กลิ่นกระดาษเก่าเคลือบด้วยฝุ่นละอองบางเบาและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ที่ทำงานเสียงดังฮัมเบาๆ คือฉากหลังของความวุ่นวายในเขตโซนวิจัยส่วนตัว ชั้นสี่ของห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์
"ถ้าคุณยังยืนกรานว่าจะเอาฟอนต์ตัวนี้ใส่ลงไปในหน้าแรกของแผนงานธุรกิจ ฉันเกรงว่าโปรเจกต์กลุ่มของเราคงจะได้เกรดเอฟตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดินเครื่องด้วยซ้ำค่ะ, คุณปราชญ์"
เสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ทลายความเงียบสงบของโต๊ะทำงานไม้ยาวที่เต็มไปด้วยกองเอกสารและโน้ตบุ๊กหน้าจอสีฟ้าสว่างวาบ รัญชนาในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนขึ้นอย่างทะมัดทะแมง กำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสวยเคาะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตของเธอด้วยจังหวะจะโคน แสดงถึงความหงุดหงิดที่ถูกเก็บกดไว้อย่างมิดชิดภายใต้รอยยิ้มระดับดาวคณะ
ปราชญ์เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยโค้ดภาษาซีพลัสพลัสยั้วเยี้ย แว่นตากระรอบกรอบหนาขยับขึ้นเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของสันจมูก ดวงตาหลังเลนส์คู่นั้นมองหญิงสาวตรงข้ามด้วยความเรียเฉยราวกับกำลังวิเคราะห์พฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว
"ผมใช้เวลาสามคืนเต็มในการคำนวณอัตราส่วนการเข้าถึงสายตาของกลุ่มเป้าหมายด้วยอัลกอริทึมการจดจำรูปภาพ ฟอนต์นี้มีความหนาแน่นพอเหมาะที่จะดึงดูดความสนใจในเสี้ยววินาทีแรก — มันไม่ใช่เรื่องของความสวยงามตามรสนิยมฟุ่มเฟือยของคุณ แต่มันคือ 'ตรรกะ' ครับ" ปราชญ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเน้นย้ำคำว่าตรรกะเสียจนอีกฝ่ายคิ้วกระตุก
รัญชนาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอดึงแท็บเล็ตกลับมาแนบอกแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม
"ตรรกะเหรอคะ? น่าขันสิ้นดี คุณบอกว่าตัวเองคือนักวางแผนอัจฉริยะ แต่กลับไม่รู้เลยว่ามนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจซื้อของหรือสนใจงานนำเสนอด้วยสูตรคณิตศาสตร์แห้งๆ พวกนั้น พวกเขาใช้ 'อารมณ์' ต่างหากล่ะคะ ถ้าหน้าแรกมันน่าเบื่อเหมือนตำราเรียนฟิสิกส์ ต่อให้โค้ดของคุณจะรันเร็วแสงแค่ไหน ก็ไม่มีกรรมการคนไหนชายตาแลหรอกนะคะ"
ในเสี้ยววินาทีที่ทั้งคู่กำลังจ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อนั้นเอง โลกทัศน์รอบตัวของปราชญ์ก็พลันบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ หน้าต่างสีฟ้าเรืองแสงที่คุ้นเคยจากการสะดุดล้มในห้องทดลองเมื่อวานนี้ ปรากฏขึ้นกลางอากาศอีกครั้งด้วยตัวหนังสือเรืองแสงสีทองที่สั่นไหวเล็กน้อย
[ ตรวจพบสถานการณ์ความขัดแย้งระดับสูง: การปะทะคารมระหว่าง "ตรรกะวิศวกรรม" และ "สัญชาตญาณการตลาด" ]
[ เงื่อนไขพิเศษ: ยุติข้อพิพาทภายใน 3 นาทีโดยไม่ใช้กำลัง ]
[ บทลงโทษหากล้มเหลว: ค่าสถานะสมาธิลดลง 50% เป็นเวลา 24 ชั่วโมง และระบบจะบล็อกการเข้าถึงฐานข้อมูลโปรเจกต์ ]
[ รางวัลความสำเร็จ: ปลดล็อกทักษะติดตัว "วาทศิลป์สะกดใจ" (ระดับ 1) และเพิ่มแต้มความเข้ากันได้ของทีม 10% ]
ปราชญ์ขยับกรามแน่น สมองส่วนหน้าประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องยนต์เจ็ต ระบบบ้าๆ นี่ไม่เพียงแต่รบกวนสมาธิ แต่ยังบังคับให้เขาต้องยอมจำนนต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างไม่มีทางเลือก เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือและประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ
รัญชนาเห็นเขานิ่งเงียบไปนาน จึงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความได้ใจ "เงียบไปเลยนะคะ หรือว่าเถียงไม่ออกแล้วล่ะคะคุณพ่อวิศวกร?"
