"อย่าเอาหลังพิงผนังตรงนั้น กวิน... ปูนมันร่อนลงมาใส่เสื้อคุณหมดแล้ว"
น้ำเสียงของลินินเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความรำคาญใจจางๆ เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองจากสมุดบันทึกเล่มเก่าในมือ แต่มืออีกข้างของเธอกลับชี้ไปยังรอยร้าวขนาดใหญ่ที่พาดผ่านผนังห้องเช่าราคาถูก ซึ่งกวินกำลังยืนพิงอย่างสิ้นแรง
กวินสะดุ้งเล็กน้อย เขาขยับตัวออกห่างจากกำแพงที่ลอกร่อนเป็นแผ่นๆ ผิวปูนสีตุ่นร่วงกราวลงสู่พื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบและเต็มไปด้วยคราบฝังลึก กลิ่นอับชื้นของตึกเก่าที่ผ่านการใช้งานมานับสิบปีอบอวลอยู่ในอากาศ มันไม่ใช่กลิ่นของความสกปรก แต่มันคือกลิ่นของ 'ความล้มเหลว' ที่ระเหยออกมาจากโครงสร้างอาคาร
"ผมแค่รู้สึกว่า... ถ้าไม่พิงอะไรไว้สักอย่าง ตัวผมคงจะล้มลงไปจริงๆ" กวินตอบเสียงเบา เขาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงพับเหล็กที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดประท้วงน้ำหนักตัว เขาแหงนหน้ามองเพดานที่มีรอยน้ำซึมเป็นดวงใหญ่คล้ายแผนที่โลกที่ไม่มีใครอยากจดจำ
"ตึกนี้กำลังหายใจทิ้งครับกวิน" ลินินวางสมุดลง แล้วกวาดสายตามองไปรอบห้องที่คับแคบจนแทบไม่มีที่วางความคิด "รอยร้าวพวกนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของวิศวกรรม แต่มันคือรอยแตกของคนที่อาศัยอยู่ในนี้ด้วย พวกเราทุกคนที่ยอมจ่ายเงินแพงๆ เพื่อแลกกับรูหนูที่กันแดดกันฝนได้ไม่มิดชิด กำลังรอวันที่จะแตกสลายไปพร้อมกับผนังปูนพวกนี้"
กวินไม่ได้ตอบ เขามองรอยร้าวที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการสั่นสะเทือนของรถไฟฟ้าที่วิ่งผ่านหน้าอาคารไปอย่างรวดเร็ว ในมหานครแห่งนี้ ความเร็วคือพระเจ้า แต่สำหรับคนในตึกนี้ ความเร็วคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาพังทลายลงทีละน้อย
"คุณลุงสมหายไปไหนหรือครับ?" กวินเปลี่ยนเรื่อง เขาเริ่มรู้สึกว่าการจมดิ่งอยู่กับสภาพห้องจะทำให้เขาเสียสติ
"ลุงแกไปเฝ้าดูความลับของเมืองต่อแล้วครับ" ลินินแค่นยิ้มที่มุมปาก "แกบอกว่าในถังขยะน่ะเห็นอะไรชัดเจนกว่าในรายงานการประชุมของพวกนักบริหารเยอะ แกทิ้งข้อความไว้ให้คุณ... บอกว่าอยากให้ไปเจอแกที่ทางเดินหนีไฟชั้นดาดฟ้าหลังเที่ยงคืน"
"เที่ยงคืน? ในที่แบบนั้นน่ะหรือ?" กวินขมวดคิ้ว
"กวิน... คนอย่างเราไม่มีเวลาที่ปลอดภัยหรอกครับ มีแต่เวลาที่ 'เลือกได้' ว่าจะเผชิญหน้ากับอะไร" ลินินลุกขึ้นยืน เธอเดินไปเปิดหน้าต่างบานเกล็ดที่ฝืดจนแทบเปิดไม่ได้ เสียงเหล็กเสียดสีกันฟังดูบาดหู
แสงไฟจากตึกระฟ้าใจกลางเมืองสะท้อนเข้ามาเป็นริ้วยาว มันเป็นแสงสีส้มหม่นที่ดูเหมือนจะส่องสว่าง แต่กลับทำให้เงามืดในห้องดูน่ากลัวขึ้นไปอีก ลินินพิงขอบหน้าต่าง แผ่นหลังของเธอทาบทับกับแสงจ้าจากภายนอกจนใบหน้าเหลือเพียงเค้าโครงมืดดำ
