เสียงกระแทกประตูไม้ผุพังดังสนั่นหวั่นไหว จนฝุ่นผงแกลบและหยากไย่ร่วงกราวลงมาบนหัวของหลินหว่าน นางไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาเยือน นิ้วเรียวขาวยังคงบรรจงเช็ดคราบเขม่าบนเตาอั้งโล่ดินเหนียวด้วยผ้าขี้ริ้วเก่าคร่ำคร่า
"หลินหว่าน! นังตัวดี! แกคิดจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนกัน! ข้าวในยุ้งฉางเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ยังมีหน้ามานอนอู้แดกข้าวหลวงอยู่อีกเรอะ!"
เสียงแหลมปรี๊ดของสะใภ้ใหญ่จางซื่อดังทะลุโสตประสาท ตามมาด้วยร่างท้วมๆ ในชุดผ้าฝ้ายปะชุนที่เดินกระแทกส้นเท้าเข้ามาในกระต๊อบหลังเล็ก สองมือเท้าสะเอว ใบหน้าอ้วนกลมบิดเบี้ยวด้วยความโมโหที่เห็นน้องสะใภ้คนเล็กนั่งนิ่งสนิท
หลินหว่านวางผ้าในมือลงช้าๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่สะใภ้ผู้สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของร่างเดิมมาตลอดหลายปี ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือลนลานอย่างที่เคยเป็น มีเพียงประกายความเย็นเยียบและรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้จางซื่อชะงักกึกไปชั่วขณะ
"ข้าวหลวงอะไรกันคะ พี่ใหญ่? ข้าวทุกเม็ดในบ้านหลังนี้ ฉันกับพี่รองเป็นคนหามาหยาดเหงื่อแรงงาน ไม่ทราบว่าตั้งแต่สามฉันออกไปประจำการที่ชายแดน พวกท่านเคยแบ่งข้าวให้ฉันกินสักมื้อด้วยความเต็มใจบ้างไหม หรือคิดว่าฉันเป็นทาสรับใช้ที่ซื้อมาด้วยเศษเงินห้าหยวนกันแน่ค่ะ"
น้ำเสียงของหลินหว่านราบเรียบ แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนจนจางซื่อหน้าชา วาจาฉาดฉานที่ไม่เคยมีมาก่อนทำให้อีกฝ่ายอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ
"นัง... นังนี่! ปีกกล้าขาแข็งนักนะ! กล้าต่อปากต่อคำกับฉันเรอะ! แกมันก็แค่ตัวกินข้าวเปล่าๆ ผัวแกส่งเงินมาให้ก็จริง แต่มันก็ต้องเก็บไว้เป็นทุนให้ลูกชายฉันแต่งเมียสิฟะ!" จางซื่อพ่นคำพูดเห็นแก่ตัวออกมาหน้าตาเฉย พร้อมกับยื่นมืออวบอ้วนหมายจะพุ่งเข้ามาหยิกแขนของนางให้หายแค้น
หลินหว่านแค่นเสียงในลำคอ นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างว่องไว ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น "ถ้าแตะต้องตัวฉันแม้แต่นهاนิดเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะว่า บัญชีเงินที่พี่ใหญ่เคยแอบยักยอกไปจากกองทุนหมู่บ้านเมื่อเดือนก่อน ฉันจำได้แม่นยำทีเดียวค่ะว่าจะเอาไปบอกผู้ใหญ่บ้านยังไงดี"
มือที่พุ่งเข้ามาหยุดชะงักกลางอากาศ ใบหน้าของจางซื่อซีดเผือดลงทันที สีหน้าเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความหวาดระแวง นัยน์ตาลนลานมองซ้ายมองขวา "แก... แกพูดเหลวไหลอะไร! อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!"
"เหลวไหลหรือไม่ เดี๋ยวลองไปคุยต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านแล้วให้ท่านตรวจสอบบัญชีดูสักรอบดีไหมล่ะคะ? เชิญค่ะ เชิญทางออกเลย" หลินหว่านผายมือไปยังประตูไม้ที่ผุพัง พร้อมรอยยิ้มเยาะที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา
จางซื่อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางถอยหลังกรูดด้วยความกลัวว่าความลับเรื่องยักยอกเงินจะแดงขึ้นมาจริงๆ สุดท้ายก็ได้แต่ชี้หน้าคาดโทษด้วยความเจ็บใจ "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! เย็นนี้ถ้าแกไม่ยอมไปเกี่ยวหญ้าให้หมู แกอดกินข้าวแน่!" ว่าแล้วก็สะบัดก้นเดินหนีหายไปจากกระต๊อบราวกับไฟลนก้น
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา หลินหว่านถอนหายใจยาวเหยียด นางทรุดตัวลงนั่งบนเตียงไม้กระดานแข็งๆ ที่มีฟางข้าวรองพื้น ทันใดนั้น ภาพความทรงจำอันกระจัดกระจายก็ไหลทะลักเข้ามาในหัว
นางคือเชฟมือหนึ่งและนักวิจัยเครื่องเทศชื่อดังในศตวรรษที่ 21 ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะกำลังเดินทางไปตรวจสอบแหล่งวัตถุดิบเครื่องเทศหายากในมณฑลเสฉวน ใครจะคาดคิดว่าลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที นางจะทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ 'หลินหว่าน' หญิงสาวอ่อนแอในหมู่บ้านชนบทห่างไกล ประเทศจีนยุค 1970 ยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนต้องใช้คูปองแลกซื้อทุกสิ่งทุกอย่าง และครอบครัวสามีก็แสนจะเอารัดเอาเปรียบ
ติ๊ง!
