“ปล่อยค่ะ!”
ฉันสะบัดข้อมือออกสุดแรงจนร่างสูงของพันจ่าเว่ยหยางเซถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้กลับฉายแววคุกรุ่นราวกับถ่านไฟที่ถูกพัดจนลุกโชน ความเงียบในห้องนอนขนาดจิ๋วที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของบ้านไม้เก่าๆ ดูจะบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ
“คุยให้จบงั้นหรือคะ?” ฉันเหยียดยิ้มที่มุมปาก พยายามประคองสติท่ามกลางความสับสนจากการย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของ ‘หลินฟางเซียน’ นางร้ายที่คนทั้งหมู่บ้านเกลียดชัง “ถ้าคุณอยากคุยเรื่องการแต่งงานสองปีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันบอกไว้ตรงนี้เลยว่า... เราต่างคนต่างอยู่เถอะค่ะ กองร้อยของคุณรอคุณอยู่ ส่วนฉัน... ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการ”
เว่ยหยางนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ราวกับไม่คุ้นชินกับแววตาที่เด็ดขาดและท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปจากคนละคน เขาสบตาฉันนิ่งนานก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ “เปลี่ยนไปเยอะนะ ฟางเซียน หวังว่าความเฉลียวฉลาดที่เพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้เธอเลิกทำตัวเป็นภาระของตระกูลเว่ยได้บ้าง”
เขาหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ฉันยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางความเงียบ ทันทีที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเขาห่างออกไป ฉันก็รีบทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ความรู้สึกจี๊ดที่ฝ่ามือขวากลับมาอีกครั้ง มันร้อนรุ่มเหมือนมีไฟสุม... และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ภาพที่เหนือธรรมชาติก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
มันไม่ใช่ห้องนอนแคบๆ อีกต่อไป แต่เป็นภาพกึ่งโปร่งแสงของ ‘ห้างสรรพสินค้าไร้ขีดจำกัด’ ที่ฉันคุ้นเคยจากชาติก่อน! ชั้นวางสินค้าที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ตั้งแต่เครื่องปรุงรสชั้นดี แป้งสาลีเนื้อละเอียด ไปจนถึงอุปกรณ์การเกษตรทันสมัยที่คนในยุคนี้คงคิดว่าเป็นของวิเศษจากสวรรค์
หัวใจของฉันเต้นรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความตื่นเต้น! นี่คือมิติส่วนตัวที่มาพร้อมกับความทรงจำของฉัน... ฉันลองเอื้อมมือไปคว้าถุงน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จากชั้นวาง ความรู้สึกหนักแน่นของถุงบรรจุภัณฑ์ในมือยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
‘เหลือเชื่อ... นี่ฉันมีคลังสมบัติส่วนตัวในยุคที่อาหารการกินฝืดเคืองแบบนี้หรือนี่’
ฉันรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ มิตินี้ไม่ได้มีแค่ของกิน แต่มันคือ ‘แหล่งทุน’ มหาศาล ในยุคที่ผู้คนต้องปากกัดตีนถีบ การมีสินค้าคุณภาพพรีเมียมในมือก็เท่ากับการถืออาวุธไว้ฟาดฟันเพื่อสร้างตัว ฉันเริ่มคัดเลือกเสบียง: ข้าวสารคัดพิเศษ, น้ำมันพืชขวดใส, เครื่องเทศที่หายากในท้องตลาด และยาปฏิชีวนะพื้นฐานที่หาได้ยากยิ่งในหมู่บ้านชนบท
ฉันทยอยนำของออกมาวางไว้ในตู้ไม้เก่าๆ หลังห้อง จนกระทั่งเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง ฉันรีบปิดมิติและแกล้งจัดผ้าห่มให้เรียบตึง เว่ยหยางเปิดประตูเข้ามาอีกครั้ง มือหนาถือถ้วยแกงจืดที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งจนฉันเผลอกลืนน้ำลาย
“กินซะ” เขาวางถ้วยลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเก้อเขิน “แม่บ่นว่าเธอไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน... จะหย่าหรือไม่หย่า ก็ต้องกินให้อิ่มก่อน”
ฉันมองแผ่นหลังกว้างของนายทหารหนุ่มที่พยายามทำเป็นนิ่งเฉย เขาเป็นคนซื่อ... ซื่อจนน่าแกล้ง และซื่อจนฉันรู้สึกว่าการจะ ‘เอาคืน’ คนในตระกูลที่รังแกฉันมาตลอด จะต้องอาศัยกลยุทธ์ที่แนบเนียนกว่าการใช้กำลัง
คืนนั้น ในขณะที่บ้านทั้งหลังจมดิ่งสู่ความมืด ฉันแอบออกมาในครัว กลิ่นน้ำมันที่ฉันแอบนำออกมาจากมิติส่งกลิ่นหอมหวนกระตุ้นความหิวโหย ฉันกำลังจะเริ่ม ‘ทดลอง’ การทำอาหารมื้อพิเศษที่จะเปลี่ยนสถานะของฉันในบ้านหลังนี้ แต่แล้ว... สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน
ชายแปลกหน้าในชุดกากีที่ดูไม่คุ้นตา เขากำลังถือถุงกระดาษสีน้ำตาลที่คุ้นตา... มันคือถุงใส่แป้งจากห้างในมิติของฉัน!
เขาหันมาสบตาฉันด้วยสายตาเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ในเมื่อของจากโลกอนาคตมาอยู่ในยุคนี้ได้... งั้นเธอก็คงไม่ใช่คนเดียวที่ ‘โชคดี’ ใช่ไหมครับ คุณภรรยาที่รัก?”
หัวใจของฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เว่ยหยางไม่ได้มีแค่ความซื่อตรง... เขาซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่? หรือว่าคนที่ย้อนเวลากลับมาพร้อมกับฉัน... ไม่ได้มีแค่คนเดียว?
เอวาลินน์ปลายพู่กันหวังว่าทุกท่านจะหลงใหลในกลิ่นอายแห่งความตื่นเต้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
บันทึกสะใภ้ขบถ: จากนางร้ายจอมอาละวาดสู่เศรษฐินีฟาร์มทองแห่งยุค•ตอนที่ 2
ห้างสรรพสินค้าไร้ขีดจำกัดในมือขวา
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะใภ้ขบถ: จากนางร้ายจอมอาละวาดสู่เศรษฐินีฟาร์มทองแห่งยุค นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
