"เก็บสมุดนั่นใส่กระเป๋ากางเกง แล้วคลานไปทางตู้เก็บถ้วยชาม เดี๋ยวนี้!"
เสียงกระซิบของลุงป้องแหบพร่าแต่เฉียบขาด รินแทบหยุดหายใจ เธอทำตามสัญชาตญาณ กระชับสมุดปกหนังเก่าคร่ำที่เพิ่งรู้ว่ามันคือ 'โฉนด' ไว้แนบอก ความมืดในห้องครัวหนาแน่นจนแทบสัมผัสได้ถึงกลิ่นอับของไม้เก่าและกลิ่นจางๆ ของพริกแห้งที่แขวนอยู่ใต้เพดาน เสียงทุบประตูไม้สักบานหนาดังสนั่นจนฝุ่นร่วงกราวลงมาบนหัวไหล่
"ไอ้ป้อง! เปิดประตู! พวกเรารู้ว่าแกอยู่ในนั้น อย่าให้พวกข้าต้องพังเข้าไปเลยนะ มันไม่คุ้มหรอกกับที่ดินผืนเดียว!" เสียงตะโกนหยาบโลนจากคนนอกประตูทำให้รินตัวสั่น มือที่กุมสมุดเย็นเฉียบ
ลุงป้องคว้าด้ามกระทะเหล็กเก่าๆ ในมือ แววตาของชายชราที่เคยดูเชื่องช้ากลับคมกริบราวกับเหยี่ยว เขาขยับตัวไปยืนบังหน้าต่างไม้บานเฟี้ยมไว้มิด "ถอยไปหลังเตาไฟริน อย่าส่งเสียง... ถ้าพวกมันเข้ามา ข้าจะเบนความสนใจ แกมีหน้าที่เดียว คือต้องออกไปทางประตูหลัง แล้ววิ่งไปที่ศาลาไม้กลางน้ำ ห้ามหยุด ห้ามหันกลับมา"
รินพยักหน้าทั้งน้ำตา นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? เธอแค่อยากกลับมาฟื้นฟูสูตรอาหารของคุณยาย ไม่ใช่การเอาชีวิตมาเสี่ยงกับการไล่ล่าที่ฟังดูเหมือนหลุดออกมาจากนิยายมาเฟีย
เสียงบานพับประตูเริ่มส่งเสียงประท้วง รินตัดสินใจพุ่งตัวไปทางประตูหลังตามคำสั่ง แต่จังหวะที่มือสัมผัสลูกบิด เสียงทุบก็หยุดลงกะทันหัน ความเงียบที่เข้ามาแทนที่นั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงโวยวายหลายเท่า
"ไปสิ!" ลุงป้องคำรามเบาๆ
รินกัดฟันแน่น ผลักประตูออกสู่สวนหลังบ้านที่มืดมิด มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องลงมา เธอวิ่งไปที่ห้องครัวอีกฝั่งหนึ่ง... ไม่ใช่ห้องครัวสมัยใหม่ที่เธอเพิ่งทำความสะอาด แต่เป็นครัวไทยโบราณของคุณยายที่เงียบเหงามานานหลายปี เธอต้องหาที่ซ่อนชั่วคราว ความร้อนรุ่มในใจทำให้เธอตัดสินใจทำสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดในชีวิต เธอหยิบสมุดเล่มนั้นวางไว้ใต้เขียงไม้เก่า แล้วลงมือตำพริกแกงส้ม
ไม่ใช่เพราะหิว แต่เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่เธอจะสงบสติอารมณ์ได้
*ครก... สาก... พริกแห้ง... หอมแดง... เกลือเม็ด*
รินโขลกเครื่องแกงด้วยจังหวะที่คุ้นเคย กลิ่นฉุนของพริกเริ่มฟุ้งกระจายในอากาศ แต่มันกลับไม่ใช่กลิ่นที่เธอจำได้... มันเหม็นเขียว มันขาดความละมุน มันไม่มี 'จิตวิญญาณ' แบบที่คุณยายเคยทำ
"ปรุงแบบคนมีสติตื่นตระหนก รสชาติมันก็หนีตายแบบนั้นแหละ"
เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากเงามืด รินสะดุ้งสุดตัวจนสากเกือบหลุดมือ ลุงป้องยืนกอดอกพิงเสาเรือนอยู่ตรงนั้น เสื้อผ้าเขามีรอยเปื้อนฝุ่นดินเล็กน้อย แต่ดูไม่มีท่าทีบาดเจ็บ
"ลุง... พวกนั้นไปแล้วเหรอคะ?"
