"ถ้าคุณยังมองหาความยุติธรรมในเมืองนี้ กวิน... คุณก็เป็นได้แค่เหยื่อรายต่อไปของมันเท่านั้นแหละ"
เสียงแหบแห้งเจือรสชาติของกาลเวลาลอดผ่านไรฟันสีเหลืองคล้ำของลุงสม ชายชราในชุดเสื้อคลุมกันหนาวตัวเก่าที่ผ่านการซ่อมแซมมานับครั้งไม่ถ้วน กลิ่นอับชื้นของกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าและกลิ่นฝุ่นดินลอยอบอวลอยู่ในห้องเช่าแคบๆ ใต้สะพานลอยย่านมักกะสัน แสงไฟนีออนกะพริบจากป้ายร้านสะดวกซื้อข้างนอกสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็ก ทาบทับใบหน้าของอดีตช่างภาพข่าวผู้กุมความลับครึ่งชีวิตให้กลายเป็นเงาสลัวที่น่าเกรงขาม
กวินนั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้ไม้โยกเยก มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขายังคงจำจดหมายฉบับล่าสุดจากลินินได้ขึ้นใจ—*‘ความจริงไม่ได้ถูกซ่อนไว้ในที่มืด แต่มันถูกวางไว้กลางแจ้ง ในจุดที่ไม่มีใครยอมก้มลงมอง’*—และในค่ำคืนนี้ ลุงสมกำลังพาเขาก้มลงมองซากปรักหักพังของความจริงเหล่านั้น
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึถูกผลักมาตรงหน้า เสียงกระดาษเสียดสีกันดังแกรกกรากราวนเสียงเตือนภัย
กวินเหลือบมองลุงสม ชายชราไม่ได้มองเขา สายตาฝ้าฟางคู่ร่วงโรยตามวัยกำลังจ้องมองไปยังแก้วสังกะสีใส่น้ำอุ่นที่มีไอระเหยลอยขึ้นมาบางเบา มือที่หยาบกร้านและมีรอยแผลเป็นจากการผ่านสมรภูมิข่าวสารในอดีตค่อยๆ หยิบมวนบุหรี่เก่าๆ ขึ้นมาจุดไฟ เปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นในความมืด ก่อนจะดับลงเหลือเพียงควันสีเทาจางๆ ที่ลอยวนเวียนอยู่เหนือศีรษะ
"เปิดดูสิครับ... สิ่งที่คุณตามหามันอยู่ในนั้น" ลุงสมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงแรงกดดันประหลาด "บริษัทที่คุณเคยศรัทธา... ที่เขี่ยคุณทิ้งเหมือนเศษกระดาษชำระ ไม่ได้เพิ่งทำเรื่องแบบนี้กับคุณเป็นคนแรกหريكหรา"
กวินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก นิ้วที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะมุมแฟ้มเอกสาร ความรู้สึกกลัวแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง มันคือความกลัวแบบเดียวกับวันที่เขาได้รับซองขาวแจ้งปลดออกอย่างไร้เยื่อใย ความรู้สึกไร้พลังในการต่อกรกับฟันเฟืองจักรกลขนาดมหึมาของทุนนิยมที่บดขยี้ชีวิตมนุษย์ตัวเล็กๆ ให้แหลقสลาย
แต่เขาก็ถอยหลังไม่ได้อีกแล้ว
เมื่อกวินเปิดแฟ้มออก แสงไฟนีออนสาดกระทบแผ่นกระดาษA4ที่เต็มไปด้วยเอกสารราชการ รายงานการประชุมลับ และภาพถ่ายขาวดำที่ถูกอัดขยายอย่างหยาบๆ ภาพแรกคือตึกสำนักงานใหญ่ที่เขาเคยคุ้นเคย ภาพที่สองคือรายชื่อพนักงานนับสิบคนที่ทยอยหายตัวไปจากระบบอย่างไร้ร่องรอยในช่วงห้าปีที่ผ่านมา และภาพที่สาม... ภาพถ่ายเงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ริมระเบียงดาดฟ้าตึกสูงในยามวิกาล
หัวใจของกวินกระตุกวูบ ภาพนั้น... คล้ายกับลินินเหลือเกิน
"ลุงสม... นี่มันอะไรกันครับ?" กวินเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "ผู้หญิงคนนี้... ทำไมถึงมีรูปเธออยู่ในเอกสารของบริษัท?"
ลุงสมพ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าเวทนา
"เพราะเธอกำลังทำในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ยังไงล่ะ กวิน" ลุงสมหันมาสบตาตรงๆ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่เฉียบคมราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นBึ้งจิตใจมนุษย์ "เธอกำลังพยายามค้นหาความจริงเบื้องหลังการตายของพี่ชายเธอ... พนักงานบัญชีคนแรกที่ ‘ฆ่าตัวตาย’ ไปเมื่อสามปีก่อน หลังจากพยายามเปิดโปงการทุจริตงบประมาณโครงการพัฒนาชุมชนของบริษัทนั้น"
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน กวินรู้สึกหูอื้อตาลาย ข้อมูลเหล่านี้หนักหนוסเกินกว่าที่สมองอันเหนื่อยล้าของเขาจะประมวลผลได้ทัน ภาพของลินินที่เขารู้จัก—หญิงสาวผู้เงียบขรึม ทำงานพาร์ทไทม์เหน็ดเหนื่อย และส่งจดหมายแลกเปลี่ยนความโดดเดี่ยวกับเขา—ซ้อนทับกับภาพของผู้หญิงในคดีฆาตกรรมอำพราง
"แล้วตอนนี้... เธออยู่ที่ไหนครับ?" กวินถาม เสียงของเขาแทบจะกลายเป็นกระซิบ
"นั่นแหละคือปัญหา" ลุงสมดับก้นบุหรี่ลงกับถาดสังกะสี เสียงบดขยี้ดังชัดเจนในความเงียบ "เธอหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวานซืน หลังจากที่เรานัดเจอกันที่สถานีรถไฟใต้ดิน... และก่อนที่เธอจะหายไป เธอฝากสิ่งนี้ไว้ให้ผม... บอกว่าถ้าเธอไม่กลับมา ให้มอบมันให้กับ ‘ผู้ชายที่ยังมีความหวังเหลืออยู่ในตา’"
ลุงสมหยิบซองจดหมายสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อคลุม ยื่นให้กวินด้วยท่าทีทะนุถนอม
บนซองจดหมายนั้น มีลายมือที่กวินคุ้นเคยเป็นอย่างดี—ลายมือตัวบรรจงที่เคยปลอบประโลมเขาในวันที่มืดมนที่สุดผ่านแผ่นกระดาษในตู้ไปรษณีย์เก่าๆ
กวินรับซองจดหมายมาด้วยมือที่สั่นเทา เขากำลังจะแกะมันออก ทว่าทันใดนั้นเอง...
*ปัง! เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว*
ทั้งกวินและลุงสมสะดุ้งสุดตัว เสียงฝีเท้าหนักหลายคู่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาตามบันไดตึกเก่า เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังใกล้เข้ามาทุกที ประหนึ่งเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่หายนะ
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด..." ลุงสมหน้าถอดสี ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มือเหี่ยวย่นคว้าแขนกวินไว้แน่น แรงบีบนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่กวินไม่เคยเห็นมาก่อน "หนีทางหน้าต่าง! ไปออกทางหนีไฟด้านหลัง!"
"แล้วลุงล่ะครับ?" กวินถามอย่างลนลาน
"ผมแก่แล้ว... และผมก็ถือไพ่ใบสุดท้ายไว้แล้ว" ลุงสมผลักกวินไปทางหน้าต่างบานเกล็ดเก่าๆ ที่ถูกงัดจนเปิดออกได้ กลิ่นฝนและลมยามค่ำคืนปะทะใบหน้า "จำไว้ กวิน... อย่าไว้ใจใครในเมืองนี้ แม้แต่เงาของตัวเอง!"
ประตูกลอนไม้หน้าห้องถูกกระแทกอย่างแรงจนบานพับหลุดกระเด็น เสียงโครมครามดังสนั่นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดดำสองคนที่ก้าวเข้ามาในห้อง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทไร้ป้ายชื่อและแว่นตากันแดดสีดำสนิท แม้จะเป็นยามค่ำคืน
กวินปีนออกไปที่ระเบียงแคบๆ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เขากำซองจดหมายในมือแน่น หันกลับไปมองเป็นครั้งสุดท้ายผ่านกระจกหน้าต่างที่แตกละเอียด
ลุงสมกำลังยืนเผชิญหน้ากับชายชุดดำเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าเหี่ยวย่น โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย
และก่อนที่กวินจะทันได้ขยับตัวไปไหน แสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นจากมุมมืดของตรอกแคบเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงเรียกชื่อเขาที่ดังแว่วมาท่ามกลางสายฝน
"กวิน... ทางนี้!"
เสียงนั้น... ไม่ใช่เสียงของลุงสม และไม่ใช่เสียงของลินิน แต่เป็นเสียงที่กวินจำได้แม่นยำว่าเป็นเสียงของเพื่อนร่วมงานคนสนิทในบริษัทเก่า—คนที่ควรจะลาออกและหายสาบสูญไปตั้งแต่ปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความสับสนวุ่นวายของชีวิตในมหานครนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - คนมองเมือง
แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 21
การเริ่มสืบสวน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!