ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 1

จุดจบของนางร้าย คือจุดเริ่มของมหาเศรษฐี

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
"เซ็นสัญญานี่เสีย, เอลีน่า... เลิกทำตัวน่าสมเพชแล้วยอมรับความจริงเถอะว่า เธอไม่มีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างฉันในฐานะว่าที่ดัชเชสแห่งแอช턴อีกต่อไปแล้ว" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยเอื้อnเอ่ยคำหวานออดอ้อuในสวนกุหลาบเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับเย็นชาไร้เยื่อใยราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ใบหน้าคมคายของ 'ลอร์ดคาร์ล ไวท์แอช턴' คู่หมั้นหนุ่มผู้สูงศักดิ์ เต็มไปด้วยความรังเกียจและระaูกระทั้นอย่างปิดไม่มิด บนโต๊ะไม้มะฮอกกานีเนื้อดีในห้องโถงรับรองของคฤหาสน์ตระกูลวอน คอร์ทซ์ เอกสารฉบับหนึ่งถูกผลักมาตรงหน้าฉัน กระดาษสีครีมหนานุ่มแผ่นนั้นระบุข้อความชัดเจนว่าเป็น 'หนังสือสัญญาถอนหมั้น' โดยมีความยินยอมพร้อมใจจากทั้งสองฝ่าย... ซึ่งอันที่จริง ฝ่ายชายเป็นคนร่างขึ้นมาเองทั้งหมดโดยไม่เคยปรึกษาฉันผู้เป็นเจ้าของศักดิ์ศรีครึ่งหนึ่งเลยแม้แต่น้อย รอบตัวเราเต็มไปด้วยสายตาสมเพชเวทนาของเหล่าข้ารับใช้ และเสียงกระซิบกระซาบเยาะเย้ยถากถางจาก 'มีเรีย' บุตรีท่าน بارอนตกอับผู้ยืนเกาะแขนคาร์ลทำทีเป็นหวาดกลัวแต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะ ในอดีต—หรือพูดให้ถูกคือในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่ฉันเพิ่งทะลุมิติเข้ามาแทนที่เมื่อสิบนาทีสติ๊กเกอร์ก่อน—เอลีน่าคงจะกรีดร้อง ฟูมฟาย ทุบตีทำลายข้าวของ หรือแม้แต่คุกเข่าอ้อนวอนขอความรักจากชายสารเลวตรงหน้าจนภาพลักษณ์นางร้ายผู้สูงศักดิ์ป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี จนกลายเป็นตัวตลกให้คนทั้งสังคมชั้นสูงหัวเยาะเย้ยถากถาง แต่น่าเสียดาย... ฉันไม่ใช่เอลีน่าคนเดิมคนนั้นอีกต่อไปแล้วค่ะ ฉันคือผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินอัญมณีและนักลงทุนตลาดมืดผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจพันล้าน ชีวิตก่อนหน้านี้ฉันถูกทรยศและหักหลังมามากเกินกว่าจะมานั่งเสียน้ำตาให้กับผู้ชายหน้าตาดีแต่สมองกลวงและโลภมากแบบนี้ ฉันค่อย ๆ ยกถ้วยชาพอร์ซเลนลายครามขึ้นจิบช้า ๆ อย่างใจเย็น กลิ่นหอมละมุนของชาเอิร์ลเกรย์ช่วยขับไล่ความหงุดหงิดในอกออกไปจนหมดสิ้น ดวงตาคู่หงส์กวาดตามองเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาคาร์ลด้วยรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เยnชาและทรงพลังเสียจนคาร์ลถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "ดื่มชาไหมคะ, ลอร์ดคาร์ล? ดูท่าทางท่านจะใช้สมองคิดข้อความในกระดาษแผ่นนี้จนคอแห้งผากเลยสินะคะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ ไร้ร่องรอยของความโศกเศร้าหรือความโกรธเกลียวใด ๆ ทั้งสิ้น ราวกับเรากำลังคุยกันเรื่องดินฟ้าอากาศไม่ใช่เรื่องการถอนหมั้น คาร์ลขมวดคิ้วแน่น ความมั่นใจที่ว่าฉันจะร้องไห้ฟูมฟายแทบเท้าทำให้เขาเสียศูนย์ไปชั่วขณะ "เอลีน่า! เธอมีสติอยู่หรือเปล่า? นี่คือการถอนหมั้นนะ! ตระกูลวอน คอร์ทซ์ของเธอกำลังจะล้มละลาย สินสอดและทรัพย์สินทั้งหมดถูกอายัดไว้เพื่อใช้หนี้ เธอมันก็แค่คุณหนูตกอับไร้ค่าคนหนึ่ง การที่ฉันยังยอมมาพูดคุยดี ๆ ถือว่าฉันเมตตาเธอมากแล้ว!" มีเรียรีบเสริมขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงดัดจริตน่าหมั่นไส้ "นั่นสิคะพี่เอลีน่า... ยอมเซ็นเถอะค่ะ พี่คาร์ลเขารักดิฉัน และพวกเราก็เหมาะสมกันมากกว่าพี่ที่มีแต่หนี้สินติดตัวนะคะ ปลดปล่อยพี่คาร์ลไปเถอะค่ะ ถือว่าทำบุญสร้างกุศล" ฉันหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจลึกลับบางอย่าง ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกกลายสภาพเป็นห้องเชือดไปในพริบตา "เมตตาเหรอคะ? หนี้สิน? ตระกูลวอน คอร์ทซ์ล้มละลาย?" ฉันวางถ้วยชาลงกระทบจานรองเบา ๆ เสียงกริ๊งกรางนั้นดังก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด "ลอร์ดคาร์ล... ท่านแน่ใจแล้วหรือคะว่า ที่ดินและเหมืองแร่ทั้งหมดที่ท่านเอาไปจำนองไว้กับธนาคารหลวง เพื่อแลกกับการกู้เงินก้อนโตมาลงทุนในเหมืองพลอยปลอมของตระกูลมีเรีย... มันเป็นสิทธิ์ขาดของท่านคนเดียว?" ใบหน้าของคาร์ลเปลี่ยนเป็นสีซีดขาวทันทีในเสี้ยววินาที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "เธอ... เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง!" "ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะคะ?" ฉันลุกขึ้นยืนช้า ๆ ปรับโค้ดกระโปรงชุดผ้าไหมสีเขียวมรกตให้เข้าที่ ความสูงและออร่าที่แผ่ออกมาทำให้ผู้ชายตัวโตอย่างคาร์ลต้องผะะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ในเมื่อโฉนดที่ดินเหมืองแร่ตระกูลวอน คอร์ทซ์ทั้งหมดที่ท่านเอาไปค้ำประกัน... แท้จริงแล้วเป็น 'สินสอดหมั้นหมาย' ที่มารดาของฉันเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว และตามกฎหมายแพ่งของราชสำนัก หากยังไม่มีการสมบูรณ์แห่งการแต่งงาน สินสอดเหล่านี้ไม่มีวันตกเป็นของคู่หมั้นผู้ผิดสัญญาอย่างท่านได้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว!" "โกหก! เป็นไปไม่ได้!" คาร์ลตะโกนเสียงหลง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม "ถ้าไม่มีเงินจากเหมืองพวกนั้น ตระกูลแอช턴ของฉันก็จะ..." "ก็ล้มละลายตามตระกูลมีเรียไปไงคะ" ฉันต่อประโยคให้ด้วยรอยยิ้มหวานหยด "ท่านคิดว่าตัวเองฉลาดนักสินะคะที่หลอกใช้ฉันเป็นสะพานเพื่อกอบกู้ชื่อเสียง แต่น่าเสียดาย... ที่คนโง่เง่าบนโลกใบนี้ มีแค่ท่านกับแม่ดอกบัวขาวข้าง ๆ นี่ต่างหากค่ะ" ฉันก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน หยิบปากกาขนนกจุ่มหมึกสีดำสนิทขึ้นมาด้วยท่าทางสง่างาม ไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษสัญญาถอนหมั้นที่อีกฝ่ายเตรียมมา แต่ฉันกลับดึงกระดาษอีกแผ่นที่เตรียมไว้ออกมาจากกระเป๋าเอกสารส่วนตัว "นี่คือ 'หนังสือสัญญาหย่าขาดจากกองมรดกและสิทธิ์ทางกฎหมายทุกประการ' ที่ฉันร่างขึ้นมาใหม่ค่ะ" ฉันเลื่อนเอกสารฉบับนั้นไปตรงหน้าเขา "เซ็นชื่อตรงนี้ซะ แล้วคืนตราประทับประจำตระกูลวอน คอร์ทซ์ที่ท่านแอบขโมยไปเมื่อสัปดาห์ก่อนคืนมาให้หมด ไม่อย่างนั้น... ฉันจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากข้อหาฉ้อโกงและลักทรัพย์ ให้ท่านกับตระกูลแอช턴ต้องไปนอนซังเตในคุกใต้ดินหลวงชั่วชีวิต!" "เธอ... เอลีน่า เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน..." คาร์ลสשัดส่ายหน้าด้วยความหวาดกลัว มือที่ถือปากกาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ความเย่อหยิ่งทระนงตนเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดผวาต่อหญิงสาวตรงหน้าที่น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ "เซ็นค่ะ... หรือจะให้ฉันเรียกราชองครักษ์มาช่วยจับกุมตัวพวกท่านข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการปลอมแปลงเอกสารราชการดีคะ?" ฉันกดเสียงต่ำลงเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขาอย่างกดดัน คาร์ลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่มีทางเลือกอื่น เขารู้ดีว่าหากเรื่องนี้ถึงหูองค์ราชินี ตระกูลแอช턴ของเขาจบเห่แน่ มือที่สั่นเทาจึงจำใจจรดปากกาลงบนกระดาษอย่างจำยอม *แกร๊ก...* เสียงหมึกพิมพ์ลายเซ็นลงบนกระดาษเป็นอันสิ้นสุดพันธะบ้าบอนี้ ฉันยิ้มรับเอกสารฉบับนั้นมาตรวจดูความเรียบร้อยอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเก็บมันใส่แฟ้มหนังอย่างทะนุถนอม พร้อมกับหยิบตราประทับประจำตระกูลคืนมาไว้ในมือ "ยินดีด้วยนะคะ ลอร์ดคาร์ล... ท่านเป็นอิสระจากฉันแล้ว และฉันก็เป็นอิสระจากผู้ชายไร้ค่าอย่างท่านเช่นกัน" ฉันหันหลังให้พวกเขาทั้งสองคนอย่างไม่ใยดี เตรียมจะเดินก้าวเท้าออกจากห้องโถงเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะมหาเศรษฐีเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ตามที่ตั้งใจไว้ แต่ทว่า... ในวินาทีที่มือเรียวผลักบานประตูไม้บานใหญ่ให้เปิดออก เสียงปรบมือช้า ๆ ที่ทรงพลังและเยือกเย็นอย่างประหลาด ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดของระเบียงทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทของชายหนุ่มผู้มีดวงตาสีอำพันคมกริบดั่งสัตว์ป่า—บุคคลที่ไม่มีใครในอาณาจักรกล้าเอ่ยนามถึงอย่าง 'ดยุคคาสเซียน ดาร์กวูด' ผู้คุมตลาดมืดอัญมณีทั้งหมด "งดงามมาก... การตบหน้าคนทรยศด้วยกฎหมายและหลักฐานอย่างไร้ความปรานีเช่นนี้ ถูกใจฉันเสียจริง" คาสเซียนก้าวเท้าเข้ามาในแสงสว่าง รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์และอันตรายปรากฏขึ้น ก่อนที่เขาจะยื่นการ์ดสีดำสนิทฝังเพชรแท้ไร้ขีดจำกัดวงเงินมาตรงหน้าฉัน พร้อมกระซิบด้วยเสียงทุ้มพร่าชวนใจสั่น "สนใจไปเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญในอาณาจักรธุรกิจอัญมณีของฉันไหมคะ, ท่านหญิงเอลีน่า? รับรองว่าผลกำไรจะทำให้พวกสุนัขจนตรอกเหล่านี้ต้องคลานเข่ามากราบเท้าเธอไปตลอดชีวิต" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งอัญมณีและเวทมนตร์บทใหม่นี้ด้วยกันนะคะ! ✨
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%