ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 1

ความลับใต้เงาฝน

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
กลิ่นอายความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศแบรนด์ดังผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของผู้ชาย ปลุกประสาทสัมผัสของรินรดาให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตกระพริบปริบเพื่อปรับโฟกัส ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ห้องนอนรกๆ ของตนเอง ไม่ใช่เพดานห้องเช่าขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่เป็นเพดานปูนเปลือยขัดมันสไตล์ลอฟท์ที่ประดับด้วยโคมไฟดีไซน์โมเดิร์นเรียบหรู และยิ่งไปกว่านั้น—เขากำลังนอนอยู่บนเตียงคิงไซส์สีเทาเข้มที่กว้างจนกลิ้งได้สามรอบ “ตื่นแล้วเหรอครับ... หรือควรจะเรียกว่า ‘แม่เสือสาวปากกล้า’ เมื่อคืนดีล่ะ” เสียงทุ้มต่ำติดจะเยارหยันดังขึ้นจากปลายเตียง รินรดาผุดลุกขึ้นนั่งพรวดด้วยสัญชาตญาณ ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมกายไว้จนถึงคอ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ความทรงจำเมื่อคืนขาดหายเป็นห้วงๆ ภาพสุดท้ายที่จำได้คือการปะทะคารมกันอย่างดุเดือดที่เลานจ์หรูของโรงแรมแห่งหนึ่ง ต่อด้วยแก้วค็อกเทลสีอำพันที่เขาเป็นคนยื่นให้... หรือว่า! รินรดาจ้องเขม็งไปยังเจ้าของร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างกระจกใส กางแขนกอดอกมองมาด้วยสายตานิ่งสนิท ธีรดนย์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแข็งแกร่ง ดูน่ามองและอันตรายในเวลาเดียวกัน เส้นผมสีดำสนิทร์ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการเพิ่งตื่นนอน ยิ่งขับเน้นใบหน้าคมคายที่หล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แต่แววตานั้นช่างกวนประสาทเสียจนต่อมหมวกไตของเขาสั่นพับๆ “คุณ! ทำอะไรผม... เอ้ย! ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงวะเนี่ย!” รินรดาเผลอหลุดเสียงแหลมด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธปนความอבายอายที่ตีรวนเข้ามาในอก ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้เตียงนอนช้าๆ ราวกับเสือดาวกำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม ปลายเท้าหยุดยืนอยู่ที่ข้างเตียง ก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่นั่งหน้าตาตื่นอยู่ใต้ผ้าห่ม “ความจำเสื่อมชั่วคราวหรือไงครับ เมื่อคืนคุณเป็นคนกระชากคอเสื้อผมแล้วบอกว่า ‘ถ้าแน่จริงก็พาฉันไปซะสิไอ้ประธานหน้าเลือด’ จำไม่ได้หรือไง หืม?” น้ำเสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยด้วยความเย้าแหย่ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพขนตานั้น รินรดากัดริมฝีปากล่างแน่นจนห่อเลือด สมองพยายามประติดประต่อเรื่องราว “บ้าหน่า! ผมไม่ได้พูดแบบนั้นแน่ๆ คุณมันตลบตะแลง! แล้วเสื้อผ้าผม... ทำไมผมถึงใส่เสื้อเชิ้ตตัวนี้วะเนี่ย!” รินรดาก้มมองสำรวจตัวเอง พบว่าเสื้อผ้าชุดเก่งเมื่อคืนถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่ยาวคลุมเข่า ซึ่งต่อให้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของใคร กลลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยแตะจมูกจนอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้ตาย “เสื้อเปียกฝนจนโชกแถมยังอ้วกใส่สูทราคาแพงลิบลิ่วของผมจนเละเทะ ไม่ให้เปลี่ยนแล้วจะให้ผมนอนกอดตัวเหม็นๆ ทั้งคืนหรือไงครับคุณรินรดา” ธีรดนย์ย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้นให้สบตา “อีกอย่าง... อย่าแทนตัวเองว่า ‘ผม’ เลยครับ หน้าหวานและเสียงหลบในแบบนี้... เป็น ‘ฉัน’ หรือ ‘หนู’ จะเข้าปากมากกว่านะ” “ไอ้...!” รินรดาปัดมือหนานั้นออกสุดแรงเกิด ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล “อย่ามาแตะต้องตัวผมนะเว้ย! ถึงคุณจะเป็นประธานบริษัทอสังหาฯ บ้าบออะไรนั่น แต่ไม่มีสิทธิ์มาถอดเสื้อผ้าแล้วลากผมมาไว้บนเตียงแบบนี้! ผมจะแจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์... เอ้ย! ข้อหาอนาจาร!” “เชิญตามสบายครับ ห้องนี้ คอนโดนี้ และทุกอย่างที่คุณยืนอยู่... เป็นกรรมสิทธิ์ของผมหมด” ธีรดนย์ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือกว่า เขายื่นมือไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงยื่นมาตรงหน้า “แต่ก่อนจะไปแจ้งความ อ่านนี่เสียก่อนดีกว่าไหมครับ... ‘ข้อเสนอ’ ที่คุณปฏิเสธไม่ได้” รินรดากวาดตามองกระดาษแผ่นนั้นอย่างไม่ไว้วางใจ กระดาษหัวกระดาษบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังระบุข้อความสัญญาฉบับเร่งรัด ตัวหนังสือไม่กี่บรรทัดทำเอาลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก *สัญญาจ้างบรรเทาความซวยและชดใช้ค่าเสียหาย*... ข้อแรกระบุว่ารินรดาต้องมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวเฉพาะกิจคอยจัดการตารางนัดหมายและรับหน้าเสื่อแทนเขาเป็นเวลาสามเดือนเพื่อแลกกับการที่บริษัทของครอบครัวจะไม่ถูกฟ้องล้มละลายจากคดีความที่ธีรดนย์ถือไพ่เหนือกว่าอยู่ “นี่มันปล้นกันชัดๆ! คุณใช้สิทธิอะไรมาบีบบังคับผมแบบนี้!” รินรดาตบเตียงดังป้าบ ลืมตัวไปชั่วขณะว่าตัวเองกำลังอยู่ในสถานะเสียเปรียบแค่ไหน “สิทธิของผู้ถือหุ้นใหญ่ไงครับ” ธีรดนย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มใส กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำให้รินรดารู้สึกใจสั่นอย่างน่าประหลาด “คุณเลือกเอา... จะเซ็นสัญญาฉบับนี้แล้วไปทำงานแต่โดยดี หรือจะให้ผมเปิดคลิปที่คุณเต้นเริดรำทำเพลงงอแงใส่ผมเมื่อคืนให้พนักงานทั้งบริษัทดูดีล่ะครับ ว่าที่ผู้ช่วยคนเก่ง” “คุณมันคนทุเรศที่สุดในสามโลก!” รินรดาแยกเขี้ยวใส่ด้วยความคับแค้นใจ อยากจะหยิบหมอนฟาดหน้าหล่อๆ ของคนตรง แต่ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้เริ่มต้นขึ้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงหวานใสของเลขาฯ หน้าห้องที่ตะโกนลอดเข้ามา “ท่านประธานคะ! คุณแม่ของท่านมาถึงที่เพนท์เฮาส์แล้วค่ะ กำลังกดลิฟต์ขึ้นมาตอนนี้เลยค่ะ!” ร่างสูงของธีรดนย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงคมกริบตวัดกลับมามองคนบนเตียงที่เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ทันใดนั้น มือหนาก็กระชากผ้าห่มออกแล้วดันตัวรินรดาให้ล้มลงนอนราบไปกับเตียง พร้อมกับทาบทับร่างหนาลงมาคร่อมไว้โดยไม่ทันตั้งตัว! “อื้อ! ทำบ้าอะไรของคุณวะเนี่ย หนักนะ!” รินรดาโวยวายพยายามดันแผงอกกว้างออก แต่กลับถูกมือใหญ่รวบข้อมือทั้งสองข้างกดไว้เหนือหัวอย่างง่ายดาย “ชูשט! ถ้าไม่อยากให้แม่ผมเห็นคุณสภาพนี้... ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ” เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมใบหูทำเอาขนลุกซู่ รินรดานิ่งค้างไปในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่รดรินเข้าหากัน ระยะห่างเพียงคืบทำให้มองเห็นแพขนตางอนและนัยน์ตาพราวระยับที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าตอนตื่นมาเจอหน้าเขาเสียอีก ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์เปิดที่ด้านนอกดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ประตูห้องนอนทุกที... ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "เหมยฮวาแรกแย้ม" ค่านะคะ!
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%