กล่องกระดาษลูกฟูกสีน้ำตาลสามใบที่วางระเกะระกะอยู่กลางห้องพักขนาดกว้างไม่เกินสี่เหลี่ยมผืนผ้า คือเครื่องยืนยันความจริงอันโหดร้ายว่า โลกของนายประธานนักเรียนผู้แสนจะเนี๊ยบและไร้ที่ติอย่าง ‘คิน’ พังทลายลงมาเรียบร้อยแล้ว
“นี่คุณ จะยืนทำเท่ทำซากอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะคะ? ช่วยหยิบเทปกาวมาแปะก้นกล่องให้มันแน่นหนากว่านี้หน่อยสิคะ หรือว่าคุณทำเป็นแต่สั่งคนอื่นจนเคยตัว ถึงได้ลืมวิธีใช้แรงงานตัวเองไปซะแล้ว”
เสียงใสๆ ที่ติดจะเหวี่ยงนิดๆ ของมินต์ดังขึ้น พร้อมกับร่างเพรียวบางในชุดไปรเวทสบายตาที่กำลังนั่งยองๆ คัดแยกเอกสารการเรียนนับร้อยแผ่นของคินลงในแฟ้มอย่างทะมัดทะแมง เธอยื่นหน้าขึ้นมองคนตัวสูงที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนริมหน้าต่าง ดวงตาคู่คมของคินหลุบมองกล่องพวกนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
คำพูดประกาศิตอันเย็นชาของบิดาที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท จากเหตุการณ์ในคืนก่อน—*“ที่แท้ก็เพราะนังเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้นี่เอง... แกถึงกล้าทรยศครอบครัวตัวเองสินะ ไอ้ลูกอกตัญญู!”*—มันบาดลึกจนคินเลือกที่จะเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังโตโดยไม่หันหลังกลับ แม้กระทั่งกระเป๋าเงินหรือบัตรเครดิตเสริมที่ผูกกับบัญชีครอบครัว เขาก็โยนมันทิ้งไว้บนโต๊ะอาหารอย่างไม่ใยดี
ทว่า ความอีโก้สูงลิ่วในฐานะประธานนักเรียนและลูกชายคนโตตระกูลใหญ่ กลับไม่ได้ช่วยให้เขามีข้าวกินหรือที่ซุกหัวนอนในคืนนี้เลยสักนิด... และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม คนที่เขาเคยปากเสียงด้วยทุกวี่ทุกวันอย่างมินต์ ถึงมายืนหัวโด่อยู่ในห้องเช่าราคาประหยัดใกล้โรงเรียนแห่งนี้ได้
“ผมไม่ได้ทำเป็นแต่สั่ง” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้อง ฝ่ามือหนาหยิบม้วนเทปกาวขึ้นมาอย่างเก้ๆ กังๆ มือคู่ที่เคยถือปากกาเซ็นเอกสารงบประมาณโรงเรียนสั่นเทาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด “...แต่ผมแค่นไม่เคยต้องมาเก็บกวาดชีวิตตัวเองจากเศษซากความล้มเหลวแบบนี้ต่างหาก”
มินต์ชะงักมือที่กำลังจัดแฟ้ม สายตาที่เคยฉาบด้วยความหงุดหงิดอ่อนลงวูบหนึ่งเมื่อเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนัดของคนตรงหน้า เธอมองทะลุผ่านความเย่อหยิ่งและมาดนิ่งที่เขาสวมใส่เป็นเกราะกำบังมาตลอดหลายปี จนลืมไปว่าภายใต้เปลือกนอกนั้น คินก็เป็นแค่เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีคนหนึ่งที่เพิ่งถูกตัดหางปล่อยวัดออกจากอ้อมอกครอบครัว
“ชีวิตคนเรามันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะคะ คุณคิน” มินต์ถอนหายใจเบาๆ เธอยื่นมือไปแย่งม้วนเทปกาวมาจากมือเขาแล้วจัดการดึงและแปะก้นกล่องให้อย่างคล่องแคล่ว “บางครั้ง การล้มลงแล้วยอมรับว่าตัวเองไม่มีที่ไป มันไม่ได้แปลว่าคุณแพ้หรอกค่ะ... มันแค่แปลว่า คุณได้เริ่มต้นชีวิตที่เป็นของตัวเองจริงๆ สักที”
กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กที่ติดอยู่ปลายผมของมินต์โชว์แตะจมูกของคินในจังหวะที่เธอนั่งขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่โตที่มักจะจ้องจะหาเรื่องเขาเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจที่บริสุทธิ์ใจที่สุด จนคินไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
“ขอบคุณนะ... มินต์”
เสียงทุ้มเอ่ยเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงพัดลมเพดานเก่าๆ ที่หมุนเอื่อยๆ มินต์ชะงักไปเล็กน้อย เธอนิ่งค้างไปสามวินาทีเมื่อได้ยินคำขอบคุณที่หลุดออกมาจากปากของนายมาดนิ่ง ปกติแล้วมีแต่คำพูดเหน็บแนมหรือการปะทะคารม แต่วันนี้... เขากลับยอมพังกำแพงทิฐิลงต่อหน้าเธอ
“อะ... อะไรกันคะ อยู่ดีๆ มาพูดจาแปลกๆ แบบนี้ ขนลุกหมดแล้วนะ!” มินต์รีบเบือนหน้าหนีซ่อนรอยแดงเรื่อที่จู่ๆ ก็ลามเลียขึ้นมาบนพวงแก้ม เธอก้มตัวลงหยิบกระดาษขึ้นมาสะบัดแก้เก้อ “รีบๆ จัดของให้เสร็จเถอะค่ะ ห้องแคบๆ นี่ไม่ได้มีพื้นที่ให้คุณมานั่งดรามาซะหน่อย ฉันอุตสาหะช่วยหาห้องเช่าราคาถูกแถมปลอดภัยนี่ให้คุณแล้วนะ รู้ตัวไหมว่าฉันต้องไปตื๊อเจ้าของหอจนปากแทบฉีกน่ะ”
คินมองท่าทีเก้อเขินที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยความดุของหญิงสาว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่แทบจะไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก—รอยยิ้มที่ไร้การปรุงแต่งและจริงใจที่สุดเท่าที่มินต์เคยเห็นมา
