“มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญหรอกครับเมษา สารพันธุกรรมพวกนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยไร้จุดหมาย แต่มันเหมือนภาษาคอมพิวเตอร์ที่ถูกทิ้งร้างไว้ในเซลล์ของมนุษย์”
ธันวาวางปากกาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดังจนเกิดเสียงสะท้อนไปทั่วห้องแล็บที่เงียบงัน เขามองดูภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนกำลังขยายสูงที่วางอยู่ตรงหน้า ดร. เมษาเดินเข้ามาใกล้ เธอไม่ได้ตอบโต้ด้วยอารมณ์อย่างที่เคย หากแต่แววตาคู่คมนั้นกำลังพินิจพิเคราะห์สิ่งที่อยู่บนหน้าจอด้วยความสับสน
“ถ้าคุณจะบอกว่าสิ่งเหล่านี้คือรหัสลับที่บรรพบุรุษเราใส่ไว้ มันก็ต้องมีที่มาที่ไป ไม่ใช่แค่ความเพ้อฝันของปู่คุณที่พยายามจะเชื่อมโยงฟิสิกส์ควอนตัมเข้ากับสายดีเอ็นเอแบบนี้” เมษาถอนหายใจยาว เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปรียบเทียบชุดข้อมูล “ฉันยอมรับว่าลำดับเบสที่เห็นมันผิดปกติ แต่มันอาจเป็นแค่การกลายพันธุ์ที่ไม่มีใครอธิบายได้ ก็แค่นั้นครับธันวา”
ธันวาเงยหน้าขึ้น สบตาผู้หญิงที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและคู่ปรับคนสำคัญ “แล้วคุณจะอธิบายยังไงครับ กับส่วนที่ถูกเรียกว่า ‘ขยะดีเอ็นเอ’ หรือ Junk DNA ที่วิทยาศาสตร์กระแสหลักบอกว่าไร้ค่า แต่มันกลับทำหน้าที่เป็นสวิตช์ปิดเปิดบางอย่างในสถานการณ์ที่วิกฤตที่สุด?”
เมษานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นิ้วเรียวของเธอสัมผัสไปที่หน้าจอจังหวะที่หัวใจของเธอเต้นผิดปกติขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอเคยยึดมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์มาทั้งชีวิต สิ่งที่จับต้องไม่ได้ถือเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ในวินาทีที่แสงจากหน้าจอตกกระทบเข้ากับตัวอย่างเนื้อเยื่อที่ธันวาจัดเตรียมไว้ ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก
“เมษา... คุณดูตรงนี้สิ” ธันวาเลื่อนเมาส์ไปขยายพื้นที่สีแดงที่ซ้อนทับอยู่ในสายเกลียวคู่ “นี่คือรหัสที่ไม่มีอยู่ในฐานข้อมูลของมนุษย์คนไหนเลย มันสมมาตรจนน่าขนลุก ราวกับว่ามันถูกออกแบบมาให้รอเวลาบางอย่าง”
เมษาขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากเสื้อกาวน์ของธันวา เธอรู้ดีว่านี่คือเส้นแบ่งระหว่างตรรกะที่เธอเคยรัก กับความมหัศจรรย์ที่เธอกลัวจนไม่กล้ายอมรับ “รหัสพันธุกรรมลวง...” เธอพึมพำชื่อนี้ออกมาแผ่วเบา “คุณหมายความว่าสิ่งที่อยู่ในนี้ คือแผนผังที่ถูกฝังไว้เพื่อให้เราเข้าใจผิดงั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่เพื่อเข้าใจผิดครับ” ธันวาตอบเสียงเข้ม “แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ ‘ปกปิด’ สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น”
ขณะที่ธันวากำลังจะอธิบายต่อ เมษาก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ขอบจอมอนิเตอร์ เธอรีบสั่งการระบบประมวลผลด่วน ข้อมูลที่เคยนิ่งสงบกลับเริ่มวิ่งพล่านด้วยความเร็วสูงจนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ส่งเสียงครางหึ่งด้วยความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ธันวา ถอยออกมา!” เมษาร้องเตือน แต่มันสายเกินไป
หน้าจอแสดงผลเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดงฉาน ข้อมูลรหัสพันธุกรรมที่ธันวากำลังวิเคราะห์เริ่มสลายตัวและเรียงร้อยใหม่เป็นสัญลักษณ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มันไม่ใช่ภาษาทางชีววิทยา แต่มันคือผังดวงดาวที่ถูกเข้ารหัสด้วยสารพันธุกรรม และสิ่งที่ทำให้เมษาใจสั่นจนมือสั่นเทา ไม่ใช่ตัวรหัสเอง แต่เป็นชื่อผู้ส่งที่ปรากฏขึ้นที่มุมขวาล่างของหน้าจอ
มันคือชื่อของคนคนหนึ่ง... คนที่เธอเพิ่งไปงานศพเมื่อสามปีก่อน
“ธันวา... คุณบอกว่าใครเป็นคนเก็บตัวอย่างนี้มาให้คุณนะ?” เมษาหันไปถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ โดยไม่ได้ละสายตาจากชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ
ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “ปู่ผม... แต่ปู่เสียไปตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเกิดด้วยซ้ำ เมษา... คุณอ่านชื่อที่ส่งรหัสนั่นสิ”
หน้าจอวูบดับลงทันทีราวกับถูกตัดสัญญาณ ก่อนที่เสียงเคาะประตูเหล็กหน้าห้องแล็บจะดังขึ้นจังหวะหนักๆ สามครั้ง ทั้งที่ระบบรักษาความปลอดภัยของห้องนี้เป็นแบบปิดตายและไม่มีใครเข้าออกได้เลยตั้งแต่พวกเขาล็อกประตูเมื่อสองชั่วโมงก่อน
ดร. เมษาหันไปมองประตูเหล็กบานนั้น สายตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นตัวเลขรหัสผ่านที่หน้าตู้เซฟข้างประตูเริ่มเปลี่ยนไปเองตามลำดับตัวเลขที่เธอกับธันวาเพิ่งจะถอดรหัสได้จากดีเอ็นเอเมื่อครู่นี้... มีคนรู้รหัสลับนี้แล้ว และคนคนนั้นกำลังยืนอยู่หลังประตูห้องแล็บของพวกเขา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขรหัสลับในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
วิทยาศาสตร์รอบตัว
รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์•ตอนที่ 28
รหัสพันธุกรรมลวง
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!