เสียงกระซิบกระซาบหลังกองถ่ายมักมีพลังทำลายล้างมากกว่าบทวิจารณ์ภาพยนตร์ร้อยบรรทัด และในบ่ายวันที่ฝุ่นละอองจากการรื้อถอนฉากสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียลยังไม่ทันจางหาย พิษภัยของข่าวลือก็เริ่มทำหน้าที่กัดกินพื้นที่ส่วนตัวของคนสองคนเข้าเสียแล้ว
"รสา เธอกับคุณกรณ์นี่... ยังไงกันแน่เนี่ย"
เสียงของทีมงานฝ่ายพร็อบสาวเอ่ยขึ้นลอยๆ ระหว่างที่เรากำลังช่วยกันเก็บอุปกรณ์ประกอบฉากชิ้นสุดท้าย แต่สายตาที่ส่งมาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ปิดไม่มิด รสาก้มลงมองม้วนแปลนพิมพ์เขียวในมือที่ถูกกำจนยับยับ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบไว้ด้วยความเรียบเฉยตามสไตล์ผู้จัดการกองถ่ายมืออาชีพ
"ถ้าหมายถึงเรื่องงาน ฉunคิดว่าเราประสานงานกันได้ดีตามหน้าที่ครับ... เอ๊ย ตามหน้าที่นะคะ... อ่า หมายถึง ตามหน้าที่ค่ะ" รสาเกือบหลุดปากใช้คำลงท้ายผิดเพี้ยนไปตามแรงกดดันรอบข้าง เธอกระแอมเบาๆ เพื่อเรียกสติ "พูดจาอะไรเหลาะแหเหล, คนเขาก็แค่ร่วมงานกันตามโปรเจกต์รีโนเวทสำนักงานนี้เท่านั้นแหละ"
"ร่วมงานกันจนดึกดื่นค่ำมืดในห้องเขียนแบบสองต่อสองเนี่ยนะ... แถมคุณกรณ์สถาปนิกหน้าตายคนนั้น ปกติเห็นดุยิ่งกว่าหมาป่าพิทักษ์อาณาเขต แต่เวลาเธอเดินเข้าไปคุยด้วยทีไร หน้าตาเขาดูผ่อนคลายลงตั้งเยอะ" เพื่อนร่วมงานยังคงหยอกล้อต่ออย่างไม่รู้จักรำคาญ
รสาถอนหายใจออกมาเบาๆ ความจริงในใจเธอกลับไม่ได้รู้สึกสนุกสนานไปกับข่าวลือพวกนี้เลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่มีภาพปาปารัสซี่ตอนที่กรณ์ช่วยดึงเศษไม้ประดับออกจากผมเธอหลุดออกไปในกรุ๊ปไลน์กองถ่ายเมื่อสองวันก่อน กระแสความสนใจของทุกคนก็พุ่งเป้ามาที่ความสัมพันธ์ที่เกินเลยกว่าขอบเขตของ 'สถาปนิก' และ 'ผู้จัดการกองถ่าย' ทันที
และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว
ในฐานะมืออาชีพ รสารู้ดีว่าเส้น Aesthete ระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับการทำงานในโปรเจกต์มูลค่าหลายสิบล้านนี้มีความบางเบาแค่ไหน หากปล่อยให้ข่าวลือครอบงำ ผลงานที่เธอกับเขาช่วยกันสร้างขึ้นมาหยาดเหงื่อจะถูกลดทอนคุณค่าลงเหลือเพียงแค่เรื่องซุบซิบฉาวโฉบในวงการบันเทิง
"พอเลย เลิกพูดเรื่องไร้สาระแล้วไปช่วยกันยกกล่องไฟโน่นไปเก็บซะ" รสาตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีออกมาจากกลุ่มนินทานั้นทันที
แต่ทว่า... โลกมักเล่นตลกกับคนพยายามหลบเลี่ยงเสมอ
เมื่อเธอเดินเลี้ยวมาตามระเบียงทางเดินของอาคารเก่าที่กำลังบูรณะ เงาสูงโปร่งคุ้นตาของชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปก็ยืนขวางทางอยู่ก่อนแล้ว กรณ์ยืนกอดอกพิงเสาไม้สักทอง ใบหน้าคมคายนั้นยังคงนิ่งเรียบเป็นเอกลักษณ์ แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับกวาดมองสำรวจเธอด้วยประกายที่อ่านไม่ออก
"หลบมุมมาถอนหายใจใส่กำแพงเก่าๆ แบบนี้ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือครับ คุณผู้จัดการกองถ่าย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีที่เธอเดินเข้าไปใกล้
รสาชะงักเท้าเล็กน้อย ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอัตโนมัติ เธอกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอกด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่ใช้ประจำเวลาเผชิญหน้ากับสถาปนิกปากร้ายคนนี้
"ไม่มีอะไรนี่คะ แค่รู้สึกว่าอากาศแถวนี้มันเริ่มหายใจลำบาก เพราะมีคนบางคนชอบทำตัวเป็นจุดสนใจจนคนอื่นเขาเม้าท์กันไปทั่ว" เธอจงใจเน้นเสียงประชด
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขยับตัวออกจากเสาแล้วก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนรสาต้องถอยหลังไปชนกับผนังปูนเปลือยโดยอัตโนมัติ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น
"คนบางคนที่ว่า... หมายถึงผมหรือครับ" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย เจือความแหบพร่าที่จงใจทำให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ
"ถ้าคุณรู้ตัว ก็ช่วยกรุณาทำตัวให้ห่างจากฉันในช่วงนี้หน่อยเถอะค่ะ" รสาเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาแข็งกร้าวขึ้นเพื่อปกป้องกำแพงในใจ "ข่าวลือในกองถ่ายมันเริ่มไปกันใหญ่แล้ว ฉันไม่อยากให้งานของฉันต้องมาพังเพราะข้อครหาเรื่องชู้สาว... เราควรรักษาระยะห่างกันให้มากกว่านี้"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมพัดผ่านช่องหน้าต่างที่ไร้บานกระจก
