ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 35

แตกหักกลางงานเลี้ยง

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
เสียงกระดาษปึกหนาที่ถูกปาลงบนโต๊ะกระจกราคาแพงดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของห้องจัดเลี้ยงหรูหรา แชมเปญในแก้วทรงสูงสั่นไหวตามแรงสะเทือน เช่นเดียวกับหัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงกลางความอลหม่าน “ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ใช้อำนาจตามสัญญาซื้อขาย ยื่นคำร้องปลดคุณออกจากตำแหน่งประธานบริหาร มีผลทันทีในวินาทีนี้ครับ!” ประกาศิตนั้นไม่ใช่แค่การโค่นล้มอำนาจของธีรดนย์ แต่มันคือการพังทลายทุกอย่างที่เขาสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อและศักดิ์ศรี ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น ขณะที่เสียงซุบซิบฮือฮาจากบรรดาแขกเหรื่อในงานเริ่มดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกตank รินรดา ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก หัวใจกระตุกวูบ ภาพเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นที่ปรากฏชื่อบุคคลปริศนาบนหน้ากระดาษทำให้ลมหายใจของเขาสะดุด ชื่อนั้น... ชื่อที่เขาคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร ชื่อที่เพิ่งเซ็นสัญญาซื้อขายกันไปลับหลังเมื่อไม่กี่วันก่อน “ธีร์...” รินเอמהเสียงแผ่วเบa ก้าวเข้าไปหาชายหนุ่มตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับต้องชะงักฝีเท้า เมื่อธีรดนย์หันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความร้าวราญผสมผสานความเคลือบแคลงสงสัยอย่างถึงที่สุด ดวงตาสองคู่ประสานกัน ท่ามกลางความโกลาหลของงานเลี้ยงที่แปรเปลี่ยนเป็นสนามประลองทางอารมณ์ “นายพอใจหรือยัง ริน” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและบาดลึกยิ่งกว่าคมมีด ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากช่างน่าเวทนาจนคนมองรู้สึกเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกตบหน้าฉาดใหญ่ “เก่งมากนี่... วางแผนมาทั้งหมด เพื่อจะตลบหลังฉันให้ตกจากบัลลังก์ได้สำเร็จในคืนนี้” “คุณหมายความว่ายังไง ธีรดนย์” รินเบิกตากว้าง ความตกใจพุ่งพล่านขึ้นมาจนเสียงสั่น “คุณกำลังจะบอกว่า... ฉันเป็นคนทำเรื่องนี้งั้นเหรอ?” “แล้วจะให้ฉันคิดว่าใคร!” ธีรดนย์ตวาดกร้าว ความอดทนที่สะสมมานานระเบิดออก ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือบางไว้แน่นราวกับคีมเหล็กโดยไม่สนสายตาใคร “คนนอกไม่มีทางเข้าถึงเอกสารลับชุดนี้ได้นอกจากคนใกล้ตัว... และคนๆ นั้นก็คือนาย คนที่ฉันทั้งปกป้อง ทั้งเชื่อใจ!” คำว่า ‘เชื่อใจ’ จากปากของคนที่เขารัก เปรียบเสมือนน้ำ酸ที่ราดลงบนแผลสด รินรู้สึกชาไปทั้งตัว ความโกรธที่ถูกปรักปรำอย่างไร้เหตุผลตีตื้นขึ้นมาจุกอก ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวแต่ไม่มีหยดน้ำตาไหลออกมาสักหยด มีเพียงประกายแห่งความผิดหวังและทิฐิที่ลุกโชน “ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นคนเห็นแก่ตัวขนาดนั้น... ถ้าคุณคิดว่าผมทำลายคุณเพื่ออำนาจและเงินตราล่ะก็...” รินแค่นยิ้มทั้งน้ำตาคลอเบ้า แรงสั่นเทาที่ข้อมือสะท้อนถึงความร้าวลึกภายในใจ “ใช่! คุณคิดถูกแล้วล่ะ ธีร์ ผมมันก็แค่คนโลภที่อยากได้ทุกอย่างของคุณนั่นแหละ!” “ริน!” “ปล่อยผมเถอะค่ะ... อ๊ะ!” รินสะบัดข้อมือออกสุดแรง พร้อมกับถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ประตูห้องจัดเลี้ยงก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของ ‘ภาคิน’ อดีตคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญ ที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะชัยชนะบนใบหน้า “ไม่ต้องเถียงกันให้เสียเวลาหรอกครับท่านประธานตกอับ” ภาคินก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรินอย่างสนิทสนมเกินควร มือหนาวางลงบนลาดไหล่บางของรินอย่างถือวิสาสะ “เพราะคนที่ถือหุ้นใหญ่ตัวจริง และเป็นคนเซ็นอนุมัติปลดคุณ... คือผมเองต่างหากล่ะ” บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ธีรดนย์ชะงักกึก สายตาคมกริบเลื่อนจากใบหน้าของภาคินไปยังรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายชายหนุ่มอีกคน ภาพที่เห็นตรงหน้าตอกย้ำความเข้าใจผิดให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รินไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสของภาคิน รินไม่ได้ผลักไส... หรือทั้งหมดนี้คือแผนการที่พวกเขาร่วมมือกันตั้งแต่แรก? “นาย...” ธีรดนย์พูดไม่ออก ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าเกาะกุมหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อเกมธุรกิจยังไม่เท่ากับความพ่ายแพ้ต่อคนที่ตนรัก