“อย่าได้เผลอเชียว รินรดา... ค่ามานาของมันไม่ได้ไหลเวียนเหมือนมอนสเตอร์ที่เราเคยเจอมาตลอดสามเดือนนี้”
เสียงของศรัณย์ราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยน้ำหนักที่ทำให้บรรยากาศในโถงดันเจี้ยนระดับ S ชั้นลึกสุดเยือกแข็งลงทันที เขาไม่ได้ละสายตาจากหน้าต่างสถานะสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกำแพงหินที่สั่นสะเทือนเป็นจังหวะ ราวกับกำลังฟังเสียงหัวใจของดันเจี้ยนที่เต้นรัวผิดปกติ
รินรดากระชับดาบในมือแน่น เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมผ่านไรผม เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนบ่าจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของเธอจับจ้องไปยังรอยร้าวบนผนังดันเจี้ยนที่เริ่มมีของเหลวสีม่วงคล้ำไหลซึมออกมา กลิ่นของมันฉุนกึกราวกับซากศพที่ถูกแช่แข็งไว้ในกรดกำมะถัน
“ศรัณย์... ระดับพลังงานที่สแกนได้ มันพุ่งทะลุขีดจำกัดของดันเจี้ยนชั้นนี้ไปแล้ว ถ้าเราไม่รีบถอย กองกำลังสนับสนุนของกิลด์อาชาอาจจะ…”
“กิลด์อาชางั้นหรือ?” ศรัณย์แค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาสะท้อนความเย็นเยียบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน “พวกมันไม่ได้มาเพื่อสนับสนุนหรอกรินรดา พวกมันมาเพื่อปิดประตูฝังพวกเราทั้งเป็นต่างหาก และดูเหมือนว่า 'ของเล่น' ที่พวกมันเตรียมไว้ให้เราข้างในนี้ กำลังจะหลุดออกมาทักทายพวกเราเร็วกว่าที่คิด”
เปรี้ยง!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจากโถงด้านหน้า ดันเจี้ยนทั้งหลังสั่นสะเทือนเหมือนโลกกำลังจะแตกสลาย หินก้อนใหญ่ร่วงหล่นลงมาตามทางเดิน ศรัณย์พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างไร้ความลังเล ในมือของเขาไม่ได้ถือคทาเวทมนตร์หรือเครื่องมือแพทย์ แต่เป็น 'สนับมือเวทมนตร์' ที่แผ่ไอสีดำทมิฬออกมาอย่างดุร้าย
เขาก้าวข้ามเศษหินที่ถล่มลงมาด้วยท่วงท่าสง่างามแต่ทรงพลัง ก่อนจะหยุดชะงักลงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ใจกลางโถงกว้าง ร่างสูงใหญ่ของอสูรกายที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่ในดันเจี้ยนระดับนี้กำลังฉีกกระชากซากศพฮันเตอร์กิลด์อื่นเป็นชิ้นๆ มันไม่ใช่บอสประจำดันเจี้ยน แต่เป็น 'ภัยพิบัติเดินได้' ที่มีเขาคู่งอกออกมาจากกะโหลกที่ปกคลุมด้วยเปลือกผลึกใส ลำตัวของมันมีรอยแผลที่เย็บด้วยด้ายเวทมนตร์สีเลือด... ร่องรอยของการทดลองที่ผิดพลาดจากน้ำมือมนุษย์
“นั่นมัน...” รินรดาอุทาน เสียงสั่นเครือ “รอยผนึกของกิลด์อาชา... พวกมันทดลองกับมอนสเตอร์ระดับ SSS อย่างนั้นหรือ?”
