สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน•ตอนที่ 5

แขกคนแรกของบ้านสวน

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
เสียงเครื่องยนต์เรือหางยาวที่ดับลงอย่างกะทันหัน ทิ้งไว้เพียงระลอกคลื่นกระแทกเข้ากับเขื่อนไม้ไผ่ริมคลอง รินยังคงยืนค้างอยู่ในท่าเดิม นิ้วมือเรียวกำทัพพีไม้แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว สายตาจับจ้องแผ่นหลังของลุงป้องที่ค่อยๆ วางกระชอนกรองกะทิลงบนขอบอ่างดินเผาอย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์หวetเสียวเมื่อครู่เป็นเพียงใบไม้ร่วงหล่น ไม่ใช่ความผิดพลาดที่เกือบทำให้เขาพลาดท่าตกลงไปในร่องสวน "ยืนเหม่ออะไรอยู่ล่ะคุณริน กะทิหัวแรกถ้าตั้งไฟไว้นานเกิน มันจะแตกมันจนหน้ามันเยิ้มนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง ลุงป้องหยิบผ้าขาวบางขึ้นมาซับเหงื่อตามกรอบหน้า รอยยิ้มที่เขาส่งให้เธอก่อนหน้านี้เลือนหายไปแล้ว เหลือเพียงใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนประกายบางอย่างไว้ในแววตา—ประกายที่ทำให้รินรู้สึกว่า ชายวัยกลางคนตรงหน้า ไม่ใช่แค่คนสวนเก่าแก่ธรรมดาอย่างที่เธอกเคยเข้าใจ รินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นหอมมันของกะทบคั้นสดผสมผสานกับกลิ่นฉุนบางเบาของขิงแก่และใบมะกรูดตีเข้าจมูก ดึงสติเธอกลับมาจากความเคลือบแคลงสงสัย เธอวางทัพพีลงแล้วก้าวเข้าไปประชิดตัวลุงป้อง รังสีความเจ้าระเบียบแบบเชฟมืออาชีพที่สั่งสมมาจากห้องอาหารไฟน์ได닝ในเมืองหลวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดลง "ลุงป้องรู้ใช่ไหม ว่าเรือลำนั้นไม่ได้แค่ผ่านมา" รินกดเสียงต่ำ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "เรือของกำนันธง... หรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังโฉนดที่ดินผืนนี้ พวกเขากำลังกดดันเรา และลุงก็รู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก" ลุงป้องชะงักมือที่กำลังจัดเตรียมขวดโหลใส่เครื่องเทศ เขายังไม่ตอบทันที ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกงաբสานมองลอดออกไปทางท่าน้ำ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและเสียงน้ำกระพือเบาๆ เป็นแบ็กกราウンド "คุณรินเคยกินข้าวแช่ไหม?" จู่ๆ ลุงป้องก็เปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงราบเรียบจนน่าโมโห "นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องอาหารนะลุง!" "อาหารนี่แหละคุณริน ที่บอกทุกอย่าง" ลุงป้องหันมาเผชิญหน้า น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นจนรินต้องหุบปาก "คนที่รีบเร่ง มักทำอาหารรสชาติฉาบฉวย เหมือนกับคนในเมืองที่วิ่งไล่ตามความสำเร็จ จนลืมไปว่าข้าวแต่ละเมล็ดต้องใช้เวลากี่วันในการเติบโต... แขกคนแรกของเรากำลังจะมาถึงแล้ว ถ้าคุณมัวแต่เอาเวลามาจับผิดผม เกรงว่าสำรับสำรับแรกในบ้านสวนหลังนี้ จะเสียชื่อ 'คุณยาย' เอาเสียเปล่าๆ" คำว่า 'คุณยาย' ทำหน้าที่เหมือนตะปูดึงสติ รินเม้มปากแน่น ความโกรธระคนน้อยใจพุ่งพล่านขึ้นมาในอก ยายไม่เคยชมเธอ ยายจากไปพร้อมกับสมุดสูตรอาหารที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อน และทิ้งภาระก้อนโตให้เธอกู้ชื่อเสียงบ้านสวนกลับคืนมา แต่ตอนนี้ แค่จะทำอาหารต้อนรับเพื่อนบ้านคนแรก เธอกลับถูกขัดขาด้วยปริศนาที่เธอไขไม่แตก เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่ประตูรั้วไม้ไผ่ขัดแตะ ขัดจังหวะความตึงเครียดทันที "มีใครอยู่บ้านไหมวะ ลุงป้อง! กลิ่นแกงอะไรหอมโวนมาถึงโน่นวะเนี่ย!" เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผิวเข้มแดดเผา สวมเสื้อกล้ามสีซีดและกางเกงเล เขาก้าวเข้ามาในเขตบ้านสวนอย่างคุ้นเคยโดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วซ้าย แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง "อ้าว ไอ้ไกร มาพอดี เวลากำลังเหมาะ" ลุงป้องเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มในพริบตา ผายมือเชิญชายหนุ่มให้นั่งลงที่แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ รินยืนนิ่งประเมินสถานการณ์ 'ไกร' คือผู้ชายที่ยายเคยพูดถึงในจดหมายฉบับสุดท้าย—นายช่างไม้ฝีมือดี ลูกชายของยายชื่นเพื่อนบ้านฝั่งคลอง ที่คอยดูแลซ่อมแซมบ้านเรือนให้ยายมาโดยตลอด แต่สำหรับรินในตอนนี้ ทุกคนรอบตัวคือคนแปลกหน้า และอาจเป็นสายสืบของใครบางคน "นี่คุณริน หลานสาวแท้ๆ ของยายเจ้าของบ้านหลังนี้" ลุงป้องแนะนำ ไกรหันมามองริน ดวงตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสำรวจครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อมที่ดูจริงใจเกินคาด "สวัสดีครับคุณริน ผมไกรนะคับ อยู่บ้านถัดไปนี่เอง ได้กลิ่นแกงป่าของลุงป้องทีไร ท้องไส้มันปั่นป่วนทุกที ยายบอกว่าคุณรินเพิ่งกลับมาจากเมืองกรุง ทำอาหารเก่งนัก เก่งหนา วันนี้ผมมีบุญปากได้ชิมฝีมือเชฟใหญ่หรือเปล่าเนี่ย" รินฝืนยิ้มบางๆ พยักหน้ารับตามมารยาท "ยินดีต้อนรับค่ะ อาหารวันนี้เป็นสำรับง่ายๆ แกงป่าปลาช่อนนาใส่ใบยี่หร่า กับไข่เจียวสมุนไพรบ้านๆ หวังว่าจะถูกปากนะคะ" "แค่ได้ยินชื่อใบยี่หร่า น้ำลายก็สอแล้วครับ" ไกรหัวเราะร่วน นั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ราวกับเป็นบ้านของตัวเอง สายตาของเขาเหลือบมองไปที่หม้อดินเผาที่ตั้งอยู่บนเตาถ่าน ซึ่งลุงป้องกำลังบรรจงหยิบใบยี่หร่าใส่ลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย กลิ่นหอมฉุนของเครื่องแกงโขลกเอง ทั้งข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และพริกไทยอ่อน พลุ่งพล่านขึ้นมาผสานกับกลิ่นเผ็ดร้อนของใบยี่หร่าที่โดนความร้อน ลุงป้องใช้ทัพพีคนเบาๆ สองสามครั้ง กลิ่นหอมนั้นลอยฟุ้งไปทั่วสวน มลายบรรยากาศอึมครึมเมื่อครู่ให้จางหายไปชั่วขณะ รินจัดการตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงด้วยเตาถ่านจนเม็ดเรียงตัวสวยใส่จานสังกะสีเคลือบสีขาวลายดอกไม้ ตามด้วยไข่เจียวฟูหนาที่ใส่ใบชะอมและดอกขจร สัมผัสแรกที่ตักแกงป่าราดลงบนข้าวสวยควันฉุย ทำให้เธอลืมความหวาดระแวงไปชั่วขณะ นี่คือสูตรดั้งเดิมของยาย สูตรที่เธอพยายามทำตามเท่าไหร่ก็ไม่เคยได้รสชาติกลมกล่อมเท่านี้ "ลองชิมดูสิครับคุณริน ฝีมือต้มแกงของลุงป้องแก ไม่เคยเป็นรองใครในตำบลนี้" ไกรตักแกงเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ สีหน้าแสดงความพึงพอใจอย่างชัดเจน "อื้อหือ! เผ็ดร้อนถึงใจ หอมกลิ่นใบยี่หร่าขึ้นจมูก แบบนี้แหละที่คิดถึง" รินตักแกงคำเล็กๆ เข้าปากบ้าง รสสัมผัสแรกคือความเผ็ดร้อนที่บาดลึก ตามด้วยความหวานตามธรรมชาติของเนื้อปลาช่อนสดๆ และความซ่าอันเป็นเอกลักษณ์ของใบยี่หร่า มันไม่ใช่รสชาติหรูหราแบบอาหารในภัตตาคารที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือรสชาติที่มี 'จิตวิญญาณ'—รสชาติที่โอบกอดความทรงจำวัยเด็กของเธอไว้อย่างแน่นหนา ทว่า ในขณะที่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกำลังดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เสียงฝีเท้าฝ่าพงหญ้าด้านหลังสวนก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งสามคนชะงัก ไกรหุบยิ้มทันที ใบหน้าคมเข้มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวงตาหันขวับไปมองทางพุ่มไม้รกทึบ ลุงป้องวางช้อนลงช้าๆ สีหน้าไร้ความแปลกใจ ราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดกางเกงสแล็กและเสื้อเชิ้ตพับแขนก้าวออกมาจากเงาไม้ ใบหน้าของเขาดูมีอำนาจและเย่อหยิ่ง รอยยิ้มเยาะปรากฏที่มุมปาก รินจำได้ทันที—เขาคือคนที่เคยมาป้วนเปี้ยนหน้าบ้านสวนเมื่อสองวันก่อน ทนายความส่วนตัวของกำนันธง "สวัสดีครับทุกท่าน ดูสำรับน่าอร่อยดีนะครับ" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบ กวาดสายตามองจานอาหารบนโต๊ะก่อนจะหยุดที่ริน "ผมมาเป็นตัวแทนของกำนันธง มีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้คุณรินทราบ... เกี่ยวกับสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินแปลงนี้ทั้งหมด" รินหัวใจกระตุกวูบ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือยังคงกำช้อนในมือแน่น "ที่นี่เป็นสมบัติของยายฉัน ไม่มีทางขายให้ใครทั้งนั้น!" รินประกาศกรวด้าว ทนายความยิ้มมุมปาก ควطةเอกสารฉบับหนึ่งออกจากแฟ้มหนังสีดำ ชูขึ้นให้เห็นชัดเจน "เกรงว่าคุณจะเข้าใจผิดนะครับคุณริน... ยายของคุณไม่ได้แค่จำนองที่ดินแปลงนี้ไว้กับกำนัน แต่ท่านยัง 'เซ็นสัญญา' ยกกรรมสิทธิ์ทั้งหมดให้ เพื่อแลกกับบางสิ่งที่แม้แต่คุณ... ก็ไม่มีวันคาดคิดว่ามันคืออะไร" ลุงป้องถอนหายใจยาวนาน หลับตาลงช้าๆ ขณะที่ไกรขยับตัวลุกขึ้นยืนบังหน้าวรินไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาจ้องเขม็งไปยังทนายความ ก่อนที่รินจะได้เอ่ยปากแย้ง ทนายความก็ยิ้มเหี้ยมแล้วเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบ "และถ้าคุณไม่เชื่อ... ลองพลิกดูแผ่นกระดาษรองก้นหม้อแกงป่า ที่ลุงป้องของคุณเพิ่งตักให้พวกคุณกินเมื่อครู่นี้สิครับ ว่าลายมือบนนั้น... เป็นของใคร" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความอบอุ่นปนปริศนากับบ้านสวนหลังนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมครับ — ครัวคุณยาย
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%