ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูห้องนอนที่ดังขึ้นกระชั้นชิดในวินาทีที่นายเหนือเพิ่งติดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จพอดี ทำเอาบรรยากาศในห้องที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตหัวใจเต้นระส่ำเมื่อครู่พลิกผันเป็นความโกลาหลระดับสิบาริกเตอร์
"เหนือ... แม่คุณมาครับ" ผมหันไปบอกเขาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นายเหนือสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบคว้าเสื้อเชิ้ตที่กองอยู่บนโซฟามาสวมอย่างเร่งรีบ
สภาพของเดือนคณะวิศวะผู้หยิ่งผยองและรักความสมบูรณ์แบบในตอนนี้ ช่างน่าเอ็นดูเสียจนผมเกือบเผลอยิ้มออกมา เส้นผมที่เคยเซ็ตไว้อย่างดีกลับยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการคลอเคลียเมื่อครู่ ทว่าแววตาคมกริบที่เคยพกความมั่นใจเต็มร้อย กลับฉายแววลนลานอย่างหาได้ยากยิ่ง
"แม่เธอมาได้ยังไงเนี่ย รินรดา!" นายเหนือกระซิบเสียงลอดไรฟัน มือหนาคว้าข้อมือผมไว้แน่นขณะที่ดวงตาก็กวาดตามองหาทางหนีทีไล่ "นี่มันคอนโดผมนะ ทำไมคุณแม่ถึงมีคีย์การ์ดสำรองได้วะ"
"ก็แม่ฉันเป็นคนออกเงินดาวน์ครึ่งหนึ่งให้... ท่านจะมีคีย์การ์ดมันแปลกตรงไหนล่ะคุณ!" ผมย้อนเสียงเบาไม่แพ้กัน พยายามดันอกกว้างของเขาให้ออกห่างจากรัศมีอันตราย "ถอยไปเลยนะ นายเหนือ ถ้าแม่ฉันเห็นคุณอยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยแบบนี้ในห้องฉันตอนแปดโมงเช้า มีหวังคุณได้โดนคุณแม่สับเป็นชิ้นๆ ส่งกลับบ้านนอกแน่!"
"ผมไม่ใช่หมูยอที่จะโดนสับนะรินรดา!" เขาเถียงกลับทันควัน ดวงตาคมดุหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะตัดสินใจกระโจนหลบไปหลังผ้าม่านผืนหนยาสีทึบอย่างรวดเร็วราวกับนักกีฬาบาสเกตบอลหลบหลีกคู่ต่อสู้ "ฝากจัดการทางนี้ด้วย ถ้าผมรอดไปได้ คืนนี้เราเคลียร์กันยาวแน่!"
"ใครจะไปยอมเคลียร์กับคุณเล่า!"
ผมส่งเสียงกระซิบไล่หลัง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แล้วเดินไปบิดกลอนเปิดประตูห้อง
ร่างผอมเพรียวสง่างามของคุณแม่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีมั่นคง สายตาคมกริบกวาดสำรวจห้องนั่งเล่นปราดเดียวราวกับเรดาร์ตรวจจับสิ่งผิดปกติ หัวใจผมกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเสียงกลองเพล แต่ต้องฝืนตีหน้าตายส่งยิ้มหวานทักทาย
"อ้าวแม่... มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย ทำไมไม่โทรบอกรินก่อนล่ะคะ"
"แม่ผ่านมาแถวนี้ เลยเอาปิ่นโตกับน้ำพริกมะขามฝีมือยายมาฝาก" คุณแม่วางกล่องอาหารลงบนเคาน์เตอร์ครัว ก่อนจะหันมาหรี่ตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า "แล้วทำไมเสียงแหบเสียงแห้งแบบนั้นล่ะรินรดา หน้าตาตื่นๆ เหมือนเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมา"
"เปล่าสักหน่อยค่ะ ริน... รินเพิ่งตื่นนอนค่ะแม่" ผมแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม พยายามขยับตัวบังโซฟาตัวยาวที่ซ่อนร่างอันเก้งก้างของนายเหนือเอาไว้ "ว่าแต่แม่มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าคะ ถึงได้บุกมาถึงห้องเนี่ย"
"แม่ไม่ได้บุก แม่แค่แวะมาดูว่าลูกสาวตัวดีกินอยู่ยังไง" คุณแม่ถอนหายใจยาว เดินสำรวจไปรอบห้องก่อนจะหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าโซฟาตัวปัญหา สายตาของท่านกวาดมองไปที่พื้นซึ่งมีนาฬิกาข้อมือเรือนหรูของผู้ชายตกอยู่... นาฬิกาโรเล็กซ์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่นายเหนือเพิ่งถอดวางไว้เมื่อคืน!
ตายแน่... รินรดาเอ๋ย เธอจบเห่แน่ๆ!