รินหันขวับไปมองภาคินด้วยความตกใจระคนโกรธ ผลักมือหนาออกจากไหล่ทันที “นี่คุณพูดเรื่องอะไรภาคิน! เราไม่ได้ตกลงกันแบบนี้นะ!” “อ้าว... ริน จะมาปฏิเสธตอนนี้มันก็สายไปแล้วนะจ๊ะ” ภาคินยิ้มเหี้ยม เกี่ยวก้อยเส้นผมของรินเล่นอย่างถือดี “ในเมื่อเอกสารเซ็นชื่อร่วมทุนทุกอย่างเป็นชื่อเธอร่วมกับฉันแล้ว เธอก็คือหุ้นส่วนคนสำคัญ... หรือจะบอกว่าเธอไม่รู้เรื่องที่ฉันจัดการเก็บกวาดไอ้ประธานปากจัดนี่ออกจากบริษัทล่ะ?” “หยุดโกหกนะ!” รินตuาดลั่น หน้าซีดเผือดเมื่อหันไปสบตากับธีรดนย์ ดวงตาของธีรดนย์ในวินาทีนี้... ไม่มีแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่า เยชา และความผิดหวังอย่างถึงที่สุด เป็นสายตาที่ตัดขาดจากโลกของเขาอย่างถาวร หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเชื่อใจที่เคยสร้างร่วมกันมา พังทลายลงในพริบตาต่อหน้าต่อตาผู้คนนับร้อย “ฉันเข้าใจแล้ว...” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังพอที่จะหยุดทุกสรรพเสียงรอบตัว ธีรดนย์ลดมือลงช้าๆ รอยยิ้มสมเพชตัวเองปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยัก “นายเก่งมาก ริน... เก่งจนฉันโง่เชื่อใจนายมาตลอด” “ธีร์... ฟังผมก่อน ผมอธิบายได้!” รินก้าวเข้าไปหมายจะคว้าชายเสื้อของอีกฝ่าย แต่วินาทีนั้นเอง ธีรดนย์กลับก้าวถอยหลังหลบราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัส “ไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว” ธีรดนย์หันหลังให้ทันที ไหล่กว้างที่เคยดูสง่างามและเป็นที่พึ่งพาให้รินเสมอในยามวิกฤต บัดนี้กลับลู่ลงเล็กน้อยภายใต้สูทราคาแพง เขาก้าวเดินฝ่าฝูงชนออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลยแม้แต่น้อย “ธีร์! เดี๋ยวก่อนสิธีร์!” รินตะโกนเรียกสุดเสียง น้ำตากลั้นไม่อยู่ทะลักล้นขอบตา ร่างบางพยายามจะวิ่งตามแผ่นหลังนั้นไป แต่กลับถูกแขนแกร่งของภาคินคว้าเอวไว้ “ปล่อยผมนะไอ้คนบ้า!” รินหันกลับมาตบหน้าภาคินฉาดใหญ่ด้วยความโกรธแค้นสุดขีด “แกมันสารเลว! แกหลอกใช้ฉัน!” ภาคินลูบแก้มตัวเองที่ขึ้นรอยแดงตามแรงตบ รอยยิ้มเยาะผุดขึ้นที่มุมปาก “จะโกรธฉันทำไมล่ะริน ในเมื่อเธอเองก็เลือกทางนี้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในงานนี้แล้ว... ต่อไปนี้ ไม่มีธีรดนย์คอยปกป้องเธออีกแล้วนะ เด็กน้อย” คำพูดนั้นทำให้รินสะอื้นฮักจนตัวโยン ความรู้สึกเคว้งคว้างเหมือนคนยืนอยู่บนปากเหวที่กำลังจะถล่มลงมา เขามองตามทิศทางที่ธีรดนย์หายลับไปจากประตูห้องจัดเลี้ยง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างจนแทบยืนไม่ไหว ในอกข้างซ้ายมันเว้าวอนจนเจียนตาย ครั้งนี้... มันคือการแตกหักที่ไม่มีวันประสาน รินรดาตัดสินใจแล้ว... เขาจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไป แม้ว่าการเดินจากไปในครั้งนี้จะต้องแลกด้วยหัวใจที่แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีก็ตาม เรียวปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวท่ามกลางหยาดน้ำตา รินสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมของภาคิน ก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีออกไปทางประตูอีกด้าน ท่ามกลางเสียงเรียกและสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนในงานที่ไร้ซึ่งความหมาย ร่างบางวิ่งออกมาจนถึงลานจอดรถกว้าง ลมหนาวปะทะเข้ากับผิวแก้วที่เปียกชุ่มด้วยคราบน้ำตา เขากวาดสายตามองหาร่างสูงของใครบางคนที่เพิ่งเดินจากไป เผื่อว่าปาฏิหาริย์จะมีจริง เผื่อว่าธีร์จะยังรอเขาอยู่... แต่ทว่า... ความว่างเปล่าคือคำตอบเดียวที่ได้รับ รินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นซีเมนต์เย็นเยียบอย่างไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้หลุดลอดออกมาอย่างไม่อายใคร ความเงียบสงบของลานจอดรถยามค่ำคืนโอบกอดความพังทลายของเขาไว้ทั้งหมด ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ความมืดมิดเข้าครอบงำจิตใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังสะท้อนก้องมาจากมุมมืดของเสาปูนใกล้ๆ ก็หยุดชะงักลง “ร้องไห้พอหรือยัง... คนเก่ง” เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยที่ดังขึ้นเหนือศีรษะ ทำให้รินสะดุ้งสุดตัว หัวใจที่หยุดเต้นไปชั่วขณะกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขารีบเงยหน้าขึ้นมองฝ่าความมืดทันทีด้วยความตกใจระคนความหวังที่ถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง! --- *(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรักที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและหัวใจที่ดื้อรั้นของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ)*
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%