“กฎของอุณหพลศาสตร์ข้อที่สองไม่ได้บอกว่าความรักต้องพังทลายลงเพราะเอนโทรปีหรอกครับ ดร. เมษา แต่มันกำลังบอกว่า ในระบบปิดอย่างเราสองคน ความเป็นระเบียบกำลังลดน้อยลงจนแทบจะกลายเป็นความโกลาหลอยู่แล้ว”
ธันวาวางแก้วกาแฟที่เริ่มเย็นชืดลงบนโต๊ะไม้โอ๊คเก่าคร่ำ เขาจ้องมองไปยังหมอกควันสีขาวที่ลอยเอื่อยจากปากแก้ว ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเมษาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ห้องสมุดเก่าแก่ในมหาวิทยาลัยยามค่ำคืนเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของตัวเอง เมษาไม่ได้ตอบโต้ในทันที เธอเพียงแต่ขยับแว่นสายตา สายตาคมกริบของนักชีววิทยาจ้องมองเขา ราวกับกำลังผ่าตัดแยกชิ้นส่วนความคิดของเขาออกเป็นส่วนๆ ด้วยมีดโกนแห่งตรรกะ
“คุณกำลังใช้ฟิสิกส์มาอธิบายความรู้สึกส่วนตัวงั้นหรือคะ... ขออภัยครับ ผมหมายถึง ‘ครับ’” เมษาแค่นยิ้มมุมปาก “คุณธันวา ความรักไม่ใช่สมการที่ต้องหาจุดสมดุล แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีที่คาดเดาไม่ได้ต่างหากล่ะครับ อะดรีนาลีน โดพามีน ออกซิโทซิน สารเคมีเหล่านี้ต่างหากที่ขับเคลื่อนเรา ไม่ใช่ตัวเลขในสมุดจดเล่มเก่าของคุณ”
“ถ้ามันเป็นแค่สารเคมี ทำไมคุณถึงยังยอมนั่งอยู่ที่นี่กับผมจนดึกดื่น แทนที่จะกลับไปนอนในห้องแล็บที่สะอาดและเป็นระเบียบของคุณล่ะครับ” ธันวาถามสวนด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความสั่นไหวบางอย่างที่พยายามเก็บซ่อนไว้
เมษาชะงักไปครู่หนึ่ง นิ้วเรียวของเธอเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ “อาจเพราะผมอยากเห็นว่า... อัจฉริยะที่กำลังจะกลายเป็นคนบ้าอย่างคุณ จะหาทางออกให้กับสมการความร้อนที่ไม่มีทางออกได้อย่างไรกัน”
บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้น ธันวาหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาของปู่ขึ้นมาเปิดหน้าที่มีรอยยับย่น มันคือหน้ากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่าด้วยเรื่อง ‘เอนโทรปีของความสัมพันธ์’ เขาเลื่อนมันไปตรงหน้าเมษา
“ในระบบอุณหพลศาสตร์ ความร้อนจะถ่ายเทจากวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงไปยังวัตถุที่ต่ำกว่าเสมอ จนกว่าจะถึงจุดสมดุลความร้อน (Thermal Equilibrium)” ธันวาใช้นิ้วชี้ลากไปตามเส้นกราฟที่วาดไว้ “ในความสัมพันธ์ของเรา คุณคือจุดที่มั่นคงและเยือกเย็น ส่วนผม... ผมเหมือนพลังงานที่กระจัดกระจายและรอการระเบิดออก เราต่างถ่ายเทความร้อนเข้าหากัน จนบางทีผมก็แยกไม่ออกว่า ความอบอุ่นที่ผมรู้สึกอยู่นี้ คือการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ถูกต้องตามกฎ หรือเป็นแค่ภาพลวงตาที่เกิดจากการสะสมของความเครียดกันแน่”
เมษาอ่านตัวเลขเหล่านั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความเย็นชาในแววตาถูกแทนที่ด้วยความสงสัย เธอเงยหน้าขึ้นมองธันวา “คุณกำลังบอกว่า... การที่คุณพยายามจะพิสูจน์ทฤษฎีของคุณ เป็นเพียงวิธีที่คุณใช้เพื่อ ‘รักษาสมดุล’ ให้ตัวเองไม่แตกสลายไปงั้นหรือ?”
