“หมอบลง!”
เสียงตะคอกแหบพร่าของลินินดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่ต้นแขนของกวิน เธอเหวี่ยงร่างเขาให้พ้นจากรัศมีของลำแสงไฟฉายที่กวาดผ่านกำแพงอิฐไปเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นอับชื้นของขยะเน่าเสียและฝุ่นละอองในตรอกคลุ้งกระจายขึ้นมาทันทีที่รองเท้าบูทหนักๆ ของกลุ่มคนปริศนาเหยียบลงบนพื้นดินที่แฉะชื้น
“พวกมันตามกลิ่นเรามา... ไม่ใช่แค่บังเอิญ กวิน” ลินินกระซิบชิดใบหู ลมหายใจของเธอหอบถี่และสั่นเทาเล็กน้อยในความมืดมิดที่กลืนกินทุกอย่างรอบตัว
กวินพยายามควบคุมอาการสั่นที่มือ เขาหันไปมองฝั่งตรงข้ามของตรอก ที่นั่น... ในมุมที่มืดที่สุดของซอย ลุงสมกำลังยืนนิ่งเป็นเป้านิ่ง ท่ามกลางวงล้อมของชายฉกรรจ์ในชุดสีดำสนิทที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์อาชญากรรมที่เขาเคยดูสมัยยังเป็นพนักงานออฟฟิศไฟแรง
“สม... ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่าล้ำเส้น” เสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวานด้วยอำนาจดังมาจากชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าสุด เขาขยับหน้ากากอนามัยลง เผยให้เห็นแผลเป็นยาวพาดผ่านสันจมูก ใบหน้านั้นนิ่งเรียบ ทว่าแววตาประหนึ่งคมมีดที่พร้อมจะกรีดผ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า
ลุงสมไม่ตอบ ชายชราผู้ผ่านโลกมาจนผิวหนังเหี่ยวย่นเพียงแค่ขยับยิ้มที่มุมปาก แววตาของอดีตช่างภาพข่าวคนนี้ไม่มีความกลัวแม้แต่นิดเดียว มันกลับมีความสมเพชปนเปอยู่ในนั้น
“เมืองนี้มันมีกฎของมันนะไอ้หนู” ลุงสมพูดขึ้น เสียงของเขาสงบนิ่งจนน่าประหลาด “แต่พวกแกน่ะ... กฎของแกมันก็แค่คราบสกปรกที่รอวันโดนน้ำฝนชะล้างไปเท่านั้นแหละ”
“อวดดีนักนะ”
ชายที่มีแผลเป็นก้าวเข้าหาลุงสม เขาคว้าคอเสื้อตัวโคร่งที่เต็มไปด้วยคราบสกปรกของคนชราแล้วกระชากจนตัวลอย ก่อนจะกระแทกหลังลุงสมเข้ากับผนังปูนอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง 'ปึก' กวินแทบจะลุกขึ้นไปช่วย หากไม่ใช่เพราะลินินบีบข้อมือเขาไว้แน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ
“อย่า... กวิน ถ้าเราออกไปตอนนี้ เราจะตายกันหมด” ลินินเตือนด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด แม้ดวงตาของเธอจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ต้องมองคนรู้จักตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
“แกเก็บภาพอะไรไว้ในกล้องตัวเก่าของแก สม?” ชายคนนั้นกดเสียงต่ำลง กระซิบเข้าที่ข้างหูของลุงสม “เอามาส่งให้เราซะ แล้วเราจะปล่อยให้แกกลับไปเน่าตายอยู่ในซอกตึกนี่ตามประสาคนจรจัดเหมือนเดิม”
ลุงสมหัวเราะร่วน แม้เลือดจะซึมออกมาจากมุมปาก “รูปพวกนั้นน่ะเหรอ? มันเป็นความทรงจำที่เมืองนี้พยายามจะลืมยังไงล่ะ ถ้าแกอยากได้นัก... ก็ลองหาดูในนรกสิ”
ชายชุดดำชักปืนพกกระบอกสั้นออกมา จ่อเข้าที่ขมับของลุงสมโดยไม่มีความลังเลแม้แต่นาทีเดียว กวินกลั้นหายใจ หัวใจของเขาเต้นรัวจนเกือบจะหลุดออกมาจากอก ความขลาดกลัวที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายใน
“ลุงสม...” กวินพึมพำกับตัวเอง
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด ลินินกลับค่อยๆ หยิบโทรศัพท์มือถือที่ปิดเสียงไว้ขึ้นมา เธอไม่ได้รับสาย ไม่ได้โทรออก แต่กลับกดเปิดฟังก์ชัน 'บันทึกเสียง' ที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อครู่
“กวิน ฟังนะ” ลินินกระซิบ “ลุงสมกำลังล่อพวกมัน... เขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นเพราะความประมาท แต่เขากำลังรอจังหวะให้เราส่งสิ่งที่เขาต้องการไปให้ 'คนของเขา'”
กวินหันไปมองลินินด้วยความสับสน “คนของเขา? เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเหรอ?”
