เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 15

ซื้อจักรยานคันใหม่เข้าบ้าน

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงเหรียญหยวนกระทบลงบนฝ่ามือหนาของเถ้าแก่ร้านค้าส่งในตลาดอำเภอดัง "กริ๊ง" สลับกับเสียงกระดาษโน้ตตัวเลขที่ถูกขีดเขียนอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของกระดาษใหม่ น้ำมันเครื่องจักร และกลิ่นออยล์จากยางรถยนต์คันเอี่ยมอ่องโชยแตะจมูก หลินชิงหานกวาดสายตามองจักรยานป้ายแดงยี่ห้อ "ฟีนิกซ์" สีดำขลับเป็นมันปลาบ เบาะนั่งหนังแท้ตึงเปรี๊ยะ และตะกร้าเหล็กด้านหน้าที่ถูกอัดแน่นไปด้วยถุงแป้งสาลีชั้นดี น้ำมันหมูบริสุทธิ์หนึ่งปี๊บใหญ่ น้ำตาลทรายแดง และเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงามที่ถูกห่อด้วยใบตองหนาแน่น ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยฝีมือของลู่ถิง นายทหารหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่ข้างกายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับทอประกายความภูมิใจระคนเอ็นดูภรรยาตัวน้อยไม่เสื่อมคลาย "ทั้งหมดนี่... ค่าจักรยานคันนี้แปดสิบหยวน บวกกับเสบียงกรังและข้าวของเครื่องใช้เบ็ดเตล็ดอีกสามสิบหยวน รวมเป็นหนึ่งร้อยสิบหยวนถ้วนครับคุณนายลู่" เถ้าแก่ร้านส่งยิ้มหน้าบานจนตาหยี มือไม้สั่นเทาด้วยความตื่นเต้นที่วันนี้สามารถระบายสินค้าล็อตใหญ่แถมยังขายจักรยานรุ่นยอดฮิตออกไปได้ในคราวเดียว หลินชิงหานแย้มยิ้มบางๆ มือเรียวตบลงบนกระเป๋าเสื้อสะพายข้างที่ซ่อนช่องมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตเอาไว้ เงินสดจำนวนนี้ไม่ได้กระทบกระเทือนความมั่งคั่งในโลกส่วนตัวของเธอเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันคือการลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุดเพื่อเปลี่ยนผ่านวิถีชีวิตของครอบครัวในยุค 80 แห่งนี้ให้ก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น "รบกวนเถ้าแก่ช่วยตรวจเช็กลมยางให้อีกรอบด้วยนะครับ" ลู่ถิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจตามแบบฉบับนายทหารสนามรบ สัญชาตญาณความระแวดระวังภัยยังคงทำงานเต็มพิกัด แม้ว่าหัวใจของเขาในยามนี้จะกำลังพองโตจนแทบระเบิดเมื่อนึกถึงภาพภรรยาคนสวยนั่งซ้อนท้ายจักรยานคันใหม่เอี่ยมกลับบ้าน เหตุการณ์ที่บ้านตระกูลลู่เมื่อรุ่งสางยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ภาพของแม่สามีจอมเค็มที่อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก หลังจากที่เขาประกาศกร้าวว่าจะพาภรรยาออกไปซื้อของใช้ส่วนตัว โดยไม่หยิบยื่นเงินแม้แต่แดงเดียวให้คนแก่หน้าเงินพวกนั้นได้สูบเลือดสูบเนื้อ ช่างเป็นภาพที่สะใจจนลู่ถิงต้องแอบอมยิ้มทุกครั้งที่นึกถึง และสงครามจิตวิทยาที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ วินาทีที่สองล้อคันนี้เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตหมู่บ้าน เส้นทางลูกรังกลับหมู่บ้านหลินเจียในช่วงบ่ายคล้อยถูกปกคลุมด้วยฝุ่นตลบเล็กน้อยจากลมร้อนปลายฤดู ลู่ถิงรับหน้าที่เป็นพลขับจักรยาน โดยมีหลินชิงหานเดินเคียงข้างจูงประคองช่วงแรกก่อนจะก้าวขึ้นซ้อนท้ายเมื่อพ้นเขตชุมชนหนาแน่น