"ถ้าคุณยังไม่ยอมหยุดคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา คุณก็ไม่มีวันได้เริ่มใช้ชีวิตในวันใหม่หรอกครับกวิน"
เสียงของลินินราบเรียบ ทว่าคมกริบพอจะตัดผ่านความเงียบงันภายในร้านกาแฟเล็กๆ ที่อบอวลด้วยกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วเข้ม เธอไม่ได้เงยหน้าจากสมุดบันทึกในมือ นิ้วเรียวของเธอเพียงแค่หมุนปากกาหมึกซึมวนไปมาบนกระดาษอย่างใจลอย
กวินนั่งฝั่งตรงข้าม มือที่กุมแก้วกระดาษอุ่นๆ ไว้สั่นเทาเล็กน้อย เขาไม่ได้มองไปที่ลินิน แต่สายตาของเขาจับจ้องไปยังกลุ่มคนนับร้อยที่กำลังเร่งฝีเท้าข้ามถนนท่ามกลางแดดจ้าของวันอาทิตย์ที่ควรจะเป็นวันหยุด แต่ทว่าสำหรับมหานครแห่งนี้ ‘วันหยุด’ ดูจะเป็นเพียงนิยามที่ถูกแต่งแต้มขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนรู้สึกผิดน้อยลงเมื่อต้องก้มหน้าทำงาน
"วันหยุดไม่มีอยู่จริงหรอกครับลินิน" กวินเอ่ยเสียงเบาแหบพร่า "มันเป็นแค่ช่วงเวลาที่บริษัทอนุญาตให้เราไปซ่อมแซมร่างกายที่พังทลาย เพื่อให้พร้อมกลับไปถูกใช้งานในวันจันทร์เท่านั้นเอง"
ลินินวางปากกาลง เธอเงยหน้าขึ้น แววตาที่ปกติจะดูหม่นหมองคู่นั้นดูราวกับมีแสงวูบวาบจากความเข้าใจบางอย่าง "คุณเพิ่งพูดประโยคที่ฟังดูเหมือนคนแพ้เข้าไปทุกทีแล้วนะกวิน แต่เอาเถอะ... วันนี้ผมมีนัดสำคัญ"
เธอกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะลุกขึ้นยืน กวินมองตามแผ่นหลังที่ดูลึกลับของเธอไปจนลับสายตา เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะสังเกตเห็นว่าบนโต๊ะที่ลินินนั่งเมื่อครู่ มีซองจดหมายสีน้ำตาลปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งวางทิ้งไว้หนึ่งฉบับ
กวินชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ความอยากรู้อยากเห็นขัดแย้งกับสามัญสำนึก แต่สุดท้ายมือของเขาก็หยิบมันขึ้นมาเปิดออก ภายในมีเพียงภาพถ่ายใบเดียว เป็นภาพของ 'คุณลุงสม' ที่กำลังยืนถือกล้องฟิล์มรุ่นเก่าในมุมมืดของตรอกแคบๆ ที่เขามักจะไปเก็บขยะ และเบื้องหลังของลุงสมนั้นคือกลุ่มชายชุดดำที่ดูไม่ใช่พนักงานออฟฟิศธรรมดา
เขารีบคว้าเสื้อคลุมแล้ววิ่งฝ่าฝูงชนออกไปทันที
ภาพที่กวินเห็นเมื่อไปถึงจุดหมายที่ลินินเคยบอกใบ้ไว้ คือภาพของคุณลุงสมที่ไม่ได้ดูเหมือนคนเก็บขยะทั่วไป เขากำลังโต้เถียงกับชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นด้วยท่าทีที่เด็ดขาดและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณลุงครับ!" กวินตะโกนออกไปโดยลืมความกลัว
ชายชุดดำทั้งหมดหยุดชะงักและหันมามองกวินพร้อมกัน สายตาของพวกมันไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความสมเพชอย่างประหลาด ในขณะที่คุณลุงสมเพียงแค่ถอนหายใจยาวๆ แล้วหันมาสบตากับกวินด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"กวิน... เธอก้าวเข้ามาในวงจรที่เธอไม่มีวันหาทางออกเจอแล้วล่ะ" ลุงสมพูดเบาๆ ก่อนจะโยนกล้องฟิล์มตัวนั้นมาให้เขา
กวินรับกล้องไว้ด้วยสัญชาตญาณ ทันใดนั้นชายชุดดำคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูว่า "คุณไม่ได้อ่านข้อความที่อยู่ในกล้องตัวนี้หรอกใช่ไหมว่ามันจะบันทึกอะไรไว้บ้างในวินาทีที่แสงแฟลชสว่างขึ้น"
กวินกดชัตเตอร์โดยไม่ตั้งใจตามแรงกระแทกของชายคนนั้น แสงแฟลชสีขาวโพลนสว่างวาบไปทั่วตรอกแคบๆ กลบความมืดมิดของมหานครเสียจนมองไม่เห็นสิ่งใด และในชั่ววินาทีนั้นเอง กวินก็พบว่าภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอหลังกล้องไม่ใช่ภาพของลุงสมหรือชายพวกนั้น แต่มันคือภาพของตัวเขาเอง... ที่กำลังยืนอยู่ในที่เดียวกันนี้ แต่ในสภาพที่ไร้วิญญาณไปแล้ว!
กวินสะดุ้งสุดตัว มือของเขาปล่อยกล้องร่วงลงพื้นจนแตกกระจาย พร้อมกับเสียงปรบมือดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลังของเขาทั้งสองคน เมื่อกวินหันไปมอง เขาก็ต้องพบกับบุคคลที่เขาไม่คาดคิดที่สุด... คนคนนั้นคือเจ้าของบริษัทเดิมที่เพิ่งไล่เขาออกไปเมื่อสามเดือนก่อน!
"ยินดีด้วยนะกวิน ที่ในที่สุดเธอก็กล้าพอที่จะเปิดโลกอีกใบ" ชายคนนั้นกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนกวินขนลุกไปถึงกระดูกสันหลัง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความสับสนวุ่นวายของชีวิตในมหานครนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - คนมองเมือง
แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 14
วันหยุดที่ไม่มีจริง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!