เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา•ตอนที่ 21

แผนการร้ายของผู้มีอิทธิพล

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
กระดาษสัญญาซื้อขายแผ่นนั้นถูกวางกระแทกิกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างแรง จนถ้วยชาเคลือบกระเบื้องสั่นระริก น้ำชาสีเขียวเข้มกระฉอกออกมาเปรอะเปื้อนผิวโต๊ะเป็นวงกว้าง "หลินหว่าน เจ้าอย่าได้เล่นตัวให้มากนักเลยนะ โรงงานเครื่องเทศของเจ้าน่ะ เป็นเพียงกิจการเล็กๆ ในอำเภอชนบท จะรอดพ้นฤดูหนาวปีนี้ไปได้สักกี่น้ำกันเชียว" น้ำเสียงหยפยันและเต็มไปด้วยความถือดีดังขึ้นจากชายร่างท้วม สวมเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายวิจิตรตามแบบฉบับพ่อค้าผู้มั่งคั่งในเมืองหลวง นามว่า "เฉียนว่านหลี่" เขากวาดสายตามองไปรอบโรงงานผลิตเครื่องเทศขนาดกะทัดรัดแต่สะอาดสะอ้านและมีระบบระเบียบเป็นเลิศแห่งนี้ด้วยแววตาดุจเหยี่ยวที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ หลินหว่านไม่ได้แม้แต่จะชายตาแลกระดาษสัญญาแผ่นนั้น นางกำลังใช้ผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดเช็ดมือที่เปื้อนผงพะโล้สูตรลับอย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของโป๊ยกั๊ก ออบเชย และพริกเสฉวนคั่วไฟอ่อนยังคงลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศรอบตัว สร้างความตัดอย่างสิ้นเชิงกับความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากผู้มาเยือน นางเงยหน้าขึ้น สบตากับพ่อค้าใหญ่ผู้นี้ตรงๆ แววตาของหญิงสาวใสกระจ่างทว่ากลับคมกริบราวกับใบมีดซ่อนในฝัก "ท่านเฉียนดูจะร้อนรนเสียจริงนะคะ" หลินหว่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย "กิจการเล็กๆ ของข้าจะรอดหรือไม่ มิใช่สิ่งที่ท่านต้องกังวลหรอกค่ะ แต่สิ่งที่ท่านควรใส่ใจในตอนนี้ คือท่านเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงคิดว่าข้าจะยอมขายสูตรลับและสิทธิ์การผลิตทั้งหมดให้แก่คนจากสมาคมการค้าตระกูลเฉียนในราคาเศษเงินเช่นนี้" เฉียนว่านหลี่แค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง "เศษเงิน? ห้าพันหยวน! สำหรับคนบ้านนอกอย่างพวกเจ้า มันคือเงินที่จะทำให้พวกเจ้ากินดีอยู่ดีไปได้ทั้งชาติ! อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้าเลยนะ หว่านหว่าน ถ้าเจ้ายังดึงดันจะเปิดร้านแข่งกับอำนาจมืดของหอการค้ามณฑล ข้าเกรงว่าต่อให้เจ้ามีฝีมือแค่ไหน พรุ่งนี้เช้า... วัตถุดิบทั้งหมดของเจ้าก็อาจจะเน่าคาโกดัง หรือไม่ก็อาจจะมีเพลิงปริศนามาเยือนโรงงานแห่งนี้ก็เป็นได้" นี่คือการข่มขู่ที่ชัดเจนยิ่งกว่ากลางวัน บรรยากาศในห้องทำงานอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสี่ยวหลิน สาวใช้ที่ช่วยงานอยู่มุมห้องถึงกับหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว นางขยับเข้ามาใกล้หลินหว่านโดยสัญชาตญาณ ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันพุ่งถึงขีดสุด ประตูไม้หนาหนักของโรงงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง กลิ่นอายความเย็นชาและดุดันที่ผ่านสนามรบมาโชยปะทะบรรยากาศทันที โจวอี้เฉินกวาดสายตาคมกริบมองไปยังเฉียนว่านหลี่และผู้ติดตามร่างกำยำอีกสองคนด้วยแววตาเรียเฉย ไร้ความเกรงกลัวใดๆ สิ้นเชิง อี้เฉินเดินตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา มือหนาเอื้อมไปหยิบถ้วยชาที่เปื้อนน้ำชานั้นขึ้นมา แล้ววางมันลงบนกองกระดาษสัญญาของเฉียนว่านหลี่พอดิบพอดี ราวกับตั้งใจจะเหยียบย่ำข้อเสนอไร้ค่าพวกนั้นลงกับพื้น "เมื่อครู่นี้... ใครบอกว่าจะเผาโกดังของภรรยาผมนะ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับกดดันจนเฉียนว่านหลี่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ชายร่างท้วมผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเมื่อเผชิญหน้ากับรัศมีอำนาจที่แท้จริงของอดีตนายทหารผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน เฉียนว่านหลี่ฝืนยิ้มแห้งๆ พยายามรักษาท่าทีของพ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ "ทะ... ท่านคือสหายทหารของนางสินะ อย่าเข้าใจผิด ข้าเพียงแต่พูดเปรียบเปรยถึงความเสี่ยงในการทำธุรกิจ..." "ธุรกิจที่ต้องใช้วิธีสกปรกข่มขู่ชาวบ้าน ไม่เรียกว่าธุรกิจหรอกค่ะ" หลินหว่านแทรกขึ้น นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเข้าไปใกล้สามี มือเรียวเล็กสอดประสานเข้ากับฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านของอี้เฉินอย่างมั่นคง ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาคือเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดของนางเสมอ "ท่านเฉียน เชิญกลับไปเถอะค่ะ" หลินหว่านกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "บอกนายใหญ่ของท่านด้วยว่า สูตรเครื่องเทศของตระกูลหลิน ไม่เคยมีไว้ขายให้โจรในคราบพ่อค้า และโรงงานแห่งนี้... ต่อให้ท่านมีอิทธิพลล้นฟ้าแค่ไหน ก็ไม่มีทางแตะต้องมันได้แม้แต่ปลายนิ้ว" เฉียนว่านหลี่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเล็กหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ "ดี! ดีมาก! ในเมื่อพวกเจ้าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!" เขาสบถออกมาอย่างหัวเสีย สะบัดแขนเสื้อแล้วหันหลังเดินกระแทรกเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับผู้ติดตาม ทิ้งเสียงขู่คำรามไว้เบื้องหลัง ทว่า เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง โจวอี้เฉินหันมามองภรรยา ดวงตาที่มักจะเย็นชาบัดนี้ฉายแววห่วงใยและอ่อนโยนอย่างยิ่งยวด นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านลูบหลังมือของนางเบาๆ "เจ็บมือหรือเปล่า?" เขาเอ่ยถามเสียงเบา หลินหว่านหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น นางส่ายหน้า "ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นเสียหน่อยค่ะพี่อี้เฉิน... แต่ว่า การที่เฉียนว่านหลี่กล้าบุกมาถึงที่นี่ แสดงว่าเบื้องหลังของมันต้องมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในอำเภอหนุนหลังอยู่แน่ๆ เราจะนิ่งนอนใจไม่ได้" อี้เฉินพยักหน้ารับช้าๆ แววตาคมกริบฉายประกายวาววับที่คาเดาไม่ได้ "ไม่ต้องห่วง ผมจัดการเรื่องนี้เอง... เย็นนี้คุณอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม? ผมจะไปเตรียมให้" "อืม..." หลินหว่านทำท่าครุ่นคิด ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะผุดขึ้นที่มุมปาก "งั้นเย็นนี้เราทำ 'เนื้อตุ๋นพะโล้สูตรพิเศษ' กันดีกว่าค่ะ ใช้เตาถ่านตุ๋นเคี่ยวข้ามคืนให้เนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปให้ทั่วทั้งหมู่บ้านเลยดีกว่า ให้พวกที่คอยแอบสอดแนมเราอยู่หน้าบ้าน ได้แต่นั่งกลืนน้ำลายเล่นกันไปเลย" ทั้งสองยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ ทว่า ในขณะที่อี้เฉินกำลังจะหันไปจัดเตรียมวัตถุดิบตามคำสั่งของภรรยา เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ สามครั้งติดๆ กัน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสี่ยวหลินวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้อง สีหน้าซีดเผือกยิ่งกว่าเดิม ละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "นายหญิง! นายท่าน! ไม่ดีแล้วค่ะ! ด้านนอก... ด้านหน้าโรงงาน มีเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมราคาและภาษี พร้อมด้วยตำรวจคอมมิวนิตี้ มาปิดล้อมโกดังของเราไว้หมดแล้วค่ะ! พวกเขาบอกว่า... บอกว่าเราลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมาย และมีผู้แจ้งเบาะแสว่าเราซ่อนสิ่งของต้องห้ามไว้ภายใน!" หลินหว่านหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายตาดุดันที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง รวดเร็วและสกปรกเสียจริง... ดูท่าว่าเฉียนว่านหลี่จะไม่ได้มาแค่ขู่เสียแล้ว ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างหลินหว่านและอี้เฉินมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%