*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนกรอบไม้เก่าๆ ของบ้านหลังน้อยสั่นสะเทือน ฝุ่นผงสีเทาร่วงกราวลงมาจากรอยต่อของคานหลังคา ราวกับบ้านหลังนี้กำลังจะพังทลายลงมาตามอารมณ์เกรี้ยวกราดของผู้ที่อยู่เบื้องนอก
"ลู่ชิงเซียน! นังตัวดี! แกหูหนวกหรือไงวะ ถึงได้กล้าล็อกประตูใส่หน้าแม่สามีอย่างฉัน!"
เสียงแหลมสูงตวัดบาดหูแผดแผดเผาเข้ามาในความเงียบสงบ ตามมาด้วยเสียงสบถด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายสารพัด แม่สามีตระกูลหานยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประทาน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์หิวกระหาย กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูตุ๋นน้ำแดงที่ลอยทะลุร่องหน้าต่างออกมาเมื่อครู่ ยิ่งเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ ทำให้สัญชาตญาณความโลภและความอยากเอาชนะพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
ภายในห้องครัว ลู่ชิงเซียนไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนถือทัพพีไม้คนน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนในหม้อดินด้วยท่าทีสุขุม รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างชัดเจน ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์และเยือกเย็น
ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ คงอยากจะชิมฝีมือฉันจนตัวสั่นแล้วสิคะ งั้นเรามาดูกกันดีกว่า ว่าวันนี้ฉันจะต้อนรับแม่สามีผู้แสนดีคนนี้ด้วย 'เมนู' อะไรดี
ชิงเซียนวางทัพพีลงช้าๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก3 เพื่อซึมซับกลิ่นหอมยวนใจของเครื่องเทศที่เธอแอบดึงออกมาจาก 'มิติฟาร์มสวรรค์' สมุนไพรล้ำค่าเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านยุค 80 จะหาซื้อได้ตามอำเภอใจ แต่มันคืออาวุธลับที่เธอใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตและตบหน้าบรรดาคนจอมสูบเลือดสูบเนื้อในคราบญาติสนิท
*ปัง! อีกครั้งที่บานประตูแทบหลุดจากวงกบ*
"ถ้าแกยังไม่เปิดประตู ฉันจะไปตามคนในหมู่บ้านมาดูความอกตัญญูของแก! อยู่กินในบ้านตระกูลหาน ใช้ข้าวใช้ของของลูกชายฉัน แต่มื้อนี้กลับแอบกินของดีอยู่คนเดียว นังสารเลว!"
เมื่อเห็นว่าใช้ไม้นี้ไม่ได้ผล แม่สามีจึงเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์ ใช้เสียงกรีดร้องโวยวายเรียกชาวบ้านให้มามุงดู หวังจะใช้สายตาและความกดดันทางสังคมมาบีบบังคับให้ลูกสะใภ้ต้องยอมจำนนเปิดประตูรับเหมือนดั่งเช่นในอดีต
ทว่า... ลู่ชิงเซียนในตอนนี้ไม่ใช่สะใภ้ขี้ขลาดตาขาวคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
แอด...
เสียงไม้เสียดสีกันเบาๆ ประตูเปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างเพรียวบางในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย แต่ใบหน้ากลับเปล่งปลั่งและงดงามจนแม่สามีที่อ้าปากเตรียมด่าถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองไปชั่วขณะ
ลู่ชิงเซียนกอดอกพิงวงกบประตู สายตาคมกริบกวาดมองผู้สูงอายุตรงหัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"อุ๊ย เสียงดังโวยวายเสียจนนกกาตกใจหมด นึกว่ามีสุนัขบ้าที่ไหนหลุดเข้ามาอาละวาดแถวนี้เสียอีก ที่แท้ก็คุณแม่นี่เองค่ะ... ลมอะไรหอบท่านมาถึงนี่ หรือว่ากลิ่นหอมของอาหารบ้านฉันมันลอยไปเตะจมูกสุนัข เอ้ย... ไปเตะจมูกท่านเข้าพอดี?"
คำพูดที่เจือความเหน็บแนมอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นสีม่วง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนย้อนศรใส่
"แก! นังสะใภ้อกตัญญู! กล้าดียังไงมาว่าฉันเป็นสุนัข!" แม่สามีพุ่งตัวเข้ามาหมายจะใช้เล็บแหลมคมข่วนหน้าใสๆ นั้นให้หายแค้น
แต่ลู่ชิงเซียนไวกว่า เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างสง่างาม พร้อมกับตวัดเสียงพูดด้วยน้ำหนักเสียงที่เย็นชาแต่ทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องชะงักก้าง
"หยุดนะคะ!" ชิงเซียนเอ่ยเสียงเฉียบขาด "ถ้าท่านก้าวเข้ามาในเขตบ้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะแจ้งเจ้าหน้าที่คอมมูนข้อบุกรุกเคหสถานและพยายามทำร้ายร่างกาย! อย่าลืมนะคะว่าตอนนี้สามีฉันเป็นทหารยศสูงในกองทัพ ถ้าทางกองทัพรู้ว่าที่บ้านส่งคนมาคุกคามรังแกภรรยาของนายทหารผู้กำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ... คิดดูสิคะว่าหน้าตาของครอบครัวตระกูลหานจะเอาไปไว้ที่ไหน!"
