กลิ่นอายของสมุนไพรจีนตากแห้ง คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหงื่อไคลของชาวบ้านนับสิบชีวิตที่เบียดเสียดกันอยู่หน้าลานกว้างของกองอำนวยการประจำคอมมูน เสียงซุบซิบนินทาดั่งเสียงผึ้งแตกรังดังระงม ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงดังเกินกว่าเสียงคำรามในลำคอของจ้าวฟาง ผู้ยืนกอดอกยกยิ้มหยันอยู่ที่มุมเสา
ห้วงเวลานั้นหยุดหมุนหลินชุนฮวาตระหนักได้ทันทีว่า... การทะลุมิติมาครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือกับดักที่ถูกวางไว้ข้ามกาลเวลา!
ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองร่างที่กำลังดิ้นทุรนทุรายบนแครไม้ไผ่ หัวหน้าหมู่บ้านจางนอนตัวงอเป็นกุ้ง ใบหน้าเขียวคล้ำริมฝีปากม่วงคล้ำ ลมหายใจรดรินขาดหช่วง อาการเช่นนี้ในสายตาของแพทย์แผนปัจจุบันอาจเรียกว่าภาวะล้มเหลวเฉียบพลัน ทว่าสำหรับอดีตกุนซือและแพทย์หญิงผู้ผ่านพิษสงในวังหลวงมานับร้อย... นี่คือ "พิษหิตโลหิตพันลี้" ชัดๆ เป็นพิษจากรากไม้อิงฮวาป่าที่ถูกสกัดอย่างประณีต เพื่ออำพรางให้ดูคล้ายโรคกำเริบฉุกเฉิน
"นังตัวดี! แกวางยาหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อหวังฮุบเสบียงแจกจ่ายของคอมมูนใช่ไหม!" เสียงแหลมสูงของจ้าวฟางแผดขึ้นทำลายความเงียบ นางจงใจป้ายสีเพื่อให้ฝูงชนเกิดความตื่นตระหนก
หลินชุนฮวาไม่แม้แต่จะชายตามองคู่กรณี นางทรุดกายลงนั่งคุกเข่าข้างแครไม้ไผ่โดยไม่เกรงกลัวความสกปรกของพื้นดิน ปลายนิ้วเรียวสวยดั่งลำหยกหยิบถุงผ้าแพรสีหม่นออกมาก่อนจะคลี่ออก เผยให้เห็นเรียงรายของเข็มเงินบริสุทธิ์ส่องประกายวาววับตัดกับแสงตะวันยามบ่าย
"หากข้าต้องการสังหารเขา ผู้นำจางคงไม่หลงเหลือลมหายใจมานอนทุรนทุรายให้พวกท่านรุมประณามเช่นนี้หรอกค่ะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น และทรงพลัง จนผู้คนที่กำลังส่งเสียงอื้ออึงพลอยเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ
สหายเสิ่นจ้านถิง ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่รีดเรียบไร้รอยยับ ยืนกอดอกพิงเสาไม้สักทอง ดวงตาคมปลาบดุจพยัคฆ์จ้องมองสตรีตรงหน้าไม่วางตา เขาสังเกตเห็นความมั่นใจที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่นั้น ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ไร้ซึ่งพิรุธ มีเพียงความสุขุมลุ่มลึกราวกับนางไม่ใช่หญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่คือนายทหารผู้คุมกองกำลังนับหมื่นในยุทธภูมิ
"เจ้ามั่นใจหรือว่ารักษาเขาได้?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นครั้งแรก บรรยากาศรอบข้างพลันกดดันยิ่งขึ้น
"สามเคียน... สหายเสิ่น หากข้าใช้เวลาเกินกว่าสามเคียนนี้แล้วผู้นำจางยังไม่ฟื้นขึ้นมาหายใจเป็นปกติ ท่านเอาตัวข้าไปเข้าคุกประชาทัณฑ์ได้เลยค่ะ" หลินชุนฮวาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก สะท้อนเงาร่างของนายทหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเขตนี้
เสิ่นจ้านถิงหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณของทหารผ่านศึกบอกเขาว่าสตรีผู้นี้มีลับลมคมนัย แต่ลึกๆ แล้ว เขากลับรู้สึกทึ่งในความเด็ดเดี่ยวที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยเช่นนี้ เขาพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงอนุญาต
"ลงมือเธอก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน"
หลินชุนฮวาไม่รอช้า นางตวัดปลายนิ้วดึงเข็มเงินเล่มแรกออกด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ พลังปราณอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ในร่างถูกรวบรวมไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะปักลงไปที่จุดฝังเข็ม "เหอกู่" และ "จู้ซานหลี่" ของหัวหน้าหมู่บ้านจางอย่างแม่นยำ ทุกท่วงท่าและองศาในการลงเข็มล้วนถูกต้องตามตำราแพทย์โบราณขั้นสูงที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เข็มเล่มที่สอง... เล่มที่สาม... และเล่มที่สี่ ปักลงตามแนวเส้นลมปราณหลัก ร่างกายของหัวหน้าหมู่บ้านที่เคยเกร็งกระตุกค่อยๆ ผ่อนคลายลง ลมหายใจที่ขาดหช่วงเริ่มยาวและสม่ำเสมอขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของฝูงชนที่อ้าปากค้าง
จ้าวฟางหน้าถอดสี รีบก้าวเข้าไปหมายจะขัดขวาง "ะ...นั่นแกกำลังทำอะไร! อย่ามาทำลายศพนะ!"