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลเร็วจี๋เพื่อหาข้อแก้ตัว แต่ยังไม่ทันที่ผมจะอ้าปากอธิบายอะไร ประตูห้องนอนด้านในก็เปิดผางออกมาพร้อมกับร่างสูงโปร่งของนายเหนือที่ก้าวออกมาด้วยมาดนิ่งสนิท ราวกับว่าเขาไม่ได้กำลังหลบซ่อนตัวอยู่หลังผ้าม่านเมื่อนาทีที่แล้ว
"สวัสดีครับคุณแม่"
เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลเอ่ยทักทายอย่างสุภาพเรียบร้อย นายเหนือส่งยิ้มละมุนที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีให้คุณแม่ รอยยิ้มแบบที่ใช้ตกเหยื่อในคณะวิศวะถูกงัดมาใช้จนหมดแม็กซ์
คุณแม่ชะงักไปเล็กน้อย หันขวับกลับมามองหน้าผมสลับกับนายเหนือ ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความรู้ทัน "อ้าว... ตาเหนือ อยู่ที่นี่ด้วยเหรอลูก"
"ครับ พอดีผม... เอ่อ... มาทำการบ้านโปรเจกต์ด่วนกับรินรดาครับแม่" นายเหนือตอบหน้าตาย มือหนาหยิบนาฬิกาข้อมือที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาใส่ข้อมือกודอย่างแนบเนียน "พวกเราโต้รุ่งกันยาวเลยครับ เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้"
"โต้รุ่ง?" คุณแม่เลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเจือแววเยาะเย้ยนิดๆ "การบ้านวิศวะนี่มันหนักหนาสาหัสถึงขั้นต้องมาสุมหัวกันอยู่ในห้องนอนสองต่อสองจนถึงเช้าเลยเหรอจ๊ะ"
ผมหน้าร้อนผ่าว ไล่ลามไปถึงใบหู รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กประถมที่โดนคุณครูฝ่ายปกครองจับได้ว่าโดนโดนเรียน แต่นายเหนือกลับไม่มีอาการสะทกสะท้านเลยสักนิด เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างผม พร้อมกับเอื้อมมือมาโอบไหล่ผมไว้หลวมๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าของซึ่งหน้า
"ครับ หนักมากจริงๆ ครับแม่ แต่ตอนนี้งานเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะครับ" นายเหนือเหลือบมองผมด้วยสายตาพราวระยับ แววตาคมกริบนั้นเต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป "และผมก็มั่นใจด้วยว่า... คะแนนเต็มร้อยแน่นอนครับ"
คุณแม่มองหน้าพวกเรานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ส่ายหัวอย่างเอือมระอา "แกนี่มันร้ายกาจจริงๆ นะตาเหนือ เหมือนพ่อแกไม่มีผิด... เอาล่ะ ในเมื่อเคลียร์งานกันเสร็จแล้ว ก็มานั่งกินข้าวต้มหมูฝีมือแม่ซะดีๆ อย่าคิดว่าจะรอดตัวนะ"
บรรยากาศตึงเครียดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความโล่งใจที่แผ่ซ่านไปทั่วอก ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ร่อนสายตาค้อนใส่นายเหนือไปหนึ่งทีข้อหาทำเอาใจหายใจคว่ำ แต่เจ้าตัวกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังโน้มตัวลงมา กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน
"เก่งมากครับเด็กดี... เดี๋ยวคืนนี้ผมให้รางวัลชุดใหญ่เลย"
ผมหยิกหมัดตีสีข้างเขาไปทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ แต่นายเหนือกลับคว้ามือผมไว้แล้วสอดประสานนิ้วเรียวเข้าด้วยกันแน่น ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปไหนอีก
นี่คือจุดเริ่มต้น... จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เคยปกปิดไว้ด้วยความลับ ความปากแข็ง และฟอร์มที่จัดจนเกือบทำลายทุกอย่างลง แต่ในเมื่อเรากล้าที่จะก้าวข้ามผ่านกำแพงความกลัวมาได้แล้ว ต่อจากนี้ไป ก็ไม่มีอะไรที่จะพรากเราออกจากกันได้อีกแล้ว
หกเดือนต่อมา...
สนามบาสเกตบอลกลางแจ้งของมหาวิทยาลัยคราคร่ำไปด้วยเสียงเชียร์สนั่นหวั่นไหว บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจของแมตช์กระชับมิตรระหว่างคณะวิศวะและคณะบริหาร
ผมยืนกอดอกพิงเสาอัฒจันทร์ สายตาทอดมองร่างสูงโปร่งในชุดกีฬาหมายเลข 7 ที่กำลังเลี้ยงลูกบาสเกตบอลฝ่าผู้เล่นฝั่งตรงข้ามด้วยความคล่องแคล่วและดุดัน นายเหนือในยามที่อยู่บนสนามแข่งมีเสน่ห์เหลือร้ายจนละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ เม็ดเหงื่อพราวบนกรอบหน้าคมคายและไรผมชื้นแฉะ ยิ่งขับเน้นให้เขาดูโดดเด่นสะดุดตาทุกย่างก้าว
"มองแฟนจนตาไม่กระพริบเลยนะมึง"
เสียงแซวของเพื่อนสนิทดังขึ้นข้างตัว พร้อมกับกระป๋องน้ำอัดลมเย็นเฉียบที่แนบเข้ากับแก้ม ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปค้อนใส่ยัยเพื่อนตัวดีที่ส่งยิ้มล้อเลียนมาให้
"เงียบไปเลยนะแก" ผมตอบเสียงห้วน แต่ไม่วายหันกลับไปมองสนามต่อ
จังหวะนั้นเอง นายเหนือที่กำลังครอบครองลูกบาสอยู่หันมาสบตากับผมพอดี ดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นฉายประกายความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาไม่ได้เลี้ยงลูกต่อไปตามแผนการเล่นเดิม แต่กลับส่งยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์มาให้ ก่อนจะกระโดดชู้ตลูกบาสจากระยะไกลสามแต้มเต็มๆ
ฟุบ!
