาคมกราบกวาดมองความน่าสมเพชของเครือญาติเหล่านี้ด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา มือหนายื่นออกไปโอบไหล่บางของรินรดากระชับเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลมและปกป้อง "คุณคิดว่าภาพใบนี้... มันเชื่อมโยงกับเรื่องพินัยกรรมเมื่อยี่สิบปีก่อนไหมครับ?" ศิลาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของภรรยา น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่จริงจัง "ค่ะ... ไม่ใช่สิครับ..." รินรดาเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชิน แต่รีบเปลี่ยนสรรพนามในใจทันทีเมื่อนึกถึงสถานการณ์ "ฉันหมายความว่า... มันไม่ใช่แค่เรื่องโกงที่ดินธรรมดาแน่ๆ ครับคุณศิลา คนในภาพนี้คือคนที่คุณพ่อของคุณเคยบอกว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ไม่ใช่เหรอคะ... อ้าว ฉันติดพูดค่ะอีกแล้ว..." หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดตัวเอง ศิลาส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสีเข้มฉายแววเอ็นดูกับความน่ารักของภรรยา แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขบวน "ไม่เป็นไรครับ ที่รัก คุณจะพูดคำไหนผมก็ฟังทั้งนั้น... แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าสุนัขที่กำลังแย่งกระดูกกัน จะเริ่มหันมาแว้งกัดกันเองจนหมดสภาพแล้วนะครับ" จริงอย่างที่ศิลาว่า เสียงกรีดร้องโวยวายเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นการทุบตีและฉุดกระชากกันเองระหว่างอาเขยที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวกับบรรดาญาติผู้พี่ที่กลัวว่าส่วนแบ่งมรดกของตนจะหายวับไปกับตา เงินก้อนโตที่ได้จากการฮุบกิจการร้านอาหารเก่าแก่และที่ดินแปลงงาม ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานกันเองอย่างไม่เหลือชิ้นดี รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของความโกลาหลและความโลภอบอวลอยู่ในบรรยากาศชวนคลื่นไส้ เธอก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดัง "กริ๊บ" ชัดเจน ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย ทำให้ทุกสายตาในห้องต้องหันขวับมามองเป็นตาเดียว "พวกท่านทะเลาะกันพอหรือยังครับ?" น้ำเสียงใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น รินรดากวาดสายตามองหน้าญาติผู้ใหญ่แต่ละคนที่หอบแฮกด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการทะเลาะ "ถ้ายังทะเลาะกันไม่จบ ฉันเกรงว่าคงต้องเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาฟังสรุปยอดเงินที่พวกท่านร่วมมือกันยักยอกมาจากร้านอาหารของครอบครัวเราเมื่อสิบปีก่อนด้วยดีไหมครับ?" คำพูดประโยคเดียว ทำเอาทุกคนในห้องหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งเสียงเถียงใดๆ กลับมา มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่และความหวาดกลัวที่ฉายชัดบนใบหน้าของคนโลภ ศิลาก้าวตามออกมายืนเคียงข้างภรรยา รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏที่มุมปาก ดวงตาดุดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองเหยื่อในกำมือ "ทางผมเตรียมเอกสารหลักฐานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ... เชิญพวกคุณเลือกเอาเองก็แล้วกัน ว่าจะเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปมือเปล่า หรือจะเข้าไปกินข้าวแดงในเรือนจำพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งวงศ์ตระกูล" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับแขกทันที ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ ความโลภที่เคยทำให้คนกลุ่มนี้ฮึกเหิม บัดนี้กลับกลายเป็นเชือกมัดคอที่รัดแน่นจนหายใจไม่ออก ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็แผดเสียงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด ศิลาหยิบขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นกลับเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขากดรับสายโดยไม่ละสายตาจากรินรดา "ว่าไงนะ..." เสียงของศิลาทุ้มต่ำและจริงจังจนรินรดารู้สึกได้ถึงความผิดปกติ "แกแน่ใจนะว่าคนที่อยู่ที่โกดังสินค้าตอนนี้คือ... หมอนั่นจริงๆ?" ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงรายงานอันตระหนกจะลอดออกมาผ่านลำโพงโทรศัพท์ จนรินรดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินอย่างชัดเจน *"ครับคุณศิลา... คนที่แอบเข้ามาขโมยสูตรอาหารลับและวัตถุดิบชุดใหม่ในห้องเย็นของร้านเรา ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น 'พี่ชายแท้ๆ' ของคุณที่คุณคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อนครับ!"* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กาแฟโบราณแก้วโต" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%