"คุณจำวันที่คุณตกงานได้ไหม?" จู่ๆ เธอก็ถามขึ้น โดยไม่รอให้เขาตอบ "ผมหมายถึง... วันที่คุณเดินออกมาจากบริษัทวันนั้น คุณไม่ได้มองเห็นแค่ตึกสำนักงานที่คุณเคยรัก แต่มองเห็นว่าตึกนั้นมันช่างใหญ่โตและเย็นชาแค่ไหนเมื่อมันไม่มีชื่อของคุณอยู่บนโต๊ะทำงาน"
กวินกำหมัดแน่น ความทรงจำนั้นเจ็บปวดเหมือนแผลสด "ผมแค่ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองไม่มีความหมาย"
"ไม่มีใครมีความหมายในมหานครนี้หรอกครับ ถ้าเราไม่เริ่มสร้าง 'รอยแตก' ของเราเอง" ลินินหันกลับมา แววตาของเธอสั่นไหวอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน "รอยร้าวบนกำแพงห้องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอาคารทรุดตัว แต่มันเกิดขึ้นเพราะมีคนบางคนพยายามจะ 'ออกไป' จากที่นี่... และรอยร้าวพวกนั้น มันไม่ได้มีแค่ในผนังปูน"
เธอยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้เขา มันเป็นกระดาษแผ่นเก่าที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของคุณลุงสม
*‘กวิน เจ้าหนุ่ม... ถ้าแกอยากรู้ว่าทำไมเมืองนี้ถึงต้องกินคนเป็นอาหาร ลองไปดูที่ช่องลมหลังห้องเก็บของชั้นสี่ แล้วแกจะเข้าใจว่าทำไมรอยร้าวบนกำแพง ถึงเป็นสิ่งเดียวที่พูดความจริงกับเราเสมอ’*
กวินลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขาไปที่นั่นทันที แม้มันจะดึกดื่นเพียงใด เขาเดินผ่านห้องที่เงียบเชียบของเพื่อนบ้านแต่ละคน ความเงียบในตึกนี้ไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความกลัวที่ถูกกลบไว้ด้วยผนังปูนหนาๆ
เขามาถึงหน้าห้องเก็บของชั้นสี่ กลิ่นเหม็นอับทวีความรุนแรงขึ้น กวินขยับไม้กระดานที่ปิดกั้นช่องลมออก มือของเขาสั่นระริกขณะที่เอื้อมเข้าไปข้างใน เขาไม่ได้เจอแค่ฝุ่น แต่เขาสัมผัสได้ถึงวัตถุแข็งเย็นเยียบ
มันคือกล้องฟิล์มเก่าแก่ตัวหนึ่ง ที่เลนส์ด้านหน้ามีรอยร้าวคล้ายรอยร้าวบนกำแพงห้องเขาไม่มีผิดเพี้ยน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง กวินรีบซ่อนกล้องไว้ใต้เสื้อ แสงไฟฉายสว่างวาบส่องเข้าที่ใบหน้าเขาโดยตรง เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายแปลกหน้าที่เขาไม่เคยพบหน้ามาก่อนดังขึ้น
"เอาของที่ขโมยมาคืนผมซะ... แล้วผมจะแกล้งทำเป็นว่าคืนนี้ไม่มีใครตายที่นี่"
กวินตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นจากแสงไฟฉาย... ใบหน้าของคนตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น เพราะนั่นคือใบหน้าของคนที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วในวันที่เขาถูกให้ออกจากงาน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความสับสนวุ่นวายของชีวิตในมหานครนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - คนมองเมือง
แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 12
รอยแตกบนกำแพง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!