กับข้าวมื้อนี้เปลี่ยนโชคชะตา: สลับร่างมาเป็นแม่ค้ามือทองยุค 80•ตอนที่ 1

วิญญาณเชฟในครัวหลังบ้าน

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าแกยังทำตัวเป็นภาระ ไร้ประโยชน์เกาะสามีแดกไปวันๆ แบบนี้ ฉันจะให้เสี่ยวเหว่ยหย่ากับแกซะ! บ้านสกุลจ้าวของเราไม่ เลี้ยง ผู้ หญิง สำ มะ เล เท เมา ที่ แม้แต่ข้าวสักหม้อก็ยังหุงให้สุกดีไม่ได้!" เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของแม่สามี 'จ้าวชุ่ยฮวา' ดังทะลุกำแพงดินปูฟางเก่าคร่ำคร่าเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับแรงกระแทกกระทั้นของถ้วยกระเบื้องเคลือบแตกบิ่นที่ถูกฟาดลงบนโต๊ะไม้ไผ่เสียงดังโครมคราม เศษข้าวต้มเหลวเจือจางราวน้ำล้างหม้อกระเซ็นโดนปลายเท้าของหลินฟางจนเปียกชื้น หลินฟางกะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า กลิ่นอับชื้นของดินโคลนผสมกลิ่นควันฟืนฉุนกานต์ลอยคละคลุ้ง สิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่ใช่ห้องครัวสเตนเลสสตีลไฮเทคในภัตตาคารระดับสามดาวมิชลินที่เธอเพิ่งคว้ารางวัลเชฟยอดเยี่ยมแห่งปีมาหมาดๆ แต่เป็นบ้านเรือนไทยประยุกต์กึ่งปูนกึ่งไม้ทรุดโทรมสไตล์จีนชนบทในช่วงทศวรรษ 1980 สมองที่เคยปราดเปรื่องของเชฟสาวถูกแทนที่ด้วยความทรงจำของร่างเดิม... หญิงสาวผู้อ่อนแอ ขี้ขลาดตาขาว และถูกกดขี่ข่มเหงจนตรรมนัยน์ตาช้ำบวมมาแรมปี "หูหนวกหรือไงอีเด็กนี่! ฉันพูดไม่ได้ยินหรือไง หน้าตาห่อเหี่ยวเหมือนศพไร้วิญญาณแบบนี้ เสี่ยวเหว่ยส่งเงินเดือนทหารกลับมาแต่ละที แกเอาไปซุกซ่อนไว้ที่ไหนหมด ถึงได้ไม่มีปัญญาซื้อแป้งสาลีดีๆ มาทำหมั่นโถวให้คนแก่กินเลยฮะ!" จ้าวชุ่ยฮวาเท้าสะเอว ใบหน้าย่นยู่ด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาเรียวรีมองหลินฟางด้วยความเหยียดหยามรังเกียจราวกับมองเศษขยะเปียกบนพื้นถนน รอบตัวยังมีน้องสาวสามี 'จ้าวลี่อิน' ยืนกอดอกอมยิ้มเยาะเย้ยอยู่ที่มุมห้อง คอยเติมเชื้อไฟด้วยวาจาถางถาง "นั่นสิคะพี่สะใภ้ พี่ชายฉันต้องลำบากตรากตรำฝึกซ้อมกลางกองทัพ แดดก็ร้อน ฝนก็ตก แต่พี่กลับนอนอืดอยู่แต่ในบ้าน ทำกับข้าวก็ไม่อร่อย รสชาติเหมือนเศษอาหารให้หมูกิน ถ้าพี่ไม่มีปัญญาอยู่รับใช้แม่ ก็ไสหัวออกไปจากบ้านสกุลจ้าวซะเถอะค่ะ" หลินฟางนิ่งเงียบ เธอไม่ได้หวาดกลัวหรือสั่นเทาเหมือนเช่นที่เจ้าของร่างเดิมเคยทำตรงกันข้าม ปลายลิ้วของเธอกลับสัมผัสได้ถึงรสชาติขมปร่าของความอยุติธรรมที่ถูกส่งต่อมาทางพันธุกรรมความทรงจำ มือเรียวบางที่เคยจับมีดแล่ปลาอย่างแม่นยำค่อยๆ กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอก้มมองสำรวจร่างกายผอมแห้งแรงน้อยนี้ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่คมกริบที่เคยหม่นหมอง บัดนี้กลับเปล่งประกายคมปลาบราวกับคมมีดสเตนเลสชั้นดีที่เพิ่งผ่านการลับจนคมกริบ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างเล็กๆ นั้น ทำให้จ้าวชุ่ยฮวาที่กำลังอ้าปากด่าทอถึงกับชะงักกึกโดยไม่รู้ตัว "มองหน้าฉันทำไม! แกกล้าดียังไงมามองค้อนฉันฮะ!" แม่สามีแผดเสียงกลบเกลื่อนความประหลาดใจ หลินฟางเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องครัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที "ข้าวต้มหม้อนี้... คุณแม่เรียกว่าอาหารสำหรับมนุษย์กินหรือคะ?" น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก กังวานใสทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ จ้าวชุ่ยฮวาอ้าปากค้าง "แก... แกกล้าด่าฝีมือฉันเหรอ!" "ฉันไม่ได้ด่าค่ะ ฉันแค่กำลังวิจารณ์ด้วยความเป็นมืออาชีพ" หลินฟางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะดูผอมบาง แต่ท่าทีกลับสง่างามและเย่อหยิ่งราวกับราชินีผู้ครองบัลลังก์ "ข้าวสารขัดสีจนไร้คุณ ใช้น้ำต้มเจือจางจนแทบมองเห็นก้นหม้อ ขิงแก่ที่ใส่ลงไปก็ทุบแหลกเละเทะจนน้ำมันหอมระเหยระเหยหายไปหมด เหลือไว้แต่รสชาติเผ็ดปร่าบาดคอ กับกลิ่นเหม็นหืนของปลายข้าวเก่าเก็บขึ้นรา... อาหารขยะแบบนี้ ต่อให้เอาไปโยนให้สุนัขข้างถนนกิน มันยังสะบัดก้นหนีเลยค่ะคุณแม่" "นัง... นังสารเลว!" จ้าวชุ่ยฮวาหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่นเทา นางยกมือขึ้นหมายจะตบหน้าลูกสะใภ้ที่บังiอาจต่อปากต่อคำ ทว่า หลินฟางไวกว่า นางก้าวเท้าหลบอย่างงดงามราวกับพลิ้วกายอยู่กลางเวที มือเรียวคว้าจับข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้มั่นด้วยแรงที่มากเกินคาด พร้อมกับออกแรงบิดเบาๆ จนแม่สามีร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด "จำไว้นะคะ... ต่อจากนี้ไป ครัวหลังบ้านแห่งนี้ อยู่ภายใต้การบัญชาการของฉัน" หลินฟางโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบแต่น่าสะพรึงกลัว "ถ้าไม่อยากกินเศษขยะที่ตัวเองทำ ก็หุบปากแล้วยืนดูให้ดีว่า... เชฟมือหนึ่งเขาพลิกฟื้นชีวิตด้วยปลายจวักกันอย่างไร!" สะบัดมือแม่สามีออกอย่างไรเยื่อใย หลินฟางกวาดสายตามองวัตถุดิบที่เหลืออยู่อย่างน่าอนาถในตู้กับข้าว มีเพียงแป้งสาลีขึ้นราเล็กน้อย ผักกาดดองเค็มปี๋ และหมูสามชั้นติดมันห่อเล็กๆ ที่หลงเหลืออยู่ก้นเข่ง แต่นั่นมากเพียงพอแล้วสำหรับเชฟอัจฉริยะผู้สามารถเสกทองคำให้กลายเป็นอาหารเลิศรส นางจุดไฟใส่เตาถ่าน เสียงไม้ฟืนลั่นเปรี๊ยะปร๊ะท่ามกลางประกายไฟสีส้มแดงที่ลุกโชนขึ้นขับใบหน้าหวานให้ดูโดดเด่น หลินฟางจัดการล้างมือให้สะอาดสะอ้าน นางหยิบมีดอีโต้เล่มเก่าขึ้นมาทดลองน้ำหนัก คมมีดกระทบกับเขียงไม้เก่าๆ เกิดเป็นเสียงจังหวะฉับๆๆ ที่รวดเร็วและแม่นยำราวกับเสียงดนตรี กลิ่นหอมแรกเริ่มลอยโชยออกมาจากกระทะเหล็กใบดำเมื่อนางโยعกมันหมูลงไปเจียวจนน้ำมันใสสีทองอร่าม ตามด้วยการซอยหอมแดงและขิงสดอย่างประณีตบรรจง ควันหอมฉุยพวยพุ่งทะลุหน้าต่างไม้เก่าทะยานออกไปสู่บริเวณรอบบ้านและลานหมู่บ้านท่ามกลางสายลมเย็นยามสาย ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่กำลังเดินผ่านต่างต้องหยุดฝีเท้าสูดกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นลึกๆ กลิ่นเนื้อหมูทอดกรอบผสมผสานกับเครื่องเทศและซีอิ๊วดำคั่วจนหอมกรุ่น มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดาตามมีตามเกิดของชาวบ้านยากจน แต่มันคือกลิ่นอายความสุขและรสชาติแห่งความมั่งคั่งที่หายสาบสูญไปจากหมู่บ้านนี้มานานนับปี จ้าวชุ่ยฮวาและลี่อินที่ตั้งท่าจะโวยวายต่อ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัวเมื่อกลิ่นหอมนั้นเริ่มกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะให้ออกมาทำงานอย่างบ้าคลั่ง แต่ในขณะที่ควันหอมกำลังลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องเหลียวมอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงของชายหนุ่มในชุดเครื่องแต่งกายทหารสีเขียวเข้มก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านสกุลจ้าว จ้าวเหว่ย... สามีผู้เยชาและเคร่งขรึม กลับมาจากการฝึกซ้อมเร็วกว่ากำหนด และเขากำลังกวาดสายตาคมกริบมองตรงมาที่ภรรยาผู้เงียบขรึมในครัวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ************************************************** (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและลิ้มรสชีวิตไปกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวมื้อนี้เปลี่ยนโชคชะตา: สลับร่างมาเป็นแม่ค้ามือทองยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%