เสียงใสราวกระดิ่งเงินดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับหน้าจอแสงสีฟ้าจางๆ ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของนาง
[ยินดีต้อนรับสู่ระบบ 'มิติคลังเครื่องเทศราชวงศ์' ระดับ 1]
[เงื่อนไขการปลดล็อก: ครอบครองวัตถุดิบพื้นฐาน 3 ชนิด และพลังจิตวิญญาณ 10 แต้ม]
[สถานะปัจจุบันของโฮสต์: มีพลังชีวิต 45/100, พลังจิตวิญญาณ 15 แต้ม]
หลินหว่านเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนยินดี นางรีบตั้งสติแล้วทด 1 จิตสำรวจเข้าไปยังมิติส่วนตัวทันที ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้นางแทบจะกummยิ้มออกมาไม่ได้ คลังแสงขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยชั้นวางไม้เนื้อหอมเรียงรายสุดลูกหูลูกตา กลิ่นหอมฉุนชวนน้ำลายสอของเครื่องเทศนานาชนิดลอยอบอวลเตะจมูก
มีตั้งแต่โป๊ยกั๊กสีน้ำตาลเข้ม กานพลูแห้งดอกตูม ออบเชยแท่งยาวสีน้ำตาลแดง พริกไทยเสฉวนชาซ่า เม็ดผักชี พริกแห้งรมควัน ไปจนถึงเครื่องเทศหายากระดับตำนานอย่างหญ้าฝรั่นและลูกจันทน์เทศ ที่ถูกจัดเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยมในสภาวะสุญญากาศ ไม่มีวันเสื่อมสลาย
"สวรรค์... นี่มันความฝันหรือเปล่าเนี่ย" หลินหว่านอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาด้วยความตื่นเต้น ในยุค 70 ที่เครื่องเทศเป็นของหายากและมีราคาแพงลิบลิ่ว การครอบครองมิติคลังเครื่องเทศนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการถือขุมทรัพย์ทองคำเคลื่อนที่ไว้ในมือ!
นางยื่นมือออกไปสัมผัสขวดแก้วบรรจุพริกไทยเสฉวนคั่วหอมกรุ่น ทันใดนั้น ไอความร้อนอุ่นๆ ก็แผ่ซ่านเข้าสู่ปลายนิ้ว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมา
[ท่านได้รับ 'พริกไทยเสฉวนเกรดพรีเมียม' 1 กระปุก สามารถนำไปประกอบอาหารเพื่อเพิ่มความสดชื่นและกระตุ้นพลังงานได้]
ครืด...
เสียงลากฝาเท้าหนักๆ ดังแว่วมาจากลานหน้าบ้าน ตามด้วยเสียงเคาะประตูเบาๆ ส At เจตนาให้รู้ตัว
หลินหว่านรีบดึงสติตัวเองออกจากมิติ หน้าจอแสงสีฟ้าหายวับไปในพริบตา นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ใครกันอีกในเวลานี้? หรือว่าจางซื่อจะพาคนมาหาเรื่องรอบใหม่?
นางก้าวฉับๆ ไปที่ประตูแล้วกระชากเปิดออกทันที แต่ทว่า ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่พี่สะใภ้จางซื่อผู้หน้าเลือด
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อผ้าสีเขียวขี้ม้าทหารที่คุ้นเคย ยืนนิ่งสงบอยู่หน้าประตู ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าจากากรเดินทางไกล ดวงตาคมกริบแต่ลึกล้ำคู่นั้นจ้องมองมาที่นาง นัยน์ตาไหววูบด้วยความห่วงใยที่พยายามเก็บซ่อนไว้
"อี้เฉิน?" หลินหว่านอุทานออกมาด้วยความตกใจ สามีผู้เงียบขรึมและถูกส่งไปประจำการชายแดนไกล เปลื่ยนนายทหารผู้เย็นชาคนนี้ จู่ๆ ก็กลับมาบ้านก่อนกำหนดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
โจวอี้เฉินมองภรรยาตัวน้อยที่ดูผอมโซลงไปถนัดตา หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ก้าวเท้าเข้ามาในกระต๊อบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยื่นห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ส่งให้ing พร้อมเสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่า
"ผมกลับมาแล้ว... และผมจับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่กำลังแอบซุ่มดูบ้านเราอยู่แถวชายป่าด้วย"
หลินหว่านรับห่อกระดาษมาถือไว้ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะความตกใจเรื่องชายแปลกหน้า แต่เป็นเพราะกลิ่นหอมของ 'เนื้อตุ๋นพะโล้' ที่โชยทะลุกระดาษหนังสือพิมพ์ออกมาเตะจมูกอย่างรุนแรง ผสมผสานกับกลิ่นอายความอบอุ่นอันแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงใหญ่ของสามีที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในยุค 70 กับหลินหว่านนะคะ!
เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา•ตอนที่ 1
มิติคลังเครื่องเทศในกระต๊อบทรุดโทรม
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!