"ไม่ใช่ว่าเถียงไม่ออกครับ..." ปราชญ์ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจนใจ เขายอมถอดแว่นตาออกแล้ววางลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะสบตากับเธอตรงๆ ด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง "แต่ผมกำลังคิดว่า ถ้าเราเอาตรรกะการคำนวณอัตราการมองเห็นของผม ไปผสานกับเรื่องราวทางอารมณ์ที่คุณเชี่ยวชาญ คุณคิดว่าเราจะสร้างงานนำเสนอที่ทรงพลังขนาดไหน?"
รัญชนาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากบางค้างเติิ่ง ดวงตากลมโตไหววูบด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าคนหัวแข็งอย่างปราชญ์จะยอมเปิดช่องให้เจรจาเร็วกว่าที่คาดไว้
"คุณ... หมายความว่ายังไงคะ?" เธอถามเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว
"หมายความว่าผมยอมรับข้อเสนอของคุณครึ่งหนึ่ง..." ปราชญ์เอื้อมมือไปเลื่อนแท็บเล็ตของเธอกลับมาดูใกล้ๆ พลางใช้นิ้วชี้ไปยังกราฟฟิกส่วนท้ายของแผนงาน "คุณออกแบบโครงสร้างเนื้อหาที่กระตุ้นความรู้สึกของผู้ชม ส่วนผมจะเขียนโค้ดเบื้องหลังเพื่อซัพพอร์ตการนำเสนอแบบเรียลไทม์ ทำให้มันดูตื่นตาตื่นใจและไม่มีใครเคยทำมาก่อน... แบบนี้พอจะแฟร์สำหรับดาวคณะบริหารฯ ไหมครับ?"
คำพูดที่ลื่นไหล น้ำเสียงที่จริงจังแต่นุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหัน และประกายตาทรงปัญญาที่มองมา ทำให้รัญชนาถึงกับพูดไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผู้ชายคนนี้เวลาถอดแว่นและตั้งใจมองคนอื่น... มันอันตรายต่อหัวใจเสียจริง
[ แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ]
[ ท่านได้รับทักษะติดตัว "วาทศิลป์สะกดใจ" (ระดับ 1) ]
[ ความเข้ากันได้ของทีมเพิ่มขึ้นเป็น 15% ]
หน้าต่างสีฟ้าจางหายไปในอากาศ พร้อมๆ กับเสียงแจ้งเตือนความสำเร็จที่ดังแว่วอยู่ในหัวของปราชญ์ เขาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยที่สุด เขาก็ไม่ต้องกลายเป็นคนเสียสมาธิไปตลอดทั้งวัน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศบนโต๊ะกำลังผ่อนคลายลงและทั้งคู่กำลังจะก้มหน้าลงตรวจแก้เอกสารต่อ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ทางเดินฝั่งโซนหนังสือหายาก เสียงนั้นหยุดลงตรงหน้าโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่พอดี
"ขอโทษนะครับ... พอดีผมกำลังตามหาคนที่จะมาช่วยกู้ระบบฐานข้อมูลของชมรมพอดี มีใครสนใจรับงานพิเศษนี้ไหมครับ?"
ทั้งปราชญ์และรัญชนาเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อฮู้ดสีดำสนิท ใบหน้าคมคายติดจะเย็นชา ดวงตาเรียวรีคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่รัญชนาด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงหลายองศาในพริบตาเดียว
ปราชญ์หรี่ตาลงทันing สมองประมวลผลวิเคราะห์ข้อมูลของชายแปลกหน้าคนนี้อย่างรวดเร็ว ขณะที่รัญชนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อจำได้ว่าอีกฝ่ายคือใคร
"นะ... นายคือ..." รัญชนาอุทานออกมาเสียงหลง ใบหน้าสวยซีดเผือดลงเล็กน้อย
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สูตรลับฉบับเร่งด่วนก่อนเกรดโปรเจกต์ร่วง•ตอนที่ 2
บทที่ 2: ปะทะเดือดที่ห้องสมุดคณะ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเร่งด่วนก่อนเกรดโปรเจกต์ร่วง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
