"เซ็นชื่อตรงนี้ซะ หลินว่านจู! อย่ามาทำเป็นเล่นตัว บ้านหลังนี้กับที่ดินแปลงนั้น ถ้าไม่มีอาคอยดูแล ป่านนี้พวกเธอสองแม่ลูกคงอดตายข้างถนนไปนานแล้ว ถือว่าตอบแทนบุญคุณที่พวกเราเลี้ยงดูมาก็แล้วกัน!"
เสียงกระแทกกระทั้นของกระดาษฟางราคาถูกดังขึ้นบนโต๊ะไม้เก่าๆ พร้อมกับแรงกดดันอันน่าขยะแขยงที่ลอยวนอยู่ในอากาศ กลิ่นอับชื้นของบ้านดินและกลิ่นสาบโคลนในฤดูร้อนปี 1982 ไม่ได้ทำให้หลินว่านจูรู้สึกมึนงงเหมือนเช่นเคยที่เพิ่งฟื้นคืนสติ ตรงกันข้าม สมองของเธอกลับแจ่มชัดและเฉียบคมยิ่งกว่าตอนวิเคราะห์กราฟหุ้นมูลค่าหลายหมื่นล้านในชาติก่อนเสียอีก
ดึงสติกลับมา... เธอย้อนเวลากลับมาแล้วจริงๆ
ในชาติก่อน หลินว่านจูในวัยยี่สิบต้นๆ ทั้งอ่อนต่อโลกและหวาดกลัวอำนาจมืดของญาติผู้พี่และอาแท้ๆ อย่างหลินต้าเฉียง เธอถูกหว่านล้อมด้วยคำพูดสวยหรูว่า "ฝากบ้านไว้ก่อน เดี๋ยวจัดการขายได้ราคาดีแล้วจะแบ่งให้" ด้วยความซื่อและหวังพึ่งพาพึ่งพิง เธอจึงจรดปากกาลงนามในสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่เป็นดั่งตั๋วผีฉบับนั้น ผลลัพธ์คืออะไรหรือครับ? คือการที่ครอบครัวของเธอถูกขับไล่ออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมารดาตรอมใจตาย ส่วนเธอก็ต้องระเหเร่ร่อนไปแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก ก่อนจะพบจุดจบอันน่าอนาถในตรอกมืดของเมืองหลวง
แต่วันนี้... วันที่ 14 มิถุนายน ปี 1982 ประวัติศาสตร์หน้าอุบาทว์นี้จะต้องถูกฉีกทิ้งคามือของเธอเอง
หลินว่านจูกะพริบตาช้าๆ ปรับโฟกัสสายตาคมกริบมองไปยังชายวัยกลางคนร่างท้วมที่สวมเสื้อเชルสีหมองคล้ำ ใบหน้าของหลินต้าเฉียงบิดเบี้ยวด้วยความโลภ ปากคาบบุหรี่ม้วนยาเส้นราคาถูก มือข้างหนึ่งจิ้มลงบนกระดาษสัญญาที่ระบุข้อความโอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินอย่างเอาเปรียบชนิดที่เรียกว่าปล้นกันกลางวันแสกๆ
"อาใหญ่ครับ..." หลินว่านจูเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอไม่ได้สั่นเครือหวาดกลัวอย่างที่ชายวัยกลางคนคาดคิด ตรงกันข้าม มันราบเรียบ เย็นเยียบ และเจือด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้หลินต้าเฉียงถึงกับชะงักค้างไปชั่วขณะ "ท่านแน่ใจแล้วหรือครับว่า... เอกสารฉบับนี้ จะทำให้ท่านรวยขึ้นได้จริงๆ ไม่ใช่ว่าเซ็นไปแล้ว จะกลายเป็นใบมรณะบัตรที่ส่งท่านเข้าซังเตแทนหรอครับ?"
หลินต้าเฉียงสะดุ้งโหย่ง ควันบุหรี่พ่นออกมาจังหวะติดขัด เขาตบโต๊ะเสียงดังปังจนถ้วยน้ำชาสั่นสะเทือน
"นังเด็กนี่! แกกล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับฉัน! ฉันเป็นอาแท้ๆ ของแกนะเว้ย บ้านหลังนี้ปู่เป็นคนสร้าง แต่พ่อแม่แกตายไปแล้ว แกเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว จะรักษาทรัพย์สินชิ้นใหญ่ขนาดนี้ไว้ได้ยังไง หะ? ถ้าไม่ให้ฉันจัดการให้พวกแกมีกินมีใช้ แล้วแกจะเอาอะไรกินในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้!"