“ทำไมถึงช่วยผมล่ะ?” คินเอ่ยถามด้วยความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในอก “ในเมื่อเรา... เถียงกันแทบตายทุกวัน คุณน่าจะสะใจด้วยซ้ำที่เห็นผมตกอับแบบนี้”
มินต์หันกลับมามองเขา ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความดื้อรั้นที่เป็นเอกลักษณ์ “ก็เพราะฉันเกลียดเวลาเห็นใครมาทำตัวน่าสมเพชใส่ตัวเองยังไงล่ะคะ! อีกอย่าง ถ้าคุณไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้วใครจะเป็นคู่กัดให้ฉันคอยลับฝีปากที่โรงเรียนล่ะคะ? เสียเวลาฉันแย่สิ”
คำตอบที่เต็มไปด้วยความปากแข็งนั้นเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอจากคินได้ ความตึงเครียดที่กดทับหัวใจเขามาตลอดทั้งวันค่อยๆ มลายหายไปทีละน้อย บรรยากาศรอบตัวในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ควรจะหดหู่ กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาด—ความรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในคฤหาสน์หลังใหญ่โตหลังนั้น
ทั้งสองช่วยกันจัดของจนล่วงเลยเข้าสู่ยามค่ำคืน แสงไฟนีออนสลัวๆ สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างกระทบกับเงาของคนทั้งคู่ที่กำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่บนพื้นห้อง ท่ามกลางกองกล่องกระดาษที่ถูกจัดเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย มินต์เอื้อมมือไปหยิบกระป๋องน้ำอัดลมสองกระป๋องจากถุงพลาสติก ยื่นให้คินกระป๋องหนึ่ง
“อะ เอาไปดื่มแก้เหนื่อยค่ะ ประธานนักเรียนผู้ตกยาก”
คินรับมาเปิดกระป๋องแล้วจิบเบาๆ ความซ่าและความเย็นช่วยคลายความเหนื่อยล้าลงได้บ้าง เขามองหน้าหญิงสาวที่นั่งชันเข่าอยู่ตรงข้าม ภายใต้แสงไฟสีส้มสลัว มินต์ดูแตกต่างจากยัยตัวร้ายจอมเหวี่ยงที่เขาคุ้นเคย เธอมีความอ่อนโยนและพึ่งพาได้อย่างน่าประหลาด
“มินต์...” คินเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
“อะไรอีกคะ? จะบ่นเรื่องห้องแคบเกินไปเหรอ ฉันบอกไว้ก่อนนะว่าเงินในกระเป๋าฉันตอนนี้มีจำกัด—”
“ไม่ใช่เรื่องนั้น” คินส่ายหัวเบาๆ ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ “...ขอบคุณจริงๆ ที่วันนั้น คุณไม่ได้เดินหนีหายไปจากชีวิตผมเหมือนคนอื่นๆ”
มินต์ชะงัก หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ภายใต้ความเงียบที่โรยตัวลงมา รอบกายของพวกเขามีเพียงเสียงหายใจแผ่วเบาและเสียงรถราที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนด้านล่าง บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนผ่านจากความคุ้นเคยแบบคู่กัด ไปสู่บางสิ่งที่ลึกซึ้งและเปราะบางเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาทำลายมัน
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่ถักทอความรู้สึกผูกพันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนั้น...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหันและรุนแรง ราวกับจงใจจะพังมันให้พังคามือ
ทั้งมินต์และคินสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ใครกันที่จะมาเคาะประตูห้องเช่าราคาถูกแบบนี้ในเวลาสามทุ่มกว่า? คินขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาฉายแววระแวดระวัง เขาก้าวเท้าไปที่ประตูห้องด้วยความลังเล ก่อนจะเอื้อมมือไปหมุนลูกบิดแล้วดึงเปิดออกช้าๆ
แสงไฟนีออนจากทางเดินสาดส่องเข้ามาภายในห้อง เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่หน้าห้อง—บุคคลที่ทำให้เลือดในกายของคินเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว และทำให้ดวงตาของมินต์เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
“ไง... ลูกชายตัวดี หนีออกจากบ้านมาซุกหัวนอนอยู่กับอีตัวไร้หัวนอนปลายเท้านี่เองสินะ”
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของชายวัยกลางคน—ผู้มีศักดิ์เป็น *‘พ่อ’* ของคิน ที่กวาดสายตามองเข้ามาในห้องด้วยแววตารังเกียจราวกับมองขยะเปียก และด้านหลังของเขายังมีชายชุดดำร่างยักษ์อีกสองคนยืนปิดกั้นทางหนีทีไล่เอาไว้จนหมดสิ้น!
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง" มาโดยตลอดนะคะ*
— *ไอศกรีมมินต์ช็อก*
สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 46
ที่พักพิงชั่วคราว
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!