แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 16

การตัดสินใจของกวิน

ผลงานโดย คนมองเมือง
"คุณมีวุฒิการศึกษาที่ยอดเยี่ยมนะคุณกวิน... แต่เกรงว่าเราคงมองหาคนที่ 'พร้อมจะยืดหยุ่น' มากกว่านี้" เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเขื่องนั้นไม่ได้มีความหมายเพียงแค่คำปฏิเสธ แต่มันคือกำแพงคอนกรีตหนาเตอะที่เลื่อนลงมาปิดกั้นทางออกสุดท้ายของกวิน กวินประสานมือแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน เขานั่งตัวตรง พยายามรักษาท่าทีของสุภาพบุรุษที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากที่พยายามสวมไว้ออกจนหมดสิ้น "คำว่ายืดหยุ่น... ในความหมายของคุณพี่ คือการที่ผมต้องรับเงินเดือนเท่าเดิม แต่ต้องทำงานเท่ากับสามคน โดยไม่มีโอทีใช่ไหมครับ?" กวินถามออกไป น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่แฝงด้วยความสั่นไหวเล็กๆ ที่เขาไม่อาจซ่อนได้ ชายวัยกลางคนหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรู้สึก เขาหยิบซองเอกสารของกวินขึ้นมาแล้ววางมันคืนลงบนโต๊ะราวกับเป็นของที่ไม่มีค่า "เมืองนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความยุติธรรมครับคุณกวิน มันขับเคลื่อนด้วยความอยู่รอด ถ้าคุณไม่พอใจกฎของเกม ก็แค่เดินออกจากกระดานไป... ยังมีคนอีกร้อยคนที่พร้อมจะนั่งเก้าอี้ตัวที่คุณกำลังนั่งอยู่นี้ โดยไม่ถามหาความยุติธรรมเลยสักคำ" กวินลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสูดหายใจลึก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงในห้องปรับอากาศเย็นจัดนี้ช่างตัดกับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นไอเสียที่เขาสัมผัสมาตลอดการเดินทางข้ามเมืองเพื่อมาสัมภาษณ์งานครั้งที่สิบสองของเดือน เขาโค้งศีรษะให้ชายคนนั้นอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป ท่ามกลางสายตาของเหล่าพนักงานในออฟฟิศที่จ้องมองเขาด้วยความเวทนาปนสมเพช เขาก้าวออกมาสู่ระเบียงทางเดินของตึกระฟ้าใจกลางเมือง มองเห็นมหานครผ่านกระจกใสเบื้องล่าง รถราติดขัดเป็นสายยาวเหมือนเส้นเลือดที่กำลังจะตีบตัน กวินรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงอนุภาคเล็กๆ ที่ถูกระบบบดขยี้จนแทบไม่เหลือรูปร่าง เขาส่งข้อความหาลินินทันทีที่มือถือสั่นเตือนจากกระเป๋ากางเกง *‘ผมแพ้แล้ว ลินิน ระบบมันเข้มแข็งเกินไป’* ไม่นานนัก คำตอบก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เป็นข้อความลายมือที่คุ้นเคยในกระดาษจดหมายที่เขาพกติดตัวไว้เสมอ *‘คนที่แพ้ไม่ใช่คุณกวินค่ะ แต่มันคือความเป็นคนในเมืองนี้ต่างหาก พักสักครู่เถอะค่ะ ที่ม้านั่งตัวเดิมใต้ต้นไม้ใหญ่ ผมกับคุณลุงสมรออยู่’* กวินเดินไปตามทางเท้าที่ขรุขระ ผู้คนเดินสวนไปมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งรอยยิ้ม หรือแม้แต่การสบตา เขารู้สึกเหมือนเป็นผีที่ไร้ตัวตนในเมืองแห่งนี้ จนกระทั่งเดินมาถึงสวนสาธารณะเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังตึกแถวเก่าแก่ เขาเห็นแผ่นหลังของลินินนั่งอยู่ข้างชายชราคนหนึ่งที่ดูมอมแมมเหมือนขยะที่เขาเก็บเป็นประจำ "ชีวิตเหมือนกล้องถ่ายรูปนั่นแหละกวิน" ลุงสมเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหน้าเขา โดยไม่ได้หันมามอง "ถ้าโฟกัสผิดจุด ภาพที่ได้ก็เบลอจนมองไม่เห็นความหมาย ไม่ใช่ความผิดของกวินหรอกที่ปรับโฟกัสไม่ได้ ในเมื่อเมืองนี้มันจงใจทำให้เลนส์ของคุณมัว" ลินินขยับที่ให้กวินนั่งลง เธอส่งขวดน้ำเปล่าให้เขาก่อนจะพูดต่อ "คนเขาเรียกสิ่งที่ทำกับคุณว่า 'ความจริงของโลกการทำงาน' แต่ฉันเรียกว่า 'การกดทับของระบบ' กวิน... ถ้าเรายังทำตามกติกาของเขา เราก็จะถูกขยี้ซ้ำๆ จนกว่าเราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของขยะในเมืองนี้ไป" กวินก้มหน้ามองมือตัวเอง "แล้วเราจะทำอย่างไร? ผมไม่มีทางเลือกแล้ว เงินเก็บก้อนสุดท้ายกำลังจะหมดลงในสิ้นเดือนนี้" "ถ้าไม่มีทางเลือก ก็แค่สร้างทางขึ้นมาใหม่สิ" ลุงสมวางกล้องฟิล์มเก่าๆ ที่คอลงบนตัก "ผมมีบางอย่างที่เก็บไว้มานาน... บางอย่างที่อาจจะทำให้คนพวกนั้นสั่นสะท้านได้บ้าง มันเป็นเรื่องที่ผมแอบถ่ายได้เมื่อสิบปีก่อน เรื่องที่ทำให้ผมต้องกลายเป็นคนเก็บขยะในสายตาพวกมัน" กวินเงยหน้าขึ้นมองลุงสมด้วยความประหลาดใจ แววตาของชายชราในตอนนี้ไม่ได้ดูหม่นหมองเหมือนเช่นทุกวัน แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยความเด็ดเดี่ยวที่น่าสะพรึงกลัว "เรื่องอะไรครับลุง?" กวินถามด้วยเสียงแหบพร่า ลุงสมหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเก่ากรังออกมาจากกระเป๋าผ้าขาดๆ ของเขา ก่อนจะผลักมันมาตรงหน้ากวิน "เรื่องของบริษัทที่คุณเพิ่งไปสัมภาษณ์มาเมื่อกี้... พวกมันไม่ได้แค่กดขี่แรงงาน แต่มันกำลังทำลายชีวิตคนนับร้อยเพื่อผลประโยชน์ของคนเพียงไม่กี่คน ถ้าคุณพร้อมจะเดิมพันชีวิตที่เหลืออยู่กับการเปิดโปงความจริงนี้ นี่คืออาวุธเดียวที่คุณมี" กวินมองซองจดหมายนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว มือของเขาสั่นระริกขณะเอื้อมไปแตะมัน ความขัดแย้งถาโถมเข้ามาในหัว ทั้งความกลัวต่ออำนาจมืดและความปรารถนาที่จะกอบกู้ศักดิ์ศรีของตนเอง ในขณะที่นิ้วของกวินกำลังจะเปิดปากซอง จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากด้านหลังของพุ่มไม้รอบตัวพวกเขา ชายชุดดำสามคนก้าวออกมาจากเงามืดของตึกแถว ล้อมพวกเขาไว้ในวงจำกัด ลินินกระชับมือที่จับแขนกวินไว้แน่น ส่วนลุงสมเพียงแค่ยิ้มหยันให้กับกลุ่มคนที่เข้ามาใหม่ "นึกว่าพวกแกจะตามหาตัวฉันไม่เจอกันเสียอีก" ลุงสมกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะหันมาหากวิน "ตัดสินใจซะกวิน... จะเป็นเหยื่อให้มันเหยียบย่ำต่อ หรือจะยอมตายในฐานะคนที่ได้พูดความจริง?" กวินจ้องมองเงาดำที่พุ่งตรงมาหาเขา พร้อมกับตัดสินใจครั้งสำคัญที่เดิมพันด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้ายของชีวิต ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความสับสนวุ่นวายของชีวิตในมหานครนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%