รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์•ตอนที่ 8

ห้องแล็บในเงามืด

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
กลิ่นควันดินปืนผสมกับกลิ่นฉุนของโอโซนจากการอาร์ークไฟฟ้าตีเข้าจมูกจนแสบโพรง ธันวานิ่งค้าง มือขวายังคงค้างอยู่เหนือปุ่มคานโยกสีแดงของเครื่องส่งสัญญาณ เสียงหึ่งต่ำของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในห้องแล็บใต้ดินยังคงแผ่คลื่นความถี่ต่ำสั่นสะเทือนไปถึงแก้วหู แต่เสียงเหล่านั้นกลับเบาหวิวไปถนัดตา เมื่อเทียบกับเสียงหัวใจของเขาเองที่เต้นโครมครามราวกับจะทะลักออกมานอกอก ร่างในชุดป้องกันสารเคมีสีดำสนิทก้าวข้ามผ่านกลุ่มควันจางๆ ที่ลอยวนอยู่บนพื้นคอนกรีต แผ่นกรองอากาศทรงกระบอกคู่บนหน้ากากพ่นเสียงลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ น่ากลัว และคุ้นเคยอย่างประหลาด ร่างนั้นหยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ห่างไปเพียงไม่ถึงสามเมตร ก่อนที่เรียวคายของมือภายใต้ถุงมือยางสีดำจะเอื้อมขึ้นปลดล็อกตัวล็อกด้านข้างของหน้ากากกรองอากาศ เสียงสปริงดีดตัวดังคลิกเบาๆ หน้ากากถูกดึงออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นลากยาวจากโหนกแก้มขวาลงมาถึงคาง ดวงตาคมกริบที่เคยอยู่ในความทรงจำสีดำสนิทเมื่อสิบปีก่อน—วันที่ห้องทำงานใต้ดินของสถาบันวิจัยเพลิงไหม้ผลาญทุกอย่างจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี—บัดนี้กำลังมองตรงมาที่เขา "โตขึ้นเยอะนี่... ธันวา" เสียงนั้นแหบพร่าและแห้งผาก ราวกับไม่ได้ถูกใช้งานมานานแรมปี แต่มันคือเสียงเดียวกันกับที่เคยอ่านนิทานวิทยาศาสตร์ให้ฟังก่อนนอน เสียงที่คอยอธิบายเรื่องควอนตัมฟิสิกส์ให้เด็กชายตัวเล็กฟังด้วยรอยยิ้ม ธันวากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองส่วนหน้าประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง ทฤษฎีความน่าจะเป็น กฎการอนุรักษ์พลังงาน หรือแม้แต่ความเป็นไปได้ทางชีววิทยา ทุกอย่างพังทลายลงต่อหน้าต่อตา "พ่อ... พ่อตายไปแล้ว ผมเห็น... ผมเห็นเอกสารการชันสูตร... ศพในกองเพลิงวันนั้น..." "เอกสารมันก็แค่ตัวอักษรที่คนเป็นคนเขียนขึ้นมาเพื่อปิดบังความจริง" ดร.กรณฑ์ พ่อของเขา—หรือคนที่ควรจะตายไปแล้ว—แย้มยิ้ม มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นในแบบที่ธันวาคุ้นเคยดี มันไม่ใช่รอยยิ้มของคนตายที่ฟื้นคืนชีพ แต่มันคือรอยยิ้มของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าในเกมทดลอง "ดร.กรณฑ์?" เสียงหอบหายใจของ ดร.เมษา ดังแทรกขึ้นมาจากมุมห้อง เธอถอยหลังไปชนกับชั้นวางขวดสารเคมีจนขวดแก้วกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงไม่แพ้กัน ในฐานะนักชีววิทยาที่เชื่อมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์ เธอกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ทุกแขนงปฏิเสธ "เป็นไปไม่ได้... DNA จากซากโครงกระดูกในกองเพลิงวันนั้น... ทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นคุณ!" กรณฑ์เหลือบมองเมษาแวบหนึ่ง แววตาฉายแววขบขันเจือความเย้ยหยัน "นิติวิทยาศาสตร์ก็แค่การใช้สถิติความน่าจะเป็นบนพื้นฐานของข้อมูลที่มีจำกัด เมษา... เธอเรียนชีววิทยามา น่าจะรู้ดีกว่าใครว่าเซลล์สามารถถูกสลับ เปลี่ยนแปลง หรือแม้กระทั่งสร้างภาพลวงตาขึ้นมาได้ ถ้าเรารู้จักวิธีจัดการกับรหัสพันธุกรรมและ... เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกว่าโลกภายนอกสักสามสิบปี" ธันวากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความตกใจเริ่มถูกแทนที่ด้วยความโกรธกร่าวดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจมานานนับทศวรรษ "สามสิบปีงั้นเหรอ?" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้ขาจะสั่นเทา "พ่อทิ้งผมไว้กับกองเพลิง ความรู้สึกผิด และคำคร่ำครวญว่าทฤษฎีของปู่มันบ้าคลั่ง! พ่อปล่อยให้ผมต้องทนเป็นตัวตลกในวงการวิชาการ เป็นไอ้งั่งที่วิ่งไล่เงาของตัวเอง... แล้วพ่อก็โผล่หัวออกมาจากเงานี้ บอกว่ามันเป็นแค่เกมงั้นเหรอ!" กรณฑ์ไม่สะทกสะทรานต่อความเกรี้ยวกราดของลูกชาย เขากวาดสายตามองไปรอบห้องแล็บร้างที่เต็มไปด้วยจอภาพโฮโลแกรมและเครื่องจักรกลควอนตัมที่ยังคงทำงานอยู่ "แกคิดว่าที่ฉันต้องหายตัวไป เป็นเพราะฉันอยากหนีงั้นเหรอ ธันวา?" เสียงของกรณฑ์เข้มขึ้น ทรงพลังจนกดดันให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งลงไปอีก "โลกภายนอกที่พวกเธอพยายามปกป้องและศรัทธามันนักหนา มันกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า กฎฟิสิกส์ที่พวกเธอยึดถือเป็นคัมภีร์... มันเป็นแค่กรงขังที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจำกัดขอบเขตการรับรู้ของมนุษยชาติ สิ่งที่พ่อกับปู่ของแกค้นพบ มันไม่ใช่แค่ทฤษฎี... แต่มันคือ 'กุญแจ' ที่จะปลดล็อกประตูบานนั้น" เมษาขยับตัวเข้ามาใกล้ธันวาโดยสัญชาตญาณ มือของเธอแอบแตะที่แขนของเขาเพื่อดึงสติ "ธันวา อย่าไปฟังเขา นี่อาจจะเป็นจิตวิทยาอำพราง หรือเทคโนโลยีการฉายภาพโฮโลแกรมขั้นสูงก็ได้ เขาไม่ใช่..." "ไม่ใช่พ่อของเธอเหรอ?" กรณฑ์หันขวับมามองเมษาด้วยแววตาคมกริบราวกับใบมีด "ถ้าเธออยากได้หลักฐานเชิงประจักษ์นัก เมษา... ลองดูที่หน้าจอของเครื่องส่งสัญญาณนั่นสิ" กรณฑ์พยักเพยิดใบหน้าไปยังแผงควบคุมหลักที่ธันวาเพิ่งจะยืนบังอยู่ เมื่อกี้แสงไฟกระพริบสีแดงเตือนภัยบดบังทัศนียภาพ แต่ตอนนี้ เมื่อระบบปรับเข้าสู่โหมดเสถียร ภาพบนจอภาพขนาดใหญ่กลางห้องก็ปรากฏชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่กราฟฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ หรือสมการควอนตัมใดๆ ที่ธันวาคุ้นเคย แต่มันคือภาพแผนที่สามมิติของโลก—ไม่ใช่โลกในปี ค.ศ. 2024 แต่เป็นแผนที่ภูมิศาสตร์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทวีปต่างๆ บิดเบี้ยว แนวชายฝั่งจมหายไปใต้ มหาสมุทร และที่น่ากลัวที่สุดคือ จุดพิกัดสีแดงนับพันจุดกำลังสว่างวาบขึ้นพร้อมกันทั่วทุกมุมโลก ราวกับระเบิดเวลาที่ถูกตั้งเวลาจุดชนวนไว้พร้อมเพรียง "นั่นคืออะไร..." เมษาพึมพำ สีหน้าไร้สีเลือด ดวงตาจ้องมองภาพบนจอด้วยความหวาดกลัวขีดสุด "นั่นคือ 'ความจริง' ที่สถาบันวิจัยระดับโลกพยายามปกปิดพวกเธอไว้" กรณฑ์ก้าวเข้ามาใกล้ธันวาอีกก้าว กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา "และสิ่งที่เครื่องส่งสัญญาณนี้กำลังทำอยู่ ไม่ใช่การส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ... แต่มันคือการนับถอยหลังสู่การรีเซ็ตระบบครั้งใหญ่ของดาวดวงนี้" ธันวานิ่งอึ้ง สมองที่เคยคิดว่าตัวเองเข้าใจกฎเกณฑ์ของจักรวาลดีที่สุด กลับว่างเปล่า เขามองหน้าพ่อของตัวเอง สลับกับหน้าจอภาพสามมิติที่กำลังกระพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังสนั่นขึ้นอีกครั้งจากทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่แค่สิบคู่เหมือนเมื่อครู่ แต่เป็นเสียงเหล็กกระทบกันนับร้อย พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่สาดส่องไปทั่วห้องแล็บใต้ดิน กรณฑ์หันไปมองที่ประตูทางเข้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นอีกครั้งบนมุมปาก "ดูเหมือนว่า 'แขกไม่ได้รับเชิญตัวจริง' มาถึงแล้ว... และพวกมันไม่ได้ใจดีเหมือนพ่อหรอกนะ" กรณฑ์เอื้อมมือคว้ากระเป๋าโลหะทรงแปลกตาจากโต๊ะข้างๆ โยนมันมาตกแทบเท้าของธันวา เสียงโลหะกระทบพื้นคอนกรีตดังสนั่นท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่โหยหวน "ถ้าแกอยากรู้ว่าปู่ของแกตายเพราะอะไร และความจริงที่แท้จริงคืออะไร..." กรณฑ์หมุนตัวเตรียมก้าวถอยหลังเข้าสู่ประตูมิติควอนตัมที่เริ่มเปิดออกที่ด้านหลังห้อง "ก็เปิดกระเป๋าใบรันซะ... แล้วตัดสินใจเอาเองว่า จะเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ที่รอวันตาย หรือจะก้าวเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างของจักรวาลนี้กับฉัน" ร่างของดร.กรณฑ์ก้าวหายเข้าไปในแสงสว่างวาบของประตูมิติ ทิ้งให้ธันวากับเมษายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูที่กำลังพังประตูกระจกเข้ามา และบนพื้นเบื้องหน้า—กระเป๋าโลหะปริศนากำลังส่งเสียงติ๊กเบาๆ พร้อมกับไฟสีฟ้าที่เริ่มกะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณเตือนว่า... เวลาหมดลงแล้ว ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — วิทยาศาสตร์รอบตัว
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%