"ถ้าคุณยังดึงสายไฟเส้นสีน้ำเงินนั่นออกไปอีกเพียงมิลลิเมตรเดียว ระบบสำรองจะตัดการทำงานทั้งหมด และเราสองคนจะถูกขังอยู่ในความมืดมิดของสถานีวิจัยกลางมหาสมุทรนี้ไปตลอดกาล ดร.เมษา หยุดมือเดี๋ยวนี้ครับ!"
เสียงของธันวาดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องควบคุมไฟฟ้าที่อับชื้น แรงสั่นสะเทือนจากคลื่นใต้น้ำทำให้พื้นเหล็กใต้ฝ่าเท้าเขาสั่นไหวเป็นระยะ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ปลายนิ้วเรียวงามของหญิงสาวที่กำลังขยับคีมตัดไฟเข้าใกล้ขั้วต่อกระแสไฟฟ้าแรงสูง
ดร.เมษาหยุดชะงัก เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ไหล่ของเธอเกร็งแน่น "ธันวา คุณมองเห็นด้วยตาหรือเปล่าว่ากระแสไฟฟ้าตรงจุดนี้มันไหลย้อนกลับ? ทฤษฎีฟิสิกส์ที่คุณเชื่อนักหนา บอกว่ากระแสมันควรจะไปข้างหน้า แต่นี่... มันกำลังกัดกินพลังงานจากฐานข้อมูลวิจัยของเราไปจนหมดสิ้น ถ้าฉันไม่ตัดวงจรนี้ทิ้ง เราก็ไม่มีอะไรเหลือให้ปกป้องอีกแล้ว"
"มันไม่ใช่การไหลย้อนกลับ แต่มันคือการ 'รั่วไหล' ของพลังงานในรูปแบบควอนตัม" ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น เขาพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "คุณเห็นประกายไฟสีม่วงที่ขอบฉนวนนั่นไหม? นั่นไม่ใช่ไฟฟ้าธรรมดา แต่มันคือปฏิกิริยาของอนุภาคที่ปู่ผมเคยบันทึกไว้ในสมุดรหัสลับเล่มนั้น ถ้าคุณตัดสายไฟตอนนี้ แรงดันไฟฟ้าที่พุ่งย้อนกลับจะทำลายระบบประมวลผลทั้งหมด ไม่ใช่แค่ฐานข้อมูล แต่หมายถึงการทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะพิสูจน์ว่าโลกของเรามีกฎเกณฑ์ที่ซ่อนอยู่จริง ๆ"
เมษาค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเธอสับสนและหวาดกลัว เธอไม่ได้เป็นเพียงนักชีววิทยาที่ยึดติดกับหลักฐาน แต่เธอกำลังเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่วิทยาศาสตร์กระแสหลักไม่เคยระบุไว้ เธอวางคีมลงช้าๆ พลางหอบหายใจหนัก "ถ้าฉันเชื่อคุณ แล้วเราจะหยุดมันยังไง? ในเมื่อตอนนี้กระแสไฟฟ้าในสถานีกำลังลดลงเรื่อย ๆ ระบบหล่อเย็นกำลังจะดับลง ความร้อนกำลังเพิ่มขึ้นจนเราจะถูกอบอยู่ในกล่องเหล็กนี้"
ธันวาหยิบเครื่องมือวัดค่าไฟฟ้าแบบอนาล็อกขึ้นมา แทนที่จะเป็นดิจิทัลจอสัมผัส เขาจดจ่ออยู่กับการหมุนแป้นปรับค่า เขาตระหนักดีว่าในสถานการณ์ที่ความผันผวนของสนามแม่เหล็กสูงลิ่ว อุปกรณ์ดิจิทัลคือขยะที่ไม่มีค่า "เราต้องทำการ 'บายพาส' (Bypass) ครับเมษา คุณต้องช่วยผมดึงคานนิรภัยตัวที่สามลงพร้อมกันเมื่อผมให้สัญญาณ"
"พร้อมกันงั้นเหรอ?" เธอเลิกคิ้ว "กลไกนั่นเป็นระบบไฮดรอลิกที่มีแรงต้านมหาศาล เราต้องใช้แรงมากกว่าที่คนสองคนจะทำได้"
"เราไม่ได้ใช้แรงร่างกายครับ เราจะใช้ความเร็วของรอบการหมุนของมอเตอร์ที่เหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์" ธันวาอธิบายพลางคว้าปากกาเขียนกระดานไวท์บอร์ดข้างๆ เขาขีดเขียนสมการความเร็วเชิงมุมอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ "เมษา คุณต้องจำไว้ว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่แค่การวัดค่า แต่มันคือการโน้มน้าวให้ธรรมชาติร่วมมือกับเรา ฟังจังหวะการสั่นของเหล็กใต้ฝ่าเท้าให้ดี เมื่อไรที่การสั่นนั้นถี่ขึ้นจนถึงจุดสูงสุด นั่นคือเวลาที่โมเมนตัมของมันจะช่วยผ่อนแรงเรา"
