แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 22

ในมุมมืดของบริษัท

ผลงานโดย คนมองเมือง
"ถ้านายไม่เซ็นชื่อลงในเอกสารฉบับนี้ เรื่องที่นายทำพังในโปรเจกต์ปีที่แล้วจะถูกส่งถึงมือฝ่ายบุคคลโดยตรง... กวิน ผมว่าเราต่างคนต่างอยู่ดีกว่านะ อย่าให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้เลย" เสียงของ 'ชัย' เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กัดกินความรู้สึก ผมจ้องมองชายตรงหน้า—อดีตเพื่อนร่วมงานที่ครั้งหนึ่งเคยเรียกผมว่าพี่น้อง คนที่ผมเคยแบ่งแซนด์วิชให้กินในวันที่เราต้องปั่นงานจนดึกดื่นในออฟฟิศใจกลางเมืองแห่งนี้ วันนี้เขาไม่ได้มาในฐานะมิตร แต่มาในฐานะสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีต่ออำนาจมืดของบริษัท ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ในมุมอับของร้านกาแฟใต้ตึกที่เคยทำงาน กวินคนเดิมที่เคยขี้ขลาดและยอมจำนนกำลังพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าที่เหลืออยู่ สายตาของผมจับจ้องไปที่เอกสารตรงหน้า มันไม่ใช่แค่กระดาษรับผิดชอบ แต่มันคือตราประทับแห่งความล้มเหลวที่ผมไม่ได้ก่อ "ชัย... นายก็รู้ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น" ผมพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น "โครงการนั้นล่มเพราะการตัดสินใจของหัวหน้าแผนก ไม่ใช่เพราะไฟล์ที่หายไปของฉัน นายเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุด" ชัยแสยะยิ้ม มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมตระหนักว่า มิตรภาพที่เราเคยสร้างมาตลอดสามปีนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกฉาบไว้ด้วยผลประโยชน์ "โลกของผู้ใหญ่ไม่ได้มีแค่เรื่องถูกหรือผิดนะกวิน มันมีเรื่องของ 'ตำแหน่ง' และ 'อนาคต' ถ้ามีคนต้องล้มเพื่อให้คนอื่นได้ไปต่อ นายคิดว่าใครควรจะเป็นคนนั้น?" คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีด ผมมองออกไปนอกหน้าต่างกระจก เห็นผู้คนในเมืองใหญ่เดินผ่านไปมาอย่างเร่งรีบ ทุกคนมีชีวิต มีภาระ มีหน้ากากที่ต้องสวมใส่เพื่อความอยู่รอด ลินินเคยบอกผมเสมอว่า 'เมืองนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้เราเป็นคนดี แต่มันสร้างมาเพื่อให้เราเป็นผู้รอดชีวิต' แต่นี่หรือคือการรอดชีวิต? การเหยียบย่ำคนข้างหลังเพื่อให้ตัวเองสูงขึ้นงั้นหรือ? ผมละสายตาจากชัย หันไปมองมือตัวเองที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ในจังหวะที่ผมกำลังจะตอบโต้ คุณลุงสมที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่โต๊ะมุมมืดข้างๆ ก็ขยับตัว เสียงกระดาษยับย่นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด ลุงสมไม่ได้มองมาทางเรา แต่เขากระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ได้ยินชัดเจนเพียงแค่ผมคนเดียว "อย่าให้สุนัขที่หิวโซมากัดกินศรัทธาของตัวเองเพียงเพราะกลัวหิว... เพราะสุดท้ายแล้ว กรงที่มันขังตัวเองอยู่ ก็คือสิ่งที่มันกลัวที่สุด" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่างที่กระตุกจิตสำนึกของผม ผมเงยหน้าขึ้น สบตาชัยอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่กวินผู้หวาดกลัว แต่เป็นกวินที่เพิ่งเข้าใจว่า 'การปล่อยวาง' ไม่ได้หมายถึงการยอมจำนน แต่คือการยืนหยัดในความจริง "ฉันไม่เซ็น" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท "ถ้าฝ่ายบุคคลอยากรู้เรื่องโปรเจกต์นั้น ก็เชิญให้พวกเขาเรียกฉันเข้าไปคุยได้เลย เพราะสิ่งที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ได้แค่ผิดกฎบริษัท แต่มันผิดต่อจรรยาบรรณที่นายเคยบอกว่านายยึดถือมาตลอด" ชัยหน้าเปลี่ยนสีทันที ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงแววตาที่สั่นไหวด้วยความโกรธ "นายจะเสียใจที่ทำแบบนี้กวิน นายไม่มีอะไรเหลือแล้ว นายไม่มีแม้แต่ที่ยืนในสังคมนี้ด้วยซ้ำ!" เขาลุกขึ้นยืน ปัดกระดาษเหล่านั้นลงกับพื้นแล้วเดินจากไปอย่างหัวเสียทิ้งให้ผมจมอยู่กับความเงียบ แต่ความเงียบครั้งนี้ไม่น่ากลัวอีกต่อไป ผมหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกถึงอิสระที่กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ทว่าก่อนที่ผมจะได้เก็บกระดาษเหล่านั้นขึ้นมา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงผมก็สั่นเตือน เป็นข้อความจากเบอร์แปลกหน้าที่ส่งรูปภาพหนึ่งรูปมาให้ ผมกดเปิดภาพนั้นด้วยมือที่เริ่มเย็นเฉียบ มันเป็นภาพถ่ายของลินินที่กำลังเดินอยู่ในซอยลับหลังตึกบริษัทแห่งนี้ โดยมีเงาของชายปริศนาชุดดำเดินตามหลังเธอไปติดๆ พร้อมกับข้อความใต้ภาพที่เขียนว่า: *'ถ้าอยากให้เธอปลอดภัย จงนำหลักฐานเรื่องโครงการนั้นมาพบฉันที่ชั้นดาดฟ้าภายในสิบนาทีนี้ อย่าบอกใคร... ไม่อย่างนั้น คนที่อยู่ใกล้ตัวนายที่สุด จะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป'* หัวใจของผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของงาน แต่มันคือเกมที่อันตรายกว่าที่ผมเคยจินตนาการไว้มากนัก ผมคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกจากร้านกาแฟทันทีโดยไม่หันกลับไปมองลุงสมที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในมุมมืดนั้น ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความสับสนวุ่นวายของชีวิตในมหานครนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%