“เจ้าจะแบกเอาความตายของอดีตมาขีดเขียนลงบนกระดาษจนกว่านิ้วของเจ้าจะหักคามือเลยหรืออย่างไร คณิน?”
มัทนาไม่ได้เอ่ยคำนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ทว่าความเย็นชาที่แฝงอยู่ในแววตาคู่คมกลับบาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน เธอยืนพิงกรอบหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่า กลิ่นอายของฝนที่เพิ่งขาดสายคละคลุ้งไปทั่วห้องสมุดร้างหลังนี้—สถานที่ซึ่งคณินใช้เป็นสุสานเก็บความทรงจำที่แตกสลายของเขา
คณินนิ่งงัน มือที่ถือปากกาหมึกซึมของเขาสั่นไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะวางมันลงบนกองกระดาษที่เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่า เขาไม่ได้หันไปมองหญิงสาวที่เปรียบดั่งเงาตามตัว เขากำลังพยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นที่ติดอยู่ในลำคอ เสียงที่ไม่ได้เกิดจากความโศกเศร้าเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเสียงของความเหนื่อยล้าที่กัดกินจิตวิญญาณมาเนิ่นนาน
“ถ้าการเขียนคือหนทางเดียวที่จะทำให้ข้าไม่ลืมว่ามีชีวิตอยู่... ข้าก็ยอมนิ้วหักครับ” คณินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาของเขาจับจ้องไปยังหยดน้ำที่เกาะบนกระจกราวกับมันคือมวลสารแห่งความว่างเปล่า
“น่าสมเพช” มัทนาแค่นยิ้ม เธอเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่หาไม่ได้ในเมืองหลวงลอยมาแตะจมูก “เจ้าแสวงหาความสมบูรณ์แบบในกวี แต่กลับปล่อยให้เศษเสี้ยวแห่งความหลังฉีกทึ้งหัวใจจนไม่เหลือชิ้นดี เจ้าคิดว่าถ้อยคำเหล่านั้นจะเรียกร้องให้นางกลับมาได้จริงหรือ?”
คณินชะงัก ลมหายใจของเขาขาดห้วง เขาพยายามจะเถียง แต่ทุกคำพูดกลับจุกอยู่ที่อก เขาไม่ต้องการเหตุผล เขาต้องการเพียงความเงียบสงบที่ปราศจากภาพเงาของหญิงสาวคนรักที่จากไปอย่างไร้ร่องรอย
ทันใดนั้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เสียงหนึ่งก็แทรกเข้ามา—ไม่ใช่เสียงลมพัด ไม่ใช่เสียงหยดน้ำ แต่มันคือเสียงฮัมเพลงแผ่วเบาที่ดังแว่วมาจากที่ไหนสักแห่งในความมืดมิดของห้องสมุด
*“ใต้เงาจันทร์... ฝันเอย... หลับตาลงเถิดคนดี...”*
คณินตัวแข็งทื่อ เส้นขนอ่อนตามร่างกายลุกชัน เสียงนั้น... มันคือทำนองเพลงที่แม่ของเขาเคยใช้กล่อมก่อนนอน แต่มันถูกกลืนหายไปพร้อมกับเหตุการณ์เลวร้ายในวัยเยาว์ เพลงที่เขาพยายามจะลืม แต่มันกลับย้อนกลับมาหาเขาในจังหวะที่หัวใจเขากำลังจะแตกสลาย
“เจ้าได้ยินไหม?” คณินถามเสียงสั่น หันไปมองมัทนาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและหวาดกลัวในคราเดียวกัน
มัทนาเพียงแต่เลิกคิ้ว สายตาของเธอไม่ได้มองหาต้นตอของเสียง เธอกลับมองตรงมาที่คณินด้วยความสงสารที่แฝงไปด้วยความสมเพช “ไม่มีใครร้องเพลงที่นี่หรอก คณิน... นอกจากหัวใจที่แตกสลายของเจ้าเองที่กำลังรำพึงถึงความหลัง”
คณินไม่ได้สนใจคำพูดนั้น เขาเดินโซเซไปตามทิศทางของเสียง มือที่สั่นเทาปัดผ่านชั้นหนังสือเก่าแก่จนฝุ่นคลุ้งกระจาย เสียงเพลงนั้นดังชัดขึ้นเรื่อยๆ มันเหมือนกับมือที่มองไม่เห็นกำลังลูบไล้ความเจ็บปวดในใจเขาให้บรรเทาเบาบางลง ความเหนื่อยล้าที่แบกไว้เริ่มคลายตัวออก น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินออกมาเงียบๆ
เขาพบกล่องดนตรีไม้แกะสลักกล่องหนึ่งวางอยู่บนพื้น มันผุพังไปตามกาลเวลา แต่ทันทีที่เขาสัมผัส ตัวล็อคก็เปิดออกเองโดยไม่มีใครไขลาน เสียงดนตรีบรรเลงเพลงกล่อมเด็กดั้งเดิมดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง มันไม่ใช่แค่เสียงจากกลไก แต่มันมีความรู้สึกบางอย่าง... ความรัก ความห่วงใย และคำสัญญาที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม
“นี่มัน... ไม่จริง” คณินพึมพำ เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น กอดกล่องดนตรีนั้นแนบอก ราวกับกอดเศษเสี้ยววิญญาณของอดีตที่หวนคืน
มัทนาเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอไม่ได้แตะต้องตัวเขา แต่เธอกลับยื่นมือไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่ข้างๆ กล่องดนตรี กระดาษที่ไม่ได้เป็นรอยขีดฆ่าเหมือนแผ่นอื่น แต่มันถูกเขียนด้วยลายมือบรรจงที่เขารู้จักดีที่สุด... ลายมือของหญิงสาวที่หายตัวไป
“เจ้าไม่ได้เป็นคนเขียนบทกวีนี้ใช่ไหม?” มัทนาถามเบาๆ พลางคลี่กระดาษออกให้เขาดู
คณินมองข้อความในกระดาษ ลมหายใจของเขาหยุดชะงักไปชั่วขณะ ข้อความนั้นอ่านว่า: *‘แด่กวีผู้หลงทาง... หากเจ้ายังเขียนไม่จบ ข้าก็จะยังไม่กลับไปสู่รอยกาล’*
ในขณะที่คณินกำลังจะเอื้อมมือไปคว้ากระดาษแผ่นนั้น ทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ประตูห้องสมุด ร่างสูงโปร่งในชุดสีเทาหม่นที่ดูคุ้นตาจนน่าขนลุก เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏเพียงครึ่งเดียวบนใบหน้า
“เจ้าไม่ได้ตามหาข้าหรอกคณิน...” เสียงที่คุ้นเคยนั้นเอ่ยขึ้น แผ่วเบาแต่คมชัดในความรู้สึก “เจ้าแค่กำลังรอให้ข้าเป็นคนตัดสินว่า... บทกวีของเจ้า ถึงเวลาที่ต้องจบลงหรือยัง”
คณินเงยหน้าขึ้นมองร่างนั้น หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น เมื่อแสงจากหน้าต่างสะท้อนให้เห็นใบหน้าของผู้มาเยือนชัดเจน มันไม่ใช่คนอื่นไกล แต่มันคือใบหน้าของเขาเอง... ที่มีดวงตาเป็นสีเดียวกับมัทนา!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านบรรทัดแห่งชีวิตไปกับบทกวีใต้ร่มเงานะครับ
สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล•ตอนที่ 20
บทเพลงกล่อมเด็กจากอดีต
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!