“ผมแค่อยากรู้ว่า สิ่งที่ผมเชื่อ... สิ่งที่ผมทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์ มันมีที่ยืนในโลกของความจริงบ้างไหม” ธันวาหลบตาเขามองออกไปนอกหน้าต่างที่ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา “คนส่วนใหญ่มองว่าปู่ของผมเพ้อฝัน แต่ถ้าอุณหภูมิของดวงดาวที่เราเห็นบนท้องฟ้ามีไว้เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ของจักรวาล ทำไมอุณหภูมิในใจของคนเราถึงจะบอกเล่าความจริงของตัวตนไม่ได้ล่ะครับ”
ห้องสมุดเริ่มเย็นลงเมื่ออุณหภูมิภายนอกลดต่ำลงตามสายฝน ธันวาลุกขึ้นเดินไปปิดหน้าต่าง ลมกรรโชกแรงพัดเอาเอกสารบนโต๊ะปลิวว่อน เขาพยายามคว้ามันไว้ แต่กลับมีมือหนึ่งที่เร็วและแม่นยำกว่าคว้ากระดาษแผ่นหนึ่งเอาไว้ได้ก่อน
เมษาถือแผ่นกระดาษนั้นไว้แน่น ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่ออ่านเนื้อหาข้างใน มันไม่ใช่สมการฟิสิกส์ทั่วไป แต่มันคือผังความเชื่อมโยงของข้อมูลลับที่ธันวาแอบรวบรวมมาตลอดหลายเดือน—ข้อมูลที่ระบุชื่อของบุคคลในสถาบันวิจัยที่ปู่ของเขาเคยสังกัดอยู่ และหนึ่งในนั้นมีชื่อของ ‘บิดาของเมษา’ ปรากฏอยู่ด้วยตัวอักษรสีแดงเข้ม
“นี่มันหมายความว่ายังไง... ธันวา?” เสียงของเมษาเปลี่ยนไปทันที ความลังเลที่เคยมีหายไปสิ้น เหลือเพียงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจนธันวารู้สึกได้ถึงความกดอากาศที่ต่ำลงรอบตัวเขา
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณ แต่ข้อมูลนี้มัน...” ธันวายังพูดไม่จบ
“ข้อมูลนี้มันบอกว่าพ่อของผมเป็นคนขโมยงานวิจัยของปู่คุณไป... แล้วปล่อยให้เขาถูกตราหน้าว่าเป็นคนบ้าจนตายในห้องแล็บที่มืดมิดนั่นเหรอ!” เมษาตวาดลั่นมือที่ถือกระดาษสั่นเทา เธอถอยหลังกรูไปจนติดชั้นวางหนังสือ “คุณพาผมมาที่นี่ เพื่อจะบอกเรื่องนี้กับผมด้วยวิธีแบบฟิสิกส์งั้นหรือ? คุณมันไม่ใช่คนใจเย็นหรอกธันวา... คุณมันคือคนที่อันตรายที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จัก!”
ยังไม่ทันที่ธันวาจะอธิบาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินที่มืดมิด ไฟในห้องสมุดกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลงพร้อมกันทั้งหมด เหลือเพียงแสงสลัวจากหน้าจอมือถือของเมษาที่สั่นไหวไปมา
ร่างเงาดำขนาดใหญ่ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของโอโซนและโลหะเก่าๆ ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ธันวารู้สึกได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องของความรักหรือสมการความร้อนอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของ ‘ความจริง’ ที่ใครบางคนไม่ต้องการให้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา
“ดร. เมษา... ถอยออกมาจากเขาก่อนที่เรื่องราวจะ ‘ร้อน’ จนเกินกว่าจะควบคุมได้นะครับ” เสียงชายปริศนาดังขึ้นจากเงามืด พร้อมกับการกดสวิตช์บางอย่างที่ทำให้พื้นห้องสมุดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ธันวารีบพุ่งเข้าไปคว้ามือเมษาไว้ แต่สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าคือใบหน้าของชายคนหนึ่งที่ควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อน... พ่อของเมษา ยืนถือรีโมทคอนโทรลที่บรรจุรหัสลับที่ปู่ของเขาเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับผมนะครับ
วิทยาศาสตร์รอบตัว
รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์•ตอนที่ 34
สมการความรักและความร้อน
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!