น้ำหนักตัวที่เบาหวิวของภรรยาทำให้การปั่นจักรยานบรรทุกของหนักนับสิบกิโลกรัมกลายเป็นเรื่องง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก กล้ามเนื้อต้นขาที่ทรงพลังภายใต้กางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้าเกร็งตัวขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการออกแรง ทว่าหัวใจของนายทหารหนุ่มกลับอ่อนยวบยาบเมื่อยามที่วงแขนเรียวเล็กของภรรยาเอื้อมมาโอบกอดรอบเอวสอบของเขาไว้หลวมๆ เพื่อทรงตัว "พี่ลู่ถิง... ปั่นระวังหน่อยนะครับ น้ำมันปี๊บใหญ่นั่นอาจจะกระฉอกได้" เสียงหวานใสกังวานกระซิบชิดใบหูของชายหนุ่ม ท่ามกลางเสียงลมที่พัดผ่าน "วางใจเถอะชิงหาน ต่อให้ทางข้างหน้าจะเป็นหลุมบ่อแค่ไหน พี่ก็ไม่มีทางปล่อยให้ภรรยาและเสบียงของครอบครัวเราต้องสะเทือนแม้แต่น้อย" ลู่ถิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น ทำเอาหลินชิงหานต้องอมยิ้มจนแก้มปริ ซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดในโลกใบนี้ ครั้นเมื่อสองล้อคันงามแล่นเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าหมู่บ้าน ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับสิบคนที่กำลังนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าศาลากลางหมู่บ้าน บรรยากาศรอบตัวก็พลันเงียบกริบลงราวกับมีคนกดปุ่มปิดเสียง เสียงซุบซิบนินทาที่เคยดังเซ็งแซ่หยุดชะงักลงทันที ทุกคู่สายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกมานอกเบ้า ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้เคยปากหอยปากปูเรื่องที่หลินชิงหานเป็นภรรยาผลาญเงิน ถึงกับทำถ้วยน้ำชาในมือร่วงหล่นแตกกระจายลงกับพื้นดิน เสียงเพล้งดังสนั่นสะท้อนความตกใจของคนทั้งกลุ่ม นั่นมัน... จักรยานฟีนิกซ์ป้ายแดง! ราคาไม่ต่ำกว่าแปดสิบหยวนแน่ๆ! แล้วดูตะกร้าหน้ารถกับกระสอบด้านหลังนั่นสิ แป้งสาลีขาวจั๊วะ น้ำมันหมูปี๊บใหญ่ และยังมีเนื้อหมูสามชั้นชิ้นหนาเตอะที่มองเห็นพังผืดสีขาวสลับแดงได้อย่างชัดเจน! ชาวบ้านต่างพากันอ้าปากค้างจนค้างแข็ง พวกเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่านี่คือครอบครัวของรองหัวหน้ากองร้อยลู่ ผู้ซึ่งเพิ่งแต่งงานกับภรรยาชาวเมืองจอมขี้เกียจที่ใครๆ ต่างพากันสาปส่งว่าวันๆ เอาแต่ผลาญเงินในบ้าน แล้วเหตุไฉนภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าจึงกลายเป็นภาพของสามีภรรยาเนื้อหอมที่หอบหิ้วความมั่งคั่งกลับเข้าบ้านราวกับเศรษฐีใหม่จากในเมืองกันเล่า? "โอ้โฮ... นั่นมันจักรยานคันใหม่ไม่ใช่หรือนั่น? แม่เจ้าประคุณ... ลู่ถิงไปเอาเงินมาจากไหนตั้งมากมายเพื่อซื้อของพวกนี้กัน?" เสียงกระซิบกระซาบด้วยความอิจฉาริษยาเริ่มดังขึ้นจากกลุ่มผู้หญิงที่มักชอบนินทาชาวบ้านเป็นกิจวัตร "ไม่ใช่ว่าไปกู้หนี้ยืมสินใครมาหรอกนะ? หรือว่าแม่สามีใจร้ายคนนั้นยอมควักเงินก้นหีบออกมาให้?" หลินชิงหานปรายตามองกลุ่มชาวบ้านที่กำลังยืนอ้าปากค้างด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอย่างเหนือกว่า เธอไม่ได้กล่าววาจาใดๆ ให้เปลืองน้ำลาย เพราะการกระทำในวันนี้มันตบหน้าพวกปากหอยปากปูเหล่านี้ได้เจ็บแสบยิ่งกว่าคำพูดเป็นร้อยเท่าพันทิป ลู่ถิงปั่นจักรยานผ่านหน้ากลุ่มคนเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยความองอาจและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี เขาไม่ได้ก้มหัวหลบสายตาใคร ทั้งยังจอดรถลงตรงหน้าบ้านตระกูลลู่พอดิบพอดี เสียงเบรกดังเอี๊ยดดึงดูดความสนใจของแม่สามีจอมเค็มที่กำลังงละล้าละลังวิ่งออกมาจากห้องครัวด้วยความตกใจ "นะ... นี่พวกแก! ไปเอาเงินมาจากไหนไปซื้อของพวกนี้หมดกันหะ! นังตัวดี! แกแอบยักยอกเงินเก็บของตระกูลลู่ไปใช่ไหม!" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีแผดก้องทะลุรั้วบ้านออกมา ทำเอาชาวบ้านที่แอบเดินตามมามุงดูถึงกับตั้งอกตั้งใจรอดูฉากเด็ด หลินชิงหานก้าวลงจากจักรยานอย่างสง่างาม เธอปัดชายเสื้อผ้าอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามีด้วยแววตาเย็นเยียบเฉียบคม รอยยิ้มการค้าที่เคยใช้ฟาดฟันคู่แข่งทางธุรกิจในยุคปัจจุบันถูกนำมาใช้อย่างเต็มพิกัดในเวลานี้ "เงินส่วนตัวของฉันค่ะ... คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะคะว่าเงินของตระกูลจะร่อยหรอ เพราะตั้งแต่ฉันแต่งเข้ามา ฉันยังไม่เคยหยิบฉวยแม้แต่เศษสตางค์แดงเดียวของบ้านหลังนี้เลยด้วยซ้ำ จักรยานคันนี้และเสบียงทั้งหมดนี่... คือน้ำพักน้ำแรงและการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ของฉันเองครับ... เอ้ย... ของฉันเองค่ะ!" หลินชิงหานจงใจแกล้งเน้นเสียงประชดประชันความโลภของคนตรงหน้าอย่างแนบเนียน ลู่ถิงก้าวเข้ามาโอบไหล่บางของภรรยาไว้หลวมๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้า1ของและปกป้องอย่างเต็มที่ สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนกวาดมองมารดาของตนเองด้วยความเย็นชา "ถ้าแม่ยังมีแรงมาโวยวายเสียงดังใส่ภรรยาผมแบบนี้ สู้เอาเวลาไปเตรียมท้องไว้รอชิมอาหารฝีมือชิงหานเย็นนี้ไม่ดีกว่าหรือครับ? เพราะข้าวของพวกนี้... จะถูกแปลงโฉมเป็นอาหารเลิศรสที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนคนข้างบ้านต้องน้ำลายสอ... และแน่นอนว่า... คนในบ้านหลังนี้ จะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้แตะต้องแม้แต่คำเดียว... ยกเว้นเสี่ยวเป่ากับถิงถิงเท่านั้น" สิ้นคำประกาศิตของนายทหารหนุ่ม แม่สามีจอมเค็มถึงกับเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสาเมื่อตระหนักได้ว่าตนเองเพิ่งพลาดโอกาสทองที่จะได้ลิ้มรสอาหารชั้นเลิศที่ลอยมาเตะจมูก และกำลังจะถูกตัดขาดจากความสุขสบายทั้งหมดที่ลูกสะใภ้คนนี้กำลังสร้างขึ้นด้วยมือของเธอเอง ในขณะที่บรรยากาศหน้าบ้านกำลังเดือดพล่านด้วยความอิจฉาริษยาและความสะใจ หลินชิงหานก็หันหลังเดินเข้าครัวไปพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ มือเรียวเปิดถุงแป้งและเตรียมหยิบเนื้อสามชั้นชิ้นโตขึ้นมาเพื่อเตรียมรังสรรค์เมนูเด็ดมื้อค่ำ ทันใดนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังแอบซุ่มมองอยู่หลังพุ่มไม้ข้างรั้วบ้าน... ใบหน้านั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนจากตระกูลเดิมของเธอที่ถูกส่งมาเพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหว! ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "ใบชาหอมหมื่นลี้" ครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%