เสียงตาข่ายสวบยอดเยี่ยม ลูกบาสเกตบอลพุ่งลงห่วงอย่างไร้ที่ติ ท่ามกลางเสียงเฮลั่นสนามของกองเชียร์ฝั่งวิศวะ
แต่สิ่งที่ทำเอาหัวใจผมเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะลูกชู้ตสามแต้มสุดสวยนั่น...
นายเหนือไม่ได้วิ่งไปฉลองกับเพื่อนร่วมทีม เขาหันหลังกลับมาวิ่งตรงดิ่งมาทางอัฒจันทร์ที่ผมยืนอยู่ ร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยความเร็ว จนกระทั่งมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าผม หอบหายใจเบาๆ จากความเหนื่อยล้า แต่แววตาคู่คมกลับพราวระยับด้วยประกายความรักที่ร้อนแรงและลึกซึ้ง
"นายเหนือ... แข่งยังไม่จบนะ ลงมาทำไมเนี่ย" ผมเอ็ดเบาๆ เมื่อเห็นสายตาทุกคู่ในโรงยิมหันมาจับจ้องที่เราสองคนเป็นตาเดียว
"เกมในสนามมันชนะไปแล้ว..." นายเหนือเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนผมต้องถอยหลังไปชนกับราวเหล็กกั้นอัฒจันทร์ วงแขนแข็งแรงยกขึ้นกักตัวผมไว้กับแผงกั้น ป้องกันไม่ให้หนีไปไหนได้ "แต่เกมหัวใจเนี่ย... ผมไม่อยากรอช้าแล้วว่ะรินรดา"
"พูดอะไรเนี่ย คนมองเต็มไปหมดนะ!" ผมหน้าร้อนผ่าว พยายามดันอกเขาออก แต่เจ้าตัวกลับยิ่งก้มหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ชิดริมฝีปาก
"ช่างหัวดิครับ ใครจะมองก็ช่าง..." นายเหนือกระซิบเสียงพร่า แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความจริงจังจนหัวใจผมสั่นไหว "จำได้ไหม... ที่คุณเคยบอกว่าไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณน่ะ?"
ผมชะงักไป หัวใจกระตุกวูบเมื่อนึกถึงคำพูดในอดีต
"ผมจำได้ขึ้นใจเลยล่ะ..." นายเหนือยิ้มละมุน รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเดือนคณะวิศวะผู้หยิ่งผยองคนนี้ มีไว้สำหรับผมคนเดียวเท่านั้น "และวันนี้ ผมอยากจะบอกให้คุณมั่นใจ... ว่าคุณไม่ได้เป็นแค่คนโปรดของผมหรอกนะรินรดา"
เขากุมมือผมขึ้นมาทาบลงบนตำแหน่งอกซ้าย ที่ซึ่งหัวใจกำลังเต้นระรัวโครมครามไม่เป็นจังหวะ
"แต่คุณ... คือคนเดียวในใจผม ตลอดไป และตลอดกาล... เป็นแฟนกับผมอย่างเป็นทางการสักทีนะครับ คุณตัวแสบ"
เสียงเฮลั่นสนามและเสียงเป่านกหวีดแซวจากเพื่อนร่วมทีมดังขึ้นกลบเสียงรอบข้าง แต่สำหรับผมในวินาทีนี้ โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงแค่รอยยิ้มและแววตาคลั่งรักของนายเหนือตรงหน้าเท่านั้น
ผมคลี่ยิ้มออกมาอย่างยอมจำนน ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงปกเสื้อกีฬาของเขาลงมาให้โน้มตัวลงมาใกล้กว่าเดิม กระซิบตอบชิดริมฝีปากด้วยหัวใจที่พองโต
"ก็คิดว่าจะไม่ขอซะแล้วนะ... นายหมาโบ้"
นายเหนือหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นร้อนจะทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากรอบด้าน...
เป็นบทส่งท้ายที่สมบูรณ์แบบ และเป็นจุดเริ่มต้นของความรักนิรันดร์ที่ไม่มีวันหมดอายุ... ชู้ตลงห่วง ลงล็อกหัวใจเราไว้ด้วยกันตลอดไป
- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางชู้ตความรักนี้มาจนถึงหน้าสุดท้ายด้วยกันนะครับ -
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 35
ชู้ตลงห่วง...ลงล็อกหัวใจ (ตอนจบ)
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!