คำขู่เรื่องกองทัพและสามีทหารได้ผลชะงัดนัก แม่สามีที่กำลังจะพุ่งเข้ามาถึงกับเบรกเท้ากะทันหันจนเกือบหน้าคะมำ ร่างท้วมสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นผสมความหวาดกลัวเล็กน้อย แม้เธอจะไร้ยางอายและชอบเอาเปรียบแค่ไหน แต่คำว่า 'กองทัพ' และ 'ทหาร' ในยุค 80 นั้นมีอำนาจเด็ดขาดเกินกว่าที่ชาวบ้านธรรมดาจะกล้าท้าทาย
"แก... แกกล้าเอาสามีมาขู่ฉันรึ!" แม่สามีชี้หน้าสั่นระริก
"ฉันไม่ได้ขู่ค่ะ ฉันแค่พูดความจริง" ชิงเซียนยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ส่วนเรื่องอาหาร... ที่ท่านบอกว่าฉันใช้ข้าวของของลูกชายท่านกินคนเดียวน่ะ กรุณาใช้สมองส่วนน้อยนิดคิดทบทวนดูใหม่นะคะ ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านนี้มา มีวันไหนบ้างที่ท่านส่งเสบียงมาให้เรา? มีแต่ฉันต่างหากที่ต้องเอาหยาดเหงื่อแรงกายไปรับจ้างเย็บผ้าหาเงินมาซื้อข้าวสารกรอกหม้อ แล้ววันนี้... ฉันใช้เงินตัวเองซื้อเนื้อหมูและเครื่องเทศชั้นดีมาทำอาหารกินเอง มันไปหนักส่วนไหนบนหลังบ้านท่านเหรอคะ ถึงต้องวิ่งหน้าตั้งมาทุบประตูบ้านคนอื่นเขาแบบนี้?"
วาจาคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทุกคำพูดพุ่งตรงเข้าจุดเจ็บแสบจนแม่สามีเถียงไม่ออก ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ใบหน้าเหี่ยวย่นแดงก่ำด้วยความอัปยศอดสูที่ถูกแฉความหน้าหนาต่อหน้าต่อตา
"แก... นังเด็กปากดี! ปากเก่งแบบนี้ ระวังตัวไว้เถอะ สักวันสามีแกมันจะเบื่อแล้วเขี่ยแกทิ้งเหมือนรองเท้าเก่า!" แม่สามีเค้นเสียงกรอดด้วยความแค้นเคืองเมื่อจนแต้มด้วยเหตุผล
ลู่ชิงเซียนหัวנסเสียงใส กิริยาท่าทางมั่นอกมั่นใจนั้นช่างเจิดจ้าเสียจนคนมองรู้สึกแสบตา
"เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ สามีฉันจะรักหรือจะเบื่อ ฉันย่อมรู้ดีกว่าคนนอก... อ้อ อีกอย่างนะคะ" ชิงเซียนโน้มตัวเข้าไปกระซิบเสียงแผ่วเบา แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ต่อให้ฉันเทหม้อนี้ทิ้งลงถังขยะ ให้หมูกินสะใจเล่น... ฉันก็ไม่มีวันตักให้ท่านกินแม้แต่คำเดียวหรอกค่ะ เชิญกลับบ้านไปกินน้ำลวกผักของท่านต่อเถอะนะค๊ะ"
พูดจบ ลู่ชิงเซียนก็สะบัดหน้าใส่ ปิดประตูใส่หน้าเสียงดัง *ปัง!* สนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง ทิ้งให้แม่สามี đứngเดือดดาลอยู่หน้าบ้านด้วยความแค้นที่สุมอกจนแทบกระอักเลือด
ภายในครัว กลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนและหมูสามชั้นน้ำแดงยังคงโชยกรุ่นตลบอบอวล ชิงเซียนยกย่องผลงานตัวเองด้วยความพึงพอใจ ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะตักอาหารใส่ชามเพื่อลิ้มลองรสชาติความอร่อย สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนยืนนิ่งงันอยู่ตรงหน้าต่างห้องครัวที่เปิดแง้มไว้
ดวงตาคมกริบทรงพลัง คิ้วเข้มดั่งกระบี่ และใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล...
หานอี้เฉิน สามีหนุ่มนายทหารผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและดุดัน กลับยืนมองเธอด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและประกายความคลั่งรักที่ระคนอยู่เต็มเปี่ยม... เขากลับมาถึงบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ และได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ไปมากแค่ไหนกันนะ?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความฟินและสะใจนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว!•ตอนที่ 4
ทวงคืนสำรับอาหาร
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!