“ไม่มีใครอยู่ตัวคนเดียวในเมืองนี้หรอก กวิน... แม้แต่คนที่ดูเหมือนถูกทอดทิ้งที่สุดก็ตาม” ลินินมองไปรอบๆ พลางกวาดสายตาหาบางอย่าง “ดูนั่น... ที่หน้าต่างบานบนสุดของตึกแถวนั้น”
กวินเงยหน้าขึ้นมองตามสายตาของเธอ เห็นเงาตะคุ่มๆ ของใครบางคนกำลังยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมองมายังที่เกิดเหตุ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ให้กับลินิน
“ลุงสมกำลังเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อเปิดเผยสิ่งที่ถูกซ่อนไว้” ลินินกล่าวสรุป “และหน้าที่ของเรา คือการเป็นพยานในความโหดร้ายนี้ เพื่อที่มันจะได้ไม่สูญเปล่า”
ชายที่มีแผลเป็นเริ่มหมดความอดทน เขาเหนี่ยวไกปืนจนสุดแรง แต่นิ้วของเขากลับชะงักค้าง เมื่อเสียงไซเรนของรถตำรวจดังก้องมาจากต้นซอยในระยะไกล กลุ่มชายชุดดำชะงักหันไปมองด้วยความตระหนก
“แกเรียกตำรวจมางั้นรึ!” ชายชุดดำตะคอกใส่ลุงสม
ลุงสมยิ้มกว้างกว่าเดิม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ชายชุดดำรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง “ข้าไม่ได้เรียก... แต่คนที่แกไปทำร้ายเมื่ออาทิตย์ก่อนต่างหาก ที่เขาเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่า... เขาพร้อมจะให้การแล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมตรอกมืดสนิท ก่อนที่ชายชุดดำจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาเหวี่ยงลุงสมทิ้งลงกับพื้นอย่างไม่ใยดี แล้วตะโกนสั่งลูกน้องให้ถอยร่น แต่ก่อนจะก้าวออกจากตรอก เขาหันกลับมามองไปยังมุมมืดที่กวินและลินินซ่อนตัวอยู่
ดวงตาของมันประสานกับดวงตาของกวินโดยบังเอิญ
มันยกปืนขึ้นชี้มาทางพวกเขาโดยไม่รอช้า และในวินาทีก่อนที่นิ้วชี้จะเหนี่ยวไก ลินินก็กระชากกวินให้ถอยหลังหนี แต่แสงไฟฉายจ้ากลับสาดส่องเข้ามาตรงหน้าพวกเขาพร้อมกับเสียงปืนที่ดังลั่นตรอก สะท้อนก้องไปทั่วกำแพงตึกที่หม่นหมอง
กระสุนนัดหนึ่งถากผ่านไหล่ของกวินไปจนเขารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าว ทว่าสิ่งที่ทำให้กวินช็อกยิ่งกว่าคือร่างของใครบางคนที่โผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลังเขา เพื่อรับกระสุนนัดนั้นแทน...
“ลินิน!” กวินตะโกนสุดเสียง ทว่าคนข้างกายกลับไม่ใช่หญิงสาว แต่เป็นชายชุดดำอีกคนที่เขาสังเกตเห็นในวินาทีสุดท้ายว่า... เป็นคนจากฝั่งที่เขาคิดว่าเป็นศัตรู
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดของมหานครไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 35
เสียงเตือนจากเพื่อน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!