“คุณโกหกผมมาตลอด ลินิน”
เสียงของผมสั่นพร่าขณะวางจดหมายฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในร้านกาแฟที่หลบมุมอยู่หลังตึกแถวร้าง กลิ่นกาแฟคั่วบดที่เคยให้ความรู้สึกอบอุ่น บัดนี้กลับดูจืดชืดและห่างเหิน ลินินไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากถ้วยเซรามิกในมือ เธอเพียงแต่นิ่งค้าง ปลายนิ้วเรียวที่จับหูแก้วสั่นระริกจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ อย่างน่าใจหาย
“คนเราทุกคนล้วนมีความลับที่อยากซุกซ่อนไว้ใต้พรมนะครับกวิน โดยเฉพาะคนที่มีชีวิตเหมือนเศษขยะอย่างฉัน” ลินินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่ในดวงตาคู่สวยนั้นกลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมกรรโชก
“แต่ความลับเรื่องที่ว่าคุณเป็นลูกสาวของคนที่ทำลายชีวิตคุณลุงสม… เรื่องนี้มันเกินกว่าที่ผมจะเข้าใจได้” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน จ้องมองเธอราวกับพยายามจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย
ลินินวางแก้วลงช้าๆ เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะแหงนมองเพดานร้านที่เต็มไปด้วยรอยคราบน้ำคล้ายแผนที่ของความทุกข์ระทม “คุณลุงสมเคยเป็นช่างภาพข่าวที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของเมืองนี้ใช่ไหมครับ? เขาบันทึกภาพความฉ้อฉลของพ่อฉันไว้ได้ แต่ก็นั่นแหละ… พ่อของฉันมีเงินและอำนาจมากพอที่จะบิดเบือนความจริงให้กลายเป็นเรื่องโกหก และโยนความผิดทั้งหมดให้คุณลุงสม จนเขากลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ต้องมาคุ้ยขยะเลี้ยงชีวิตอย่างที่คุณเห็น”
“แล้วทำไม… ทำไมคุณถึงมาอยู่กับเขา ทำไมต้องปิดบังผม?”
“เพราะฉันอยากจะไถ่บาป” ลินินหันกลับมาสบตาผม ความนิ่งสงบเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความแตกสลายที่พรั่งพรูออกมา “ฉันไม่ได้มาเพื่อจับผิดเขา แต่ฉันมาเพื่อเฝ้าดูว่าคนที่พ่อฉันทำลายทิ้ง เขาใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไร ฉันเกลียดนามสกุลของตัวเอง เกลียดเงินทุกบาทที่พ่อส่งมาให้ และเกลียดตัวเองที่ต้องใช้วิธีหลบซ่อนเพื่อหาความสงบสุขเพียงสั้นๆ ในมหานครที่โหดร้ายแห่งนี้”
ผมเงียบไป ความเงียบงันในร้านกาแฟดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ในหัวผมตีรวนไปหมด กวินที่เคยคิดว่าตัวเองเข้าใจโลกใบนี้ดีผ่านจดหมายของลินิน บัดนี้กลับรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักใครเลยจริงจัง
“คุณลุงสมรู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?” ผมถามเสียงแผ่ว
ลินินยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น “เขาฉลาดกว่าเราสองคนรวมกันเสียอีกครับกวิน เขาเห็นฉันตั้งแต่วันแรกที่ฉันไปนั่งข้างถังขยะนั่น เขาไม่ได้โกรธ ไม่ได้เกลียด แต่เขามองฉันด้วยสายตาที่สงสาร… สายตาที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดสำหรับคนทำผิดที่ต้องการจะชดใช้”
บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน เสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านนอกหน้าต่างเงียบหายไป ราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังหยุดนิ่งเพื่อฟังคำสารภาพของเธอ ผมขยับตัวเข้าใกล้เธอมากขึ้น เห็นหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาแต่ไม่มีวันร่วงหล่น ลินินไม่ใช่หญิงสาวพาร์ทไทม์ที่มองโลกในแง่ร้ายธรรมดาอีกต่อไป เธอคือเหยื่อของกรรมพันธุ์และอำนาจที่ไม่ได้ก่อขึ้นเอง แต่ต้องแบกรับไว้ตลอดชีวิต
“แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังไม่ได้บอกคุณ” ลินินโน้มตัวลงมากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือจนผมต้องกลั้นหายใจ “พ่อของฉันไม่ได้แค่ทำลายชื่อเสียงคุณลุงสม… แต่ในวันที่เขาถ่ายภาพใบนั้นได้ มันมี ‘สิ่งของ’ บางอย่างที่หายไปจากเหตุการณ์นั้น และสิ่งของชิ้นนั้น… ตอนนี้มันอยู่ในกล่องใต้เตียงห้องพักของฉัน”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม “และถ้าความจริงนี้ถูกเปิดเผย กวิน… คนที่จะต้องตายไม่ใช่แค่พ่อของฉัน แต่เป็นเราสองคน”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูร้านกาแฟ ประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเข้ามาด้วยแรงมหาศาลจนบานพับแทบหักกระเด็น ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนเดินก้าวเข้ามาพร้อมกับแสงไฟจากรถยนต์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างร้าน ลินินลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความหวาดกลัวสุดขีด
“กวิน! หมอบลง!” เธอตะโกนขณะที่หนึ่งในชายชุดดำชักปืนพกออกมาจากแจ็กเก็ต ผมเห็นประกายไฟแวบหนึ่งจากปากกระบอกปืนก่อนที่จะได้ยินเสียงเหนี่ยวไกเพียงเสี้ยววินาที
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านเงามืดของมหานครไปกับคนมองเมืองนะครับ
แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 41
คำสารภาพของลินิน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!