ศรัณย์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่ขยับนิ้วให้ถุงมือกระชับขึ้น เสียงดัง *กร๊อบ* ของข้อต่อนิ้วดังก้องไปทั่วความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว เขาเดินเข้าไปหาอสูรกายตัวนั้นราวกับกำลังเดินเข้าไปตรวจคนไข้ในห้องฉุกเฉิน แม้จะรู้ว่าความผิดปกติที่อยู่ตรงหน้าสามารถสังหารฮันเตอร์แรงก์ A ได้ในพริบตา
“รินรดา ถอยไปให้ห่างจากรัศมีสามสิบเมตร” ศรัณย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเฉียบขาด “มอนสเตอร์ตัวนี้มีเชื้อมรณะไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด ถ้าปล่อยให้มันหลุดไปถึงเขตเมือง... คนธรรมดาที่ไม่มีเกราะป้องกันคงไม่เหลือรอด แม้แต่โครงกระดูก”
เขาก้าวเท้าเข้าประชิดตัวมอนสเตอร์ยักษ์ที่เพิ่งรู้ตัวว่ามีเหยื่อโผล่มาใกล้ มันคำรามก้องจนแก้วหูแทบฉีกขาด คลื่นโซนิคทรงพลังพุ่งเข้าปะทะร่างของศรัณย์ แต่เขากลับไม่ขยับแม้แต่เซนติเมตรเดียว ชายหนุ่มเพียงแค่ยกมือขึ้นตั้งการ์ด ราวกับจะปิดปากผู้ป่วยที่โวยวาย
“เงียบหน่อยครับ... การผ่าตัดครั้งนี้ ผมไม่อนุญาตให้ใช้เสียง”
ศรัณย์ปล่อยหมัดออกไปโดยไม่มีการร่ายเวทมนตร์ พลังอัดกระแทกมหาศาลม้วนตัวเป็นพายุทอร์นาโดขนาดเล็กปะทะเข้ากับกะโหลกของอสูรกายจนเปลือกผลึกแตกละเอียด เลือดสีม่วงสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะซ้ำรอยเดิม สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่สลักอยู่ใต้เกราะหน้าอกของมัน
มันคือตราสัญลักษณ์ ‘นกอินทรีสยายปีก’... สัญลักษณ์ประจำตัวของกิลด์มาสเตอร์อาชา
ศรัณย์ชะงัก หมัดที่ควรจะปลิดชีพมอนสเตอร์หยุดค้างอยู่กลางอากาศ ทันใดนั้น เสียงปรบมือแผ่วเบาดังมาจากความมืดมิดในมุมอับของโถงทางเดิน ก่อนที่ชายร่างสูงสวมชุดสูทเนี้ยบกริบจะก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
“หมอเทวะ... ไม่นึกเลยว่าฝีมือหมัดของนายจะหนักหน่วงกว่าพวกแนวหน้าเสียอีก” อาชาเอ่ยพลางยิ้ม “น่าเสียดายที่นายรู้ความลับเร็วไปหน่อย เพราะตอนนี้... ประตูของดันเจี้ยนนี้ไม่ได้ถูกปิดเพื่อกักขังมอนสเตอร์ แต่มันถูกปิดเพื่อกักขัง 'หมอผู้ใจบุญ' อย่างนายไว้กับของเล่นชิ้นโปรดของฉันตลอดกาล”
ศรัณย์หันไปมองรอยยิ้มของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าทางออกเดียวที่พวกเขาใช้เข้ามา ได้ถูกแท่งหินเวทมนตร์ปิดตายจนไม่เหลือช่องว่าง แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์ริบหรี่ลง พร้อมกับความมืดมิดที่เริ่มกลืนกินพื้นที่รอบตัว
มอนสเตอร์ยักษ์ที่ถูกทำร้ายเริ่มขยับตัวลุกขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ดวงตาของมันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และรอยแผลที่อกเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ปล่อยไอเวทมนตร์ที่หนาแน่นจนศรัณย์ต้องขมวดคิ้ว
“อาชา... นายคงลืมไปว่าในฐานะหมอ สิ่งที่ฉันถนัดที่สุด ไม่ใช่การรักษาชีวิตคน...” ศรัณย์หันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรู แววตาสีอำพันของเขาดุดันและเยือกเย็นราวกับเทพเจ้าแห่งการพิพากษา “...แต่เป็นการผ่าตัด ‘เนื้อร้าย’ ออกจากสังคมฮันเตอร์ต่างหาก”
ศรัณย์ยกมือขึ้น ปล่อยออร่าสีทองเจิดจ้าออกจากร่างจนโถงที่มืดมิดสว่างวาบไปทั่วบริเวณ แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะพุ่งตัวออกไป พื้นดินใต้เท้าของเขากลับทรุดตัวลงอย่างรุนแรง
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของหมอเทวะคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ•ตอนที่ 20
ร่องรอยของภัยพิบัติ
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!