ลุงป้องไม่ตอบ เขาเดินเข้ามาใกล้ก้มลงมองเครื่องแกงในครกที่ยังแหลกไม่ละเอียดดี เขากดหลังมือลงบนข้อมือเธอ สัมผัสถึงความสั่นเทาที่ไม่มีวันหยุด
"ยายเจ้าเคยบอกข้าว่า แกงส้มไม่ใช่แค่การเอาของเปรี้ยวมาเจอกับของเผ็ด แต่มันคือการเจรจาระหว่างความจัดจ้านกับความนวลเนียน" ลุงป้องหยิบชิ้นกระชายสดขึ้นมาขยี้เบาๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย "เจ้าใส่กระชายน้อยไป และเจ้าลืมตำกะปิกับเนื้อปลาต้มลงไปพร้อมกัน แกงถึงได้ขาดความเข้มข้น"
รินมองชายชราด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ "ทำไมลุงต้องทำขนาดนี้? ปกป้องสมุดเล่มนี้ ปกป้องสวนนี้... เพื่ออะไรกันแน่?"
"เพราะยายเจ้าเคยสัญญาไว้ว่า จะให้ผู้ที่คู่ควรที่สุดเท่านั้นเป็นผู้สืบทอด" ลุงป้องตักเนื้อปลาทูต้มสุกที่เหลืออยู่บนโต๊ะมาโขลกลงในครก "ถ้าเจ้ายังทำแกงส้มหม้อนี้ให้อร่อยเหมือนที่ยายเคยทำไม่ได้ เจ้าก็ไม่มีวันเข้าใจความหมายของ 'โฉนด' ที่เจ้าถืออยู่หรอกริน"
รินเม้มปากแน่น ความทิฐิในฐานะเชฟที่เคยผ่านงานโรงแรมหรูในเมืองถูกท้าทาย เธอลงมือตำต่อ คราวนี้ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความมุ่งมั่น เธอค่อยๆ ปรุงรสตามความรู้สึกที่ลุงป้องแนะ กลิ่นหอมของเครื่องแกงเริ่มเปลี่ยนไป... มันหอมฟุ้ง มีมิติ และชวนให้คิดถึงรอยยิ้มของคุณยาย
"เปรี้ยว... หวาน... เค็ม... ต้องให้มันคลอเคลียกันเหมือนเสียงดนตรี ไม่ใช่ตะโกนใส่กัน" ลุงป้องสอนพลางหยิบน้ำมะขามเปียกเทลงไปทีละน้อย
ทว่า... ในจังหวะที่รินกำลังจะตักน้ำแกงขึ้นชิม เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เธอทำนั้น 'ถูกต้อง' หรือไม่ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าบ้าน รอบนี้ไม่ใช่การทุบประตู แต่เป็นเสียงของเหล็กที่กระทบกัน... เสียงของคนที่พกอาวุธมาด้วย
ลุงป้องหน้าถอดสี เขาคว้าข้อมือรินทันที "พวกวรวงศ์ไม่ได้มาคนเดียว... พวกมันมาพร้อมกับผู้ช่วยทนายความ"
รินมองสมุดที่วางอยู่ใต้เขียง ก่อนจะมองไปที่ประตูครัวที่ปิดไม่สนิท แสงไฟฉายสว่างวาบผ่านช่องว่างของผนังไม้เข้ามาจับที่ตัวเธอและลุงป้อง
"อยู่นั่น! จับตัวมันไว้! อย่าให้สมุดหลุดมือ!"
เสียงตะโกนดังกึกก้อง รินตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การบุกรุก แต่มันคือ 'การปล้น' ในคราบกฎหมาย ลุงป้องผลักเธอให้เข้าไปหลบหลังเตาไฟเก่า ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่พังประตูเข้ามา
"ถ้าพวกแกอยากได้สมุดเล่มนี้ ก็ข้ามศพข้าไปก่อน!" ลุงป้องตะโกนก้อง
รินหยิบสมุดขึ้นมา แต่ทว่า... เมื่อเธอเปิดหน้าปกหลังออกเพื่อจะดูว่าทำไมที่นี่ถึงสำคัญนัก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพียงโฉนดที่ดิน แต่มันคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งร่วงลงมา... รูปถ่ายของคุณยายที่ยืนถ่ายคู่กับ 'ชายคนหนึ่ง' ซึ่งรินจำได้ดีว่าเป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังพยายามยึดสวนของเธอในตอนนี้
และที่หลังรูปถ่าย มีลายมือของคุณยายเขียนไว้เพียงสั้นๆ ว่า...
*‘แด่ผู้ที่จะมาทำลายเรา... จงจำไว้ว่าเลือดเนื้อที่เขามี ก็มาจากหม้อแกงหม้อนี้เช่นกัน’*
ความจริงที่เธอกำลังเผชิญ... ซับซ้อนและโหดร้ายกว่าที่คิดไว้หลายเท่าตัว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินและกลิ่นไอของแกงส้มในความทรงจำ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - ครัวคุณยาย
สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน•ตอนที่ 3
แกงส้มในความทรงจำ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!