คำว่า "บุญคุณ" และ "ความหวังดีจอมปลอม" ถูกพ่นออกมาอย่างไร้ยางอาย หลินว่านจูแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะเบาๆ นั้นกลับทรงพลังพอกระชากขวัญคนฟังได้เป็นอย่างดี เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างกายในร่างนี้จะผอมบางไปบ้างจากการขาดสารอาหาร แต่ทว่าออร่าความเย่อหยิ่งและมั่นใจที่สะสมมาจากการเป็นนักเก็งกำไรระดับท็อปของวอลล์สตรีท (ในร่างอนาคต) กลับแผ่ซ่านออกมาจนหลินต้าเฉียงเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"บุญคุณงั้นหรือครับ?" หลินว่านจูก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงจ้องมองอีกฝ่ายราวกับสัตว์ล่ากำลังจ้องเหยื่อ "ข้าวสารสามถุงที่อาเอามาฝากเมื่อปีมะነار (ปีก่อน) กับหมูสามชั้นครึ่งชั่งที่เอามาอ้างว่าเยี่ยมแม่ฉัน ตั้งแต่แม่ฉันป่วย อาเคยควักเงินสดตัวเองจริงๆ เกินห้าเหรียญไหมครับ? แต่บ้านและที่ดินแปลงนี้ ในตลาดตอนนี้ ถ้ารัฐบาลเวนคืนทำถนนตัดผ่าน ราคาประเมินต่ำๆ ก็ปาเข้าไปหลายพันเหรียญแล้ว อาใหญ่... ท่านคิดว่าฉันโง่ หรือท่านคิดว่าตัวเองฉลาดเกินไปกันแน่?"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยตัวเลข ข้อมูล และการวิเคราะห์ต้นทุนกำไรอย่างฉะฉาน ทำให้หลินต้าเฉียงอ้าปากค้าง ตาเหลือกค้างด้วยความตกตะลึง ข้อมูลเรื่องรัฐบาลจะเวนคืนที่ดินทำถนนผ่านย่านนี้ เป็นความลับระดับวงในที่แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านยังไม่รู้แน่ชัด แล้วนังเด็กบ้านนอกนี่... รู้ได้อย่างไร?!
"แก... แกพูดเพ้อเจ้ออะไร! ใครจะเวนคืนที่ดิน บ้าบอคอแตก!" หลินต้าเฉียงเริ่มเสียงหลง หน้าตาแดงก่ำด้วยความโกรธปนความร้อนรนที่ถูกจี้จุดดำมืดในใจ
"จะเพ้อเจ้อหรือไม่ ท่านลองเอาสัญญาฉบับนี้กลับไปนอนคิดดูที่บ้านดีกว่าครับ..." หลินว่านจูเอื้อมมือไปหยิบกระดาษสัญญาบนโต๊ะขึ้นมาอย่างใจเย็น ก่อนจะฉีกมันออกเป็นสองส่วน... สามส่วน... และฉีกขยำทิ้งลงในถังขยะเปื้อนเศษผักต่อหน้าต่อตาอีกฝ่ายอย่างไม่ไยดี "ส่วนเรื่องบ้านหลังนี้... บอกไว้ตรงนี้เลยว่า ต่อให้ฉันต้องอดตาย เอาตัวเข้าแลก หรือขายเลือดกิน ฉันก็ไม่มีวันยกให้ปลิงอย่างพวกแกเด็ดขาด ไสหัวออกไปจากบ้านฉันซะ!"