"ถอยไป!" สหายเสิ่นจ้านถิงก้าวเข้ามาขวางหน้าแม่เลี้ยงจ้าวไว้ด้วยท่าทีคุกคาม รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนจ้าวฟางต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ปิดปากเงียบสนิททันที
ทันใดนั้นเอง หลินชุนฮวาก็หมุนเข็มเงินเล่มสุดท้ายบนกลางกระหม่อมของผู้นำจางอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้ฝ่ามือกดนวดลงที่จุดชีพจรใต้คางเบาๆ
*อั๊ก!*
เสียงสำลักดังขึ้นพร้อมกับลิ่มเลือดสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกมาจากปากของหัวหน้าหมู่บ้านจาง หยดลงบนพื้นดินจนเกิดควันจางๆ ส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง
ดวงตาของผู้นำจางเบิกโพรงขึ้นอย่างกะทันหัน เขาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดราวกับคนจมน้ำแล้วฟื้นคืนชีพ สีหน้าที่เขียวคล้ำเมื่อครู่ค่อยๆ กลับมามีเลือดฝาด แม้จะยังมีอาการอ่อนเพลียอยู่มาก แต่ดวงตากลับแจ่มใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ข้า... ข้ารอดแล้วหรือ..." เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
บรรดาชาวบ้านต่างพากันส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึง บางคนถึงกับยกมือขึ้นทาบอกด้วยความเหลือเชื่อ สายตาดวงแล้วดวงเล่าที่มองมายังหลินชุนฮวาแปรเปลี่ยนจากความกังขา เป็นความหวาดหวั่นแกEมทึ่ง
หลินชุนฮวาค่อยๆ ดึงเข็มเงินทั้งหมดเก็บเข้าซองผ้าอย่างประณีต นางปัดเศษฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเสิ่นจ้านถิงที่ยังคงยืนมองนางด้วยแววตาลึกล้ำยากจะหยั่งถึง
"พิษอิงฮวาป่าถูกขับออกมาหมดแล้วค่ะ สหายเสิ่น... หวังว่าการรักษาครั้งนี้คงจะเพียงพอที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของข้า และล้างมลทินที่คนใจร้ายแถวนี้ป้ายสีได้เสียทีนะคะ" นางจงใจปลายตามองจ้าวฟางที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง
เสิ่นจ้านถิงมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็นแต่น่าเกรงขามยิ่งนัก เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวจนกลิ่นกายสะอาดเจือจางของสมุนไพรลอยเข้าจมูก "เจ้าช่างทำให้ข้าประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า... สหายหลิน"
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศจะผ่อนคลายลง ทหารสื่อสารนายหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ถือซองเอกสารลับตราประทับสีแดงฉานพุ่งตรงมายังเสิ่นจ้านถิง
"รายงานผู้กอง! มีคำสั่งด่วนจากส่วนกลาง... เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นที่เขตชายแดนเหนือ และชื่อของสหายหลินชุนฮวา ถูกระบุว่าเป็น... บุคคลต้องสงสัยระดับสูงสุดที่ทางการกำลังตามล่าตัวข้ามเขตแดนครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ส้มหวานมิติลับ" เสมอมานะคะ
กาลเวลาร้อยรัก ทะลุมิติสู่ยุคสหายแห่งหัวใจ•ตอนที่ 2
เข็มเงินสยบมาร
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลเวลาร้อยรัก ทะลุมิติสู่ยุคสหายแห่งหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