ดวงตาคมกริบของกรณ์หรี่ลงเล็กน้อย สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขยับยามที่เขาขบกรามแน่น ความเงียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นไม่ได้น่ากลัว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความกดดันบางอย่างที่ทรงพลังจนรสาต้องหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งรับ
"รักษาระยะห่าง..." กรณ์ทวนคำพูดนั้นช้าๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงความขมขื่นลึกๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง "นั่นคือสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ หรือครับ รสา"
"มันคือสิ่งที่ถูกต้องต่างหากค่ะคุณกรณ์" รสาเถียงกลับทันควัน แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกเจ็บแปล๊บกับแววตาที่เขาส่งมา "เราต่างก็มีหน้าที่ มีเป้าหมายที่ต้องรับผิดชอบ การเอาชื่อไปผูกติดกับเรื่องซุบซิบไร้สาระมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย"
"แล้วคุณคิดว่าผมแคร์เรื่องซุบซิบพวกนั้นเหรอ?" กรณ์ก้าวเข้ามาอีกก้าว จนหน้าอกแทบจะแนบชิดกับร่างบาง มือหนายื่นออกไปวางทาบลงบนผนังปูนด้านหลังเพื่อกักตัวเธอไว้ในอาณาเขตของเขา แววตาดุดันคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาเธอ "ปล่อยให้คนอื่นพูดไปสิครับ ผมไม่ได้แคร์เสียงนกเสียงกาพวกนั้นเลยสักนิด... สิ่งเดียวที่ผมแคร์ คือความรู้สึกของคุณต่างหาก"
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและเย็นชา ทำเอารสาถึงกับพูดไม่ออก สมองของเธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก เคมีที่พยายามผลักไสเมื่อครู่กลับถูกแรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรงจนน่ากลัว
"คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" รสาพยายามเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่ลามเลียพวงแก้ม แต่ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขากลับเอื้อมขึ้นมาแตะที่ปลายคางมน แล้วบังคับให้เธอกลับมาสบตากับเขาอีกครั้งอย่างนุ่มนวล
"ผมไม่ได้พูดเล่นครับ รสา" กรณ์กระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากหยักได้รูปอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร "ถ้าคุณกลัวข่าวลือ งั้นเราก็ทำให้มันเป็นเรื่องจริงซะเลยดีไหมครับ... จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าใครจะพูดอะไรอีก"
รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับข้อเสนอที่อุกอาจและจริงจังเกินคาด เธออ้าปากเตรียมจะสวนกลับด้วยคำพูดจาคมคายตามสไตล์สาวมั่น แต่ทว่า...
*กริ๊ก!*
เสียงฝีเท้าและเสียงหัวoเราะของทีมงานกลุ่มใหญ่ที่กำลังเดินเลี้ยวเข้ามายังโถงทางเดินด้านนอกดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของพวกเขาทั้งคู่อย่างไม่ทันตั้งตัว!
กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาผละมือออกจากผนังอย่างจำใจ แต่ก่อนที่เขาจะถอยห่างออกไป รสาที่เพิ่งได้สติกลับตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดเพื่อตัดปัญหาเฉพาะหน้า—
มือเรียวคว้าคอเสื้อเชิ้ตของสถาปนิกหนุ่มแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรง พร้อมกับออกแรงดันร่างสูงให้หลบเข้าไปหลังเสาต้นใหญ่ที่บังสายตาจากผู้มาใหม่พอดิบพอดี!
ร่างของทั้งคู่แนบชิดติดกันในมุมมืดของเสาต้นนั้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบจะหลอมละลาย กรณ์ก้มมองหญิงสาวที่ซุกตัวอยู่ใต้แผงอกของเขาด้วยความประหลาดใจระคนขบขัน รสายกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่นไม่ให้หลุดเสียงอุทานออกมา ขณะที่ดวงตากลมโตส่งสัญญาณเตือนภัยเป็นพัลวันว่า *'เงียบซะ!'*
เสียงฝีเท้าของทีมงานเดินผ่านไปพร้อมกับบทสนทนาเรื่องงานฉาก แต่วินาทีนั้น หัวใจของรสาไม่ได้สนใจเสียงรอบข้างอีกต่อไปแล้ว...
เมื่อเสี้ยววินาทีต่อมา กรณ์ก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบชิดริมฝีปากจนขนลุกซู่
"ซ่อนตัวเก่งดีนี่ครับ... แต่คืนนี้ อย่าหวังว่าจะหนีผมพ้นอีกเลยนะ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ราชันย์หอกทมิฬ
ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น•ตอนที่ 12
ข่าวลือในกองถ่าย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!