"แก! นังเนรคุณ! แกกล้าฉีกสัญญาเรอะ! แกจำหน้าฉันไว้เลย หลินว่านจู วันนี้แกกล้าหักหน้าฉัน อีกหน่อยอย่ามาคลานเข่าร้องไห้ขอความช่วยเหลือจากฉันก็แล้วกัน!" หลินต้าเฉียงชี้หน้าด่ากราดด้วยความโมโหสุดขีด ตัวสั่นเทาด้วยความแค้น แต่เพราะสายตาที่เฉียบคมและดุดันราวดาบคมกริบของหลินว่านจูที่มองมา ทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะยกมือทำร้ายร่างกาย เธอจึงทำได้เพียงสะบัดชายเสื้อแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกจากบ้านไปอย่างหัวเสีย
เมื่อร่างของอาตัวแสบพ้นรั้วบ้านไปแล้ว หลินว่านจูก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ หัวใจในอกเต้นแรงไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความตื่นเต้นเร้าใจที่ได้เปิดฉากสงครามล้างแค้นอย่างงดงาม
ทว่า... ความเงียบสงบในบ้านหลังเก่าไม่ได้อยู่กับเธอนานนัก
*ก๊อกๆๆๆ!*
เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงหอบหายใจและเสียงตะโกนโหวตเหวกของป้าโจว เพื่อนบ้านปากร้ายแต่ใจดีที่มักจะมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านอยู่เป็นประจำ
"ว่านจู! ยัยว่านจู ลูกสาวบ้านหลิน! ตายแล้ว แม่หนูเอ๊ย ออกมาเร็วเข้าเรื่องใหญ่แล้ว!" ป้าโจวผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อذنอนุญาต ใบหน้ายับย่นตามวัยเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนเหงื่อกาฬไหลซก "ผัวทหารของแก... ผู้กองหานอี้หลงน่ะ! เขากลับมาจากชายแดนภาคใต้แล้ว แต่... แต่..."
หลินว่านจูชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบ
หานอี้หลง? สามีตามพฤตินัยที่เธอถูกจับคลุมถุงชนแต่งงานกันก่อนเขาจะถูกเรียกตัวด่วนกลับไปปฏิบัติภารกิจทางทหารที่ชายแดนจนไม่ได้เข้าหอ สามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และขึ้นชื่อเรื่องความคลั่งรักเธอสุดขีดในความทรงจำเลือนรางของร่างนี้...
"แต่ทำไมครับป้าโจว?" หลินว่านจูรีบสาวเท้าก้าวออกไปที่ลานบ้าน น้ำเสียงร้อนรนขึ้นมาทันที
"เขารอดตายกลับมาก็จริง แต่... แต่ขาข้างหนึ่งของเขาบาดเจ็บสาหัสจากการช่วยชีวิตผู้กองเพื่อนร่วมรบ ตอนนี้ถูกหามส่งสถานีอนามัยประจำตำบลแล้ว หมอบอกว่าอาการโคม่า เลือดไหลไม่หยุด... อาการปางตายแล้วแม่หนู!"
สิ้นเสียงของป้าโจว ภาพเหตุการณ์ในอดีตก็ซ้อนทับเข้ามาในหัวของหลินว่านจูทันที ในชาติก่อน หานอี้หลงพิการและเสียชีวิตเพราะขาดการรักษาที่ทันท่วงที ปล่อยให้เธอต้องโดดเดี่ยวและเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายตามลำพัง
แต่ตอนนี้... ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว มิติลับคลังสินค้าอัจฉริยะที่บรรจุเวชภัณฑ์ ยาปฏิชีวนะชั้นยอด และอุปกรณ์การแพทย์ครบครันจากโลกอนาคตกำลังร้อนระอุอยู่ในห้วงจิตสำนึกของเธอ!
หลินว่านจูกำมือแน่น แววตาดุดันฉายประกายความเด็ดเดี่ยวพุ่งพล่าน สามีคลั่งรักผู้ซื่อสัตย์ของเธอน่ะหรือ จะยอมปล่อยให้ตายไปง่ายๆ ไม่มีทางเสียหรอก!
เธอหันขวับคว้าผ้าขาวม้ามาพาดบ่า ก้าวฉับๆ ออกจากบ้านโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เป้าหมายคือสถานีอนามัยประจำตำบลเพื่อยื้อชีวิตสามีกลับมา!
...แต่ทว่า ทันทีที่เธอผลักประตูรั้วบ้านก้าวออกไปสู่ถนนดินแดง ท้องฟ้าด้านนอกกลับมืดครึ้มลงฉับพลัน พร้อมกับเสียงรถจี๊ปทหารคันเก่าพ่นควันดำโขมง แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านของเธออย่างกะทันหัน ประตูรถฝั่งผู้โดยสารเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเปื้อนฝุ่นและคราบเลือดแห้งกรัง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นจ้องตรงมาที่เธอด้วยความโหยหาและห่วงใยสุดซึ้ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยเสียงแหบพร่าออกมาด้วยความยากลำบาก...
"ว่านจู... พี่กลับมาหาเธอแล้ว..."
**[ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาสร้างความมั่งคั่งและสะใจไปกับ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" นะครับ]**
เซียนหุ้นทะลุมิติ ล่าแค้นตระกูลสูบเลือดกับสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในร่างเดิม
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหุ้นทะลุมิติ ล่าแค้นตระกูลสูบเลือดกับสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