ในห้องนั้นเหลือเพียงเสียงลมหายใจของทั้งคู่และความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่เริ่มลดความเร็วลง ธันวาจ้องมองที่หน้าปัดเกจวัดที่แกว่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง
"สาม..." ธันวานับ
เมษาขยับไปที่คานเหล็ก กล้ามเนื้อแขนของเธอเกร็งจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน
"สอง..."
ความเงียบเข้าปกคลุมราวกับโลกรอบข้างหยุดหมุน ธันวาเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของเมษา มันไม่ใช่ความกลัวอีกต่อไป แต่เป็นความมุ่งมั่นที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน
"หนึ่ง... เดี๋ยวนี้!"
ทั้งคู่กระชากคานเหล็กสุดแรงเกิด แรงเสียดทานของกลไกโลหะกรีดร้องลั่นห้อง กลิ่นไหม้ของสายไฟอบอวลไปทั่ว แต่แล้ว—สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น แสงไฟในห้องไม่ได้ดับมืดลง แต่มันกลับกะพริบเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนนวลตา และเสียงเครื่องจักรที่เคยคำรามด้วยความเครียดก็เงียบลงราวกับเครื่องยนต์ที่ถูกตั้งค่าใหม่ให้ทำงานอย่างราบรื่น
เมษาทรุดตัวลงพิงกำแพง หายใจหอบถี่ "เรา... เราทำสำเร็จเหรอ?"
ธันวายืนนิ่งค้าง สายตาเขามองไปยังหน้าจอฐานข้อมูลที่ตอนนี้แสดงผลเป็นภาษาแปลกประหลาดที่เขาคุ้นเคยจากสมุดบันทึกของปู่ เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่แค่การซ่อมแซมระบบไฟฟ้า แต่มันคือการเชื่อมต่อสถานีวิจัยเข้ากับเครือข่ายบางอย่างที่เขาไม่เคยนึกฝันว่าจะมีอยู่จริง
"เมษา..." ธันวาเรียกเสียงแผ่ว "ดูนี่..."
เมษาเดินเข้ามาใกล้หน้าจอ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏบนจอ ไม่ใช่กราฟพลังงาน ไม่ใช่ค่าความร้อน แต่เป็นภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงพิกัดของสถานีวิจัยแห่งนี้ และสิ่งที่น่าขนลุกคือ มีจุดสีแดงนับสิบจุดกำลังเคลื่อนที่เข้าหาตำแหน่งของพวกเขาด้วยความเร็วเหนือเสียงจากกลางมหาสมุทร
ในขณะที่ทั้งสองยังตกตะลึง ประตูนิรภัยของห้องควบคุมไฟฟ้าที่ควรจะล็อกแน่นหนากลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยตัวเอง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ไม่ควรจะมีสิทธิ์เข้าถึงชั้นนี้ดังขึ้นช้าๆ และมั่นคง
เงาร่างหนึ่งทอดทับเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูจนธันวาแทบหยุดหายใจ
"ยินดีด้วยที่คุณถอดรหัสผ่านชั้นแรกได้สำเร็จ... หลานชาย"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดหักเหสำคัญในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
วิทยาศาสตร์รอบตัว
รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์•ตอนที่ 30
กระแสไฟฟ้าที่หายไป
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!