แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 10

ค่าเช่าที่แพงกว่าลมหายใจ

ผลงานโดย คนมองเมือง
"ถ้าคุณยังหาเงินก้อนนี้มาจ่ายไม่ครบภายในห้าโมงเย็น พรุ่งนี้เช้าผมก็คงต้องรบกวนให้คุณขนของออกไปเสียที ห้องนี้มีคนรอต่อคิวเช่าอีกเยอะ คุณกวิน... อย่าให้ผมต้องทำเรื่องที่มันน่าอึดอัดใจเลยครับ" เสียงทุ้มต่ำของชายเจ้าของหอพักดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องเช่าสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่กลิ่นอับชื้นของสีทาผนังเก่าๆ ผสมกับกลิ่นไอเสียรถยนต์จากถนนใหญ่ด้านล่าง กวินยืนนิ่ง มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน เขาไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไปแม้แต่คำเดียว สายตาที่เลื่อนลอยของเขาจับจ้องไปยังรอยแตกของผนังห้องที่ดูเหมือนจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตามความกดดันที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต เจ้าของหอพักไม่ได้รอคำตอบ เขาวางบิลใบสีเหลืองซีดทิ้งไว้บนโต๊ะไม้ที่ขาหนึ่งเอียงกะเท่เร่ ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ความเงียบงันที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง ราวกับว่าอากาศกำลังถูกสูบออกไปจากปอดของกวินทีละน้อย กวินทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอนเก่าๆ ความฝันที่เคยมีว่าจะได้เป็นสถาปนิกออกแบบตึกระฟ้าในมหานครแห่งนี้ บัดนี้เหลือเพียงเศษเสี้ยวของความล้มเหลวที่หนักอึ้ง เขาหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่วางอยู่ข้างหมอนขึ้นมาเปิดดูอีกครั้ง ลายมือที่คุ้นเคยของลินินทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นเล็กๆ ท่ามกลางความเหน็บหนาวที่กัดกินใจ *‘เมืองนี้ไม่ได้ใจร้ายกับคุณหรอกกวิน แต่มันแค่หิวโหย... มันหิวโหยชีวิตของพวกเราทุกคนที่หลงเข้าไปติดอยู่ในฟันเฟืองของมัน อย่าปล่อยให้ความสิ้นหวังกลายเป็นค่าเช่าที่แพงที่สุดที่คุณต้องจ่ายด้วยวิญญาณเลยนะ’* คำพูดของลินินวนเวียนอยู่ในหัว กวินสูดหายใจเข้าลึก เขาเดินไปที่หน้าต่าง บานหน้าต่างกรอบไม้เก่าๆ ถูกเลื่อนออกไปข้างนอก แสงไฟนีออนจากป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ตรงข้ามตึกสาดส่องเข้ามาเป็นระยะ ทำให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ เบื้องล่างนั้น ชีวิตผู้คนยังคงหมุนไปอย่างเร่งรีบราวกับไม่มีใครเคยหยุดพักเพื่อเหนื่อยล้าเหมือนกับเขา "ไอ้หนู... อย่าเพิ่งถอดใจไปเลย ชีวิตน่ะมันเหมือนฟิล์มถ่ายรูปนะ ถ้ารู้จังหวะแสงที่มันตกกระทบ ต่อให้เป็นภาพมืดมิดแค่ไหน มันก็มีความหมายซ่อนอยู่เสมอ" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากระเบียงข้างห้อง กวินหันไปมองเห็นคุณลุงสมกำลังนั่งขัดกล้องถ่ายรูปเก่าๆ ของแกอยู่ ลุงสมไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตา แต่รอยยิ้มที่มุมปากของแกทำให้กวินรู้สึกว่าชายชราคนนี้กำลังอ่านใจเขาออกทะลุปรุโปร่ง "ผมไม่มีเวลาไปหาจังหวะแสงแล้วครับลุง อีกไม่กี่ชั่วโมงผมก็จะไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้ว" กวินตอบเสียงเบา พลางกำเศษเหรียญในกระเป๋ากางเกงจนแน่น "บางครั้งเราก็ต้องยอมเสียสละอะไรบางอย่างเพื่อรักษาอะไรบางอย่างไว้" ลุงสมพูดพลางหยิบเลนส์ขึ้นมาส่อง "เหมือนกับที่ข้าทิ้งอาชีพนักข่าวมาเก็บขยะนี่แหละ เพราะในกองขยะน่ะ... มันเห็นความจริงชัดกว่าสิ่งที่คนเขียนข่าวเขาอยากให้เราเห็นเยอะ" กวินนิ่งไปคำพูดของชายชราทำให้นึกถึงจดหมายฉบับหนึ่งที่เขายังไม่ได้เปิดอ่าน มันวางอยู่บนกองเอกสารหางานที่เขาส่งไปนับไม่ถ้วน เป็นซองจดหมายสีขาวสะอาดตาที่มีตราประทับแปลกๆ ของสำนักงานกฎหมายใจกลางเมือง เขาเดินไปหยิบมันขึ้นมาฉีกเปิดออก ทันทีที่สายตาไล่เรียงบรรทัดในจดหมาย หัวใจของเขาก็เต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก 'ถึงคุณกวิน... เราพบข้อมูลสำคัญที่คุณเคยทิ้งไว้ในฐานข้อมูลบริษัทเก่า ซึ่งตอนนี้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่จะพลิกคดีฉ้อโกงที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ หากคุณพร้อมที่จะเป็นพยาน... เงินรางวัลนำจับจะเพียงพอที่จะทำให้คุณเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้มากกว่าที่คุณคิด แต่จงระวัง... เพราะคนที่มีอำนาจอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ไม่เคยปล่อยให้พยานรอดไปได้ง่ายๆ' กวินมือสั่นเทา จดหมายในมือดูหนักอึ้งขึ้นมาทันที นี่คือทางรอดจากค่าเช่าที่แสนสาหัส หรือมันคือตั๋วเดินทางไปสู่จุดจบที่ไม่มีใครมองเห็น เขามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง เห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งขับมาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าหอพัก คนขับไม่ได้ลงมา แต่ไฟหน้าของมันส่องสว่างจ้าตรงมายังหน้าต่างห้องของเขา ราวกับกำลังจ้องมองและรอคอยอะไรบางอย่าง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้ง สลับกับเสียงเรียกของเจ้าของหอพักที่ดูเหมือนจะหมดความอดทนลงแล้ว กวินหันไปมองประตูสลับกับจดหมายในมือ ในวินาทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิด ประตูห้องของเขาก็ถูกผลักออกจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น ลินินยืนหอบหายใจอยู่หน้าห้อง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอรีบคว้าแขนของเขาไว้แล้วกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือ "อย่าเพิ่งเปิดประตูให้ใครเด็ดขาดกวิน... คนที่ส่งจดหมายนั่นมา ไม่ได้ต้องการช่วยคุณ แต่มันกำลังล่อให้คุณออกมาเป็นเหยื่อสังเวยในแผนการที่ใหญ่กว่านี้!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงให้เกียรติร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดของมหานครแห่งนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%