"ถ้าคุณคิดว่ารังสีแกมมาจากการสลายตัวของไอโซโทปโคบอลต์คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในห้องทดลองนั้น... คุณก็คงยังไม่รู้จักความเงียบงันของคนที่ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนราษฎร์หรอกครับ ดร.ธันวา"
น้ำเสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกลากผ่านผิวไม้เก่าๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องเก็บเอกสารใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของกระดาษชำรุดและสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นจางๆ ของยาฆ่าเชื้อ
ธันวาชะงักฝีเท้า ไฟฉายในมือขวาฉายแสงวับแนบไปกับพื้นคอนกรีตที่มีรอยร้าวเป็นทางยาว หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ซี่โครง เขากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ขณะที่ดร.เมษา ซึ่งก้าวตามมาติดๆ ยกมือขึ้นแตะแขนของเขาเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ที่เมษายึดถือมาตลอดชีวิตกำลังถูกท้าทายด้วยความจริงตรงหน้า หลักฐานเชิงประจักษ์ไม่ได้อยู่ในตำราชีวเคมีเล่มไหน แต่มันกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้พับพลาสติกสีซีด ร่างผอมเกร็งในชุดกาวน์สีขาวที่เปื้อนคราบสารเคมีสีเหลืองจนแทบมองไม่เห็นเนื้อผ้าเดิม
"โครงการ X ไม่เคยมีอยู่จริงในเอกสารของกระทรวงกลาโหม" ธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาพยายามรักษาความนิ่งไว้ให้มากที่สุด แม้ว่าเหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม "แต่ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงควอนตัมที่ปู่ของผมทิ้งไว้... มีลายมือชื่อของคุณกำกับไว้ในฐานะพยานคนที่สาม"
ชายชราเงยหน้าขึ้น ดวงตาข้างหนึ่งขุ่นมัวด้วยต้อกระจก แต่อีกข้างยังคงประกายความแหลมคมอย่างน่าประหลาด เขายิ้มมุมปาก เผยให้เห็นฟันสีเหลืองตามอายุขัย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูคล้ายเสียงเฟืองนาฬิกาที่กำลังจะขาด
"ปู่ของคุณ... ศาสตราจารย์อนันต์ ไม่ได้เพ้อฝันหรอกครับคุณธันวา ท่านมองเห็นสิ่งที่คนในยุคเรามองไม่เห็น หรือพูดให้ถูกคือ... ท่านกล้าพอที่จะยอมรับว่าจักรวาลไม่ได้มีแค่สามมิติที่เราใช้เดินเหินกันอยู่ทุกวันนี้"
ชายชราขยับตัวเล็กน้อย เสียงข้อต่อลั่นกรอบราวกับไม้แห้งหัก "พวกคุณคิดว่าการสร้างอุโมงค์เร่งอนุภาคขนาดใหญ่ที่เซิร์นคือจุดสูงสุดของมนุษยชาติแล้วอย่างนั้นหรือครับ? นั่นเป็นเพียงแค่ของเล่นเด็กอนุบาล เมื่อเทียบกับสิ่งที่เราพยายามเปิดประตูเข้าไปเมื่อสามสิบปีก่อน"
เมษาก้าวออกมาจากเงาของธันวา ดวงตาของเธอจ้องมองชายชราด้วยความระแวงแต่ก็เต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ "ถ้ามันยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ทำไมโครงการถึงถูกยุบ? ทำไมชื่อของคุณถึงหายไปจากบันทึกประวัติศาสตร์ทั้งหมด? และที่สำคัญที่สุด... ทำไมคุณถึงต้องซ่อนตัวอยู่ในซากปรักหักพังแห่งนี้ราวกับศพที่รอวันย่อยสลาย?"
ชายชราหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างฉับพลัน เขายื่นมือสั่นเทาหยิบกระบอกแก้วบรรจุของเหลวสีฟ้าใสที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้
"เพราะพวกเราไม่ได้แค่ 'เปิดประตู' ครับ ดร.เมษา... แต่มีบางอย่าง 'มองลอด' กลับมาต่างหาก"
บรรยากาศในห้องใต้ดินลดฮวบลงจนรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ไต่ขึ้นตามสันหลัง ธันวารีบก้าวเข้าไปใกล้เพื่อจะคว้าแขนชายชรา แต่ทว่า... เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินที่ดังขึ้นจากนาฬิกาข้อมือสมาร์ทวอทช์ของเขากลับแผדเสียงแหลมสูงจนน่าหนวกหู
หน้าจอดิจิทัลกะพริบเป็นสีแดงฉาน ค่าระดับรังสีพื้นหลังพุ่งสูงขึ้นเกินขีดจำกัดความปลอดภัยนับร้อยเท่า!
"หนี..." ชายชราพزัตตัวลุกขึ้นยืนด้วยเรี่ยวแรงที่ขัดกับสภาพร่างกาย ก่อนจะโยนกระบอกแก้วสีฟ้ามาให้ธันวา "มันตามรอยคลื่นความถี่ของอุปกรณ์ชิ้นนี้มา... พวกมันรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่!"
ก่อนที่ธันวาจะทันได้ถามอะไรเพิ่มเติม แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ และเสียงโลหะหนาหนักกำลังถูกกรีดด้วยความร้อนสูงก็ดังขึ้นจากประตูลับด้านหลังห้อง ความมืดมิดเริ่มกลืนกินพื้นที่รอบตัว และเงาร่างประหลาดที่บิดเบี้ยวผิดรูปก็เริ่มปรากฏขึ้นบนผนังคอนกรีตทีละร่าง... ทีละร่าง...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นความถี่แห่งความจริงไปกับผมในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพจากวิทยาศาสตร์รอบตัวครับ
รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์•ตอนที่ 45
พบกับผู